วันหยุดสุดสัปดาห์  เมื่อปลายปี ๒๕๕๐ ฉันได้ไปที่ศูนย์การค้าประทุมทองอีกครั้งหนึ่ง  เพื่อไปหาเสื้อผ้าเด็ก ผ้าห่มมือสองสำหรับเด็กหญิงคนหนึ่ง เวลานั้นเธออายุเพียง ๘ ขวบ  เพราะศูนย์การค้าประทุมทองเป็นศูนย์รวมสินค้ามือสองจำนวนมาก   ฉันจำได้ว่ามีอยู่ร้านหนึ่งที่มีเสื้อผ้ามือสอง รองเท้า และเครื่องใช้สำหรับเด็กมากกว่าร้านอื่น  แล้วก็ได้พบร้านที่ต้องการ  ฉันและเด็กหญิงช่วยกันเลือก

           “สวัสดีค่ะคุณครู  คุณครูสบายดีหรือคะ  นานแล้วนะคะคุณครูไม่มาที่นี่”  เป็นเสียงทักทายของหญิงสาวเจ้าของร้าน

           ฉันกำลังและแปลกใจว่า หญิงสาวจำฉันได้จริง หรือทักคนผิดกันแน่  จึงถามย้อนไปว่า “น้องจำพี่ได้หรือคะ

           “หนูจำคุณครูได้ค่ะ หลายปีมาแล้วคุณครูเคยพาเด็กแฝดคู่หนึ่งมาซื้อเสื้อผ้าที่ร้านหนู  ตอนนี้เด็กแฝดเป็นอย่างไรบ้างคะ เรียนอยู่ชั้นไหน”  หญิงสาวสร้างความคุ้นเคยต่อ

           “ตอนนี้เด็กแฝดเรียนอยู่ชั้น ม.๖ แล้วค่ะ  ก็....ประมาณ  ๑๒ ปีมาแล้วนะคะที่พี่พาเด็กแฝดมาซื้อของที่นี่” ฉันตอบและนับนิ้วมือไปด้วย  ซึ่งครั้งนั้นเด็กหญิงคู่แฝดเรียนอยู่ชั้น ป.๒ เท่านั้นเอง  ทั้งคู่เป็นเด็กที่ถูกแม่ทอดทิ้ง  ส่วนพ่อขี้เมา อดอยากลักขโมยเขากินตามบ้าน  ฉันจึงพามาอยู่ที่บ้านด้วยและย้ายเข้ามาเรียนโรงเรียนใน

         “น้องคนนี้มาใหม่หรือคะ อายุเท่าไร” หญิงสาวให้ความสนใจกับเด็กหญิงคนใหม่ของฉัน อย่างปรานีเหมือนเดิม

         “คนนี้ ๘ ขวบค่ะ เรียนอยู่ ป.๒”  ฉันตอบข้อสงสัย  และอธิบายให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองว่า “พี่ย้ายโรงเรียนจากที่เดิมแล้วนะคะ” เด็กหญิงคนใหม่นี้พ่อแม่หย่าร้างกัน  พ่อไปมีครอบครัวใหม่ ส่วนแม่ทำงานเป็นคนเสิร์ฟที่ร้านอาหาร  นาน ๆ จะกลับมาเยี่ยมลูก  ปล่อยให้อดอยากอยู่ตามลำพัง  มีเพื่อนบ้านช่วยเหลือบ้างเป็นบางเวลา  ฉันจึงหอบหิ้วมาที่บ้าน เพื่อให้ได้มีข้าวกินครบมื้อ มีเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มที่สะอาดและพอเหมาะ

            ครั้งนี้ฉันจึงได้ทั้งซื้อ และหญิงสาวเจ้าของร้านมอบให้เป็นการช่วยเหลืออีกมากมาย  ทำให้เด็กน้อยคนใหม่ของฉันมีเสื้อผ้า รองเท้า ผ้าห่มเพียงพอ  และยังนำไปแบ่งปันเผื่อแผ่ให้กับเพื่อนที่โรงเรียนอีกด้วย

              เราจึงนั่งคุยกัน เธอเล่าให้ฉันฟังเกี่ยวกับโครงการมอบจักรยานสำหรับเด็กที่โรงเรียนตามชนบทและขาดแคลน   เราได้แลกเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์และรู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันมาตั้งแต่วันนั้น  เมื่อ ๒๕๕๐  เธอผู้นั้นคือ  "พ.อ.อ.หญิงเฉลิม ชมพูศรี"  อดีตนักจักรยานทีมชาติไทย  ได้รับรางวัลเหรียญทองการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศฟิลิปปินส์  และกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ ๑๘ ที่จังหวัดเชียงใหม่ 

               แรงบันดาลใจจากความสำเร็จ  บนพื้นฐานความรักในการขี่จักรยาน  จึงได้จัดตั้ง “ศูนย์ฝึกจักรยานกองบิน ๔๖ PBC พิษณุโลก”  โดยทำการฝึกซ้อมนักกีฬา  นำนักกีฬาและเยาวชนที่สนใจการขี่จักรยานมา “ปั้นดินสู่ดาวบนฟากฟ้า”  เด็กเหล่านี้จะอยู่ กินนอน ฝึกซ้อมจักรยานและการเรียนรู้ทักษะชีวิตไปพร้อม ๆ กัน  หลายคนได้รับความสำเร็จในอาชีพนักปั่น  หลายคนได้ถูกคัดเลือกเข้าไปเรียนในโรงเรียนจ่าอากาศ และอีกหลายคนกำลังจะคืบคลานไปสู่จุดหมาย

             ด้วยความตระหนักถึงสภาพปัญหาและความขาดแคลนในวัยเด็ก ประกอบกับการทำในสิ่งที่รักและปรารถนา  จึงเชิญชวนนักปั่นอาชีพ และนักปั่นสมัครเล่นในจังหวัดพิษณุโลก มาร่วมมือร่วมใจกันจัดทำโครงการบริจาคจักรยานให้กับเด็กที่อยู่บ้านนอก ห่างไกล  ทำให้ผู้ใหญ่ใจดีมีเมตตาจิตเข้าร่วมได้แก่  ชมรมจักรยานกองบิน ๔๖  ชมรมจักรยานพิษณุโลก กลุ่มจักรยานยามเย็นสนามบินใหม่  แอร์พอร์ตกรุ๊ปพิษณุโลก  ชมรมจักรยานบ้านคลอง  ชมรมจักรยานเพื่อนอินโดจีน  ชมรมจักรยานแสงดาว SN BIKE  ชมรมจักรยานเด็กโรงกลึง   ชมรมจักรยานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค  กลุ่มอ็อฟโรดชมรมหินหนุน  และผู้ใหญ่ใจดีที่รักการขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ

             ครั้งแรก ๒๕๕๑ กิจกรรมของโครงการ ฯ ได้สานสู่ฝัน  ทำการเปิดตัวขึ้นที่โรงเรียนวิทยสัมพันธ์  อำเภอนครไทย  จังหวัดพิษณุโลก  ซึ่งได้รับการบริจาคและมอบรถจักรยาน จำนวน ๖๐ คัน  รวมทั้งเครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์กีฬา ยารักษาโรคและทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนขาดแลน

         ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒  ได้รับความร่วมมือจากผู้ใหญ่ใจดีทั้งในพิษณุโลกและต่างจังหวัดทั่วประเทศไทย  มีทั้งการบริจาคเป็นจักรยาน  บริจาคเป็นเงิน และการประมูลเสื้อสำหรับนักจักรยาน รวมทั้งอุปกรณ์จักรยานที่ ส.อ.เนิ่ม และ พ.อ.อ.หญิงเฉลิม ชมพูศรี  ได้จัดการและควบคุมดูแล  โดย น.อ.มงคล  ตั้งสุวรรณา (เสธ.ตู่)เป็นประธานโครงการฯ  นับว่าฉันมีโอกาสดีเข้าไปร่วมโครงการฯ ช่วยเป็นกำลังใจ และประสานงานเท่าที่ความสามารถมี

             "พวกเรา" และผู้ใหญ่ใจดีทั่วประเทศไทย จะร่วมมือกันสานต่อ กิจกรรมของโครงการฯ เพื่อให้เบ่งบานและเติบโตต่อไปในสังคม  เพราะกลุ่มและเครือข่ายจักรยานได้แผ่ขยายขึ้นไปในวงกว้าง  สู่พลังแห่งความรัก ความเอื้ออาทรอันเป็นแรงใจและแรงผลักดันในการช่วยเหลือกูลเพื่อการทำความดีต่อไป

            การเอื้อเฟื้อแบ่งปัน  ทุกคนสามารถทำได้ตามกำลังศรัทธา โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เป็นคนร่ำรวย ล้นฟ้า เหลือกินเหลือใช้ หรือรอจังหวะโอกาสอื่น ๆ  เพราะสักวันหนึ่งทุกคนก็ต้องมีความสิ้นสุดที่ "พอ" กันทุกคน

Ico64
 
ผู้ใหญ่ใจดีแห่ง GotoKnow มอบเงินสนับสนุนเพื่อกิจกรรมนี้  ๕๐๐๐  บาท
 
 

 

จักรยานจะมาเป็นกล่อง

ลุงหมง (ของเด็ก )

เสธ.ตู่  น.อ.มงคล  ตั้งสุวรรณา  ประธานชมรมฯ

รูปภาพ

ขอเป็นกำลังใจให้ครูฝึก...สนามเชียงรายค่ะ