วันนี้ตอนเย็น ประมาณทุ่มเศษๆ  แวะไปจอดรถมุมหนึ่งของโรงพยาบาล  ก้าวลงจากรถ  ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ  คล้ายกลิ่นผักแพว  คุยกับพี่ๆที่โรงพยาบาลว่าได้กลิ่นเหมือนกันมั้ย  ได้รับคำตอบที่ต้นไม้ใหญ่ที่เติบโตยืนต้นท้าทายลมหนาวอยู่ ๔ ต้น ว่าเป็นต้นเหตุแห่งกลิ่นมาจากที่โน่น  ต้นตีนเป็ด หรือ ต้นสัตตบรรณ  ยืนสักพักชักไม่ไหวเริ่มเวียนหัวต้องรีบหลบเข้าห้องเดี๋ยวจะเวียนหัวมากกว่านี้  แต่ที่สังเกตเห็น  ดอกเค้าสวยงามมาก

         เดินดุ่มไปที่ห้องแผนไทย  คิดว่าจะไปดมกลิ่นสมุนไพรจากห้องนวดแผนไทยบ้างเพื่อลบกลิ่นฉุนที่ติดจมูก  เกิดสะดุดตากับไม้ประดับในกระถางที่ห้องนี้มักประดิษฐ์อย่างสวยงามเสมอ  ดูไปดูมา  นี่มันดอกตีนเป็ดนี่  ใครๆก็รังเกียจว่ากลิ่นเหม็น  ไม่รู้ว่าคนปลูกคิดอย่างไร (แต่รู้ว่า โรงพยาบาลปลูกเพื่อให้ร่มเงาที่ร่มเย็น)  แต่พอนำจัดแบบนี้ต้องบอกว่า  แม้กลิ่นไม่เป็นที่ชื่นชอบ  แต่หน้าตาสวยนะ  อยากจะหอมใกล้แต่กลัวจะเป็นลมไปเสียก่อน  อย่างนี้หรือเปล่านะที่เค้าเรียกว่า สวยอันตราย
         ต้นตีนเป็ด หรือ ต้นสัตตบรรณ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Alstonia scholaris R. Br. ถิ่นกำเนิดอยู่ที่หมู่เกาะโซโลมอนและมาเลเซีย และป่าดงดิบภาคใต้ ตะวันออกเฉียงใต้ และภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไทย เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ โตเร็ว ลำต้นตรง สูงราว 15-30 เมตร ผิวลำต้นมีสะเก็ดเล็กๆ สีขาวปนน้ำตาล เปลือกสีเทา มียาง สีขาว เนื้อไม้สีขาวอมเหลือง แตกกิ่งก้านสาขามากตามยอด ใบเป็นใบเดี่ยวมนรี ปลายใบมนโคนใบแหลมก้านใบสั้น แตกใบออกรอบข้อเป็นวง เรียงกันคล้ายตีนเป็ด จึงมักเรียกกันทั่วไปว่า “ต้นตีนเป็ด”

         ดอกของสัตตบรรณ มีขนาดเล็ก สีขาวอมเขียว มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ซ้อนกันเหมือนฉัตรประมาณ 2-3 ชั้น ช่อหนึ่งๆ จะติดกลุ่มเป็นพุ่มย่อยๆ ช่อละ 7 พุ่มเหมือนกันทุกช่อ มักจะบานพร้อมกัน โดยเริ่มบานประมาณเดือนตุลาคม-ธันวาคม ส่วนผลเป็นฝักกลมยาว เมื่อแก่จัดจะแตกเป็น 2 ซีก เมล็ดซึ่งมีขนยาวอ่อนนุ่มปุกปุยติดอยู่       เป็นกระจุกที่ปลายทั้งสองข้างจะปลิวกระจายไปตามลม  ขอบคุณข้อมูลจากhttp://gotoknow.org/blog/paew/223914  

Large_p1200940

        ประโยชน์ และสรรพคุณทางยา
        ข้อมูลพื้นบ้าน ใช้ก่อสร้างภายใน ทำเครื่องใช้ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ หีบใส่ของฝักมีด ดินสอ หีบศพ ของเล่นเด็ก ลูกทุ่นอวน

        ข้อมูลจากเอกสาร  ใช้เป็นยาสมุนไพร เปลือกต้น : มีรสขมใช้เป็นยาขม เจริญอาหาร สมานแผลในลำไส้ รักษาโรคท้องร่วง ขับพยาธิไส้เดือนแก้โรคเบาหวาน แก้ไอ หลอดลมอักเสบ แก้ไข้มาลาเรีย ขับระดู ขับน้ำเหลืองเสีย 
         ใบ : ตำพอกดับพิษต่างๆ ใช้ใบอ่อนชงน้ำดื่มแก้โรคลักปิดลักเปิด แก้ไข้หวัด  
        ยาง : ยางจากต้นรักษาแผลอักเสบแผลเน่าเปื่อยอุดฟันแก้ปวดฟัน หยอดหูแก้ปวด บำรุงกระเพาะ 
        ดอก : แก้เลือดเสีย และไข้เหลือง
        ราก : รักษาโรคมะเร็ง  
        ปลูกเป็นไม้มงคลนามเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย 
ข้อมูลจากhttp://202.143.168.214/uttvc/bonaty_in_School/PageAr_14.html