๑...

 

               ดอยมูเซอ เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชนเผ่าหลากหลายชาติพันธุ์หลายหมู่บ้าน ครอบคลุมพื้นที่สองตำบล คือ ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก และ ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก อยู่ห่างจากตัวเมืองตากไปทางทิศตะวันตก ราว ๓๕ กิโลเมตร พื้นที่ตั้งหมู่บ้านบางส่วนอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับการกันออกจากกรมป่าไม้ให้เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน และอีกบางส่วนตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช

               การตั้งบ้านเรือนของชาวบ้านแถบนี้ จะอยู่รวมกันหมู่บ้านตามชนเผ่าของตนเอง อาทิ ลีซู (ลีซอ) ก็จะรวมกลุ่มอยู่ชุมชนเดียวกัน เช่นเดียวกับม้ง (แม้ว) ลาหู่เฌเล (มูเซอดำ) และลาหู่บ่าล้า (มูเซอเหลือง) ซึ่งต่อมาทางราชการก็ได้จัดตั้งเป็นหมู่บ้าน มีผู้ใหญ่บ้านปกครองดูแลลูกบ้านและคอยประสานงานกับทางราชการ

               ชาวบ้านแถบนี้อพยพมาจากหลายพื้นที่เมื่อกว่า ๕๐ ปีที่แล้ว อาชีพดั้งเดิมคือการทำไร่ ปลูกข้าวและพืชผักไว้บริโภคในครัวเรือน ต่อมาเริ่มปลูกพืชเศรษฐกิจทั้งพืชผักและพืชยืนต้นทดแทนการปลูกฝิ่น กระทั่งชาวบ้านจำนวนหนึ่งหันมาประกอบอาชีพค้าขายพืชผักควบคู่ไปด้วยในปัจจุบัน

               ความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้นกว่าในอดีตมาเป็นลำดับ ดูได้จาก สภาพบ้านเรือนที่มีความมั่นคงถาวรมากขึ้น เครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องอำนวยความสะดวกในครัวเรือน ความสามารถในการส่งบุตรหลานเล่าเรียนหนังสือ รวมถึงกำลังซื้อสินค้าในการเนินชีวิตประจำวัน ฯลฯ

               สภาพดังที่กล่าวมาข้างต้น มิได้เกิดจากการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาคราชการ แต่ส่วนใหญ่เป็นความพยายามดิ้นรนส่วนบุคคลและครอบครัว ซึ่งแม้ว่าจะมีหน่วยงานราชการจำนวนมากเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้าน แต่ก็ไม่ส่งผลต่อวิถีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชาวบ้านเท่าใดนัก

               แม้ว่าชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ดอยมูเซอ จะอพยพโยกย้ายมาตั้งถิ่นฐานจากหลายพื้นที่ และมีหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ก็จะแยกกันตั้งถิ่นฐานแยกกันอยู่เป็นหมู่บ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกัน บางหมู่บ้านก็มีอาณาเขตชิดกัน ความแตกต่างทางชาติพันธุ์ที่มีวัฒนธรรมต่างกัน ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการอยู่ร่วมกันในพื้นที่ มีการพึ่งพาอาศัยกันบ้างในบางกิจกรรม

               ความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างแน่นแฟ้นในอดีตค่อยคลายลงเมื่อวิถีการผลิตของชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนจากการยังชีพที่ไปสู่การผลิตเพื่อการค้า รวมทั้งการผันตนเองเข้าสู่อาชีพอื่น ๆ  ซึ่งมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

               ความสัมพันธ์แบบกลุ่มก้อนในวัฒนธรรมดั้งเดิมที่แสดงออกและมีคุณค่าในกระบวนการผลิตแบบยังชีพและกิจกรรมตามประเพณี มิได้ถูกพัฒนาต่อยอดให้รองรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป แม้ว่าความสัมพันธ์เช่นนี้จะมีคุณค่าต่อชุมชนหลายประการ ดังจะเห็นตัวอย่างได้จากชุมชนเข้มแข็งทั่วไป

               เหตุดังกล่าวจึงทำให้พลังในการจัดการกับปัญหาใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นของชุมชนไม่สามารถดำเนินการได้ หรือดำเนินการได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

 

๒...

               ลูกหลานของชาวบ้านในเขตพื้นที่ดอยมูเซอ ได้รับการส่งเสริมให้เข้ารับการศึกษาในระบบโรงเรียน มีการสร้างโรงเรียนในพื้นที่ในหลายหมู่บ้าน ทำให้เด็กและเยาวชนลูกหลานชาวบ้านมีโอกาสเล่าเรียนหนังสือเป็นส่วนใหญ่ ในจำนวนนี้ครอบครัวที่มีความพร้อมและเห็นความสำคัญของการศึกษาได้ส่งเสียให้บุตรหลานเล่าเรียนในระดับที่สูงขึ้นหลังจากสำเร็จการศึกษาภาคบังคับจากโรงเรียนในพื้นที่ ด้วยการส่งไปเรียนต่อในเมือง บ้างก็สำเร็จมัธยมศึกษาตอนปลาย และทั่งระดับอุดมศึกษา

               คนรุ่นใหม่ลูกหลานของชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับการศึกษาจำนวนไม่น้อย ที่สำเร็จการศึกษาแล้วตัดสินใจย้ายออกไปทำงานในเมือง แต่อีกจำนวนไม่น้อยที่ย้อนกลับมาสืบทอดอาชีพของครอบครัว

               และในจำนวนนี้คนรุ่นใหม่เหล่านี้จำนวนหนึ่งที่สนใจกิจส่วนร่วม มีการจับกลุ่มพูดคุยถึงสภาพปัญหาในพื้นที่ รวมทั้งการหาแนวทางในการจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ฯลฯ

               นอกจากการพบปะเจอะเจอพูดคุยร่วมกันแล้ว ยังได้รวมตัวกันจัดกิจกรรมเพื่อให้เกิดเวทีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวในพื้นที่ในวงที่กว้างออกไปด้วย เช่น การฟื้นฟูประเพณีการสร้างเรือนลาหู่ เมื่อต้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ที่บ้านลีซอแม่ท้อ ม.๑๐ ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก

               กิจกรรมในคราวนั้นเป็นการฟื้นฟูและสืบทอดรวมทั้งทำการทำความเข้าใจวัฒนธรรมชาวลาหู่ผ่านการสร้างบ้านเรือน ซึ่งเป็นรูปธรรมของความสัมพันธ์แบบกลุ่มก้อน เป็นความสัมพันธ์ที่พึ่งพาอาศัยระหว่างกันทั้งแรงงาน ความคิด ความรู้ ฯลฯ รวมไปถึงการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวสภาพการณ์ของชาวบ้านและชุมชนโดยทั่วไปมีชาวบ้านจาก ๓ หมู่บ้านมาร่วมกิจกรรม ได้แก่ บ้านอุมยอม ม.๖ และบ้านลีซอแม่ท้อ ม.๑๐ ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก บ้านห้วยส้มป่อย ม.๖ และบ้านห้วยปลาหลด ม.๘ ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก โดยมีนายวีระพงษ์  กังวานนวกุล จากหน่วยประสานองค์กรภาคีและประชาสังคม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มาร่วมเรียนรู้และให้คำแนะนำบางประการสำหรับการขับเคลื่อนเครือข่ายประชาสังคมในพื้นที่ดอยมูเซอ

               ในการพูดคุยคราวหนึ่งของกลุ่มคนเหล่านี้ ประกอบด้วย จักรพงษ์ มงคลคีรี ชาวลาหู่อดีตผู้ใหญ่บ้านห้วยปลาหลด ม.๑๐ ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก ประกอบอาชีพค้าขายผลิตผลจากในพื้นที่ควบคู่กับการทำไร่เพื่อการยังชีพ เช่นเดียวกับ วินัย พนาโยธิน ชาวลาหู่สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ท้อ จากบ้านอุมยอม ม.๖ ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก และ เกียรติศักดิ์ ม่วงมิตร ลูกครึ่งชาวลีซูจากบ้านลีซอแม่ท้อ ม.๑๐ ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก ที่ย้านกลับมาตั้งรกรากที่บ้านเกิด

               ในวงพูดคุยได้วิเคราะห์ศักยภาพและข้อจำกัดของชุมชนและลักษณะโดยรวมของพื้นที่ดอยมูเซอไว้ว่า

               ในแง่ศักยภาพของพื้นที่แถบนี้ มีค่อนข้างสูง ทั้งเรื่องสภาพภูมิประเทศที่มีทิวทัศน์สวยงามจากความสลับซับซ้อนของเทือกเขาใหญ่น้อย สภาพอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี มีการคมนาคมที่สะดวกสบาย เป็นทางผ่านไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เป็นแหล่งผลิตพืชพรรณที่เป็นที่นิยมบริโภคของประชาชนทั่วไปหลายชนิด มีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม มีหมู่บ้านชนเผ่าหลากหลาย ลักษณะเช่นนี้เป็นแรงดูงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งจากในและต่างจังหวัดผ่านไปมาและแวะเวียนมาเยือนไม่ขาดสาย

               ในขณะที่ก็มีข้อจำกัดอีกไม่น้อย โดยเฉพาะผลกระทบจากกระบวนการพัฒนาของหน่วยงานราชการ ที่ไม่มีความไม่จริงใจและต่อเนื่องในการทำงาน ทำให้ชาวบ้านขาดความศรัทธาและไม่สะดวกใจกับการให้ความร่วมมือกับทางราชการแทบทุกกรณี นอกจากการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมทางวัฒนธรรมแล้ว ก็ไม่มีการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างหมู่บ้าน เพื่อกันทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อชุมชนส่วนรวม ชาวบ้านเริ่มเข้าสู่ลักษณะต่างคนต่างอยู่ เริ่มมีปัญหาที่ชุมชนจัดการได้ยากขึ้นหลายประการ เช่น การลดลงและเสื่อมโทรมของพื้นที่ป่า การแพร่ระบาดของยาเสพติด ฯลฯ

               ทั้งสามเห็นร่วมกันว่า การรวมกลุ่มทั้งในชุมชนและเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายระหว่างหมู่บ้าน จะทำให้มีพลังจะจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ได้ อีกทั้งยังช่วยเกื้อหนุนให้ชุมชนสามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างมีทิศทาง และยังเห็นตรงกันว่ากิจกรรมทางวัฒนธรรมน่าจะเป็นเครื่องมือหรือจุดเริ่มต้นในการเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนได้

               ซึ่งความเห็นดังที่กล่าวมา เป็นเหตุผลของการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม ทั้งการฟื้นฟูการสร้างเรือนลาหู่ และพิธีเลี้ยงผีน้ำ ที่ได้ดำเนินการผ่านไป

 

๓...

               การเลี้ยงผีน้ำเป็นพิธีกรรมที่พบได้ในกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วไป จัดขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณธรรมชาติและสิ่งเหนือธรรมชาติที่ได้ประทานความอุดมสมบูรณ์มาให้ รวมทั้งเป็นการขอขมาลาโทษกับสิ่งที่ได้พลั้งเผลอล่วงล้ำลงไปทั้งกาย-วาจา-ใจ ทั้งนี้รูปแบบการทำพิธีอาจแตกต่างกันไปตามความเชื่อและบริบทของแต่ละพื้นที่ อาจกล่าวได้ว่าโดยรูปแบบอาจแตกต่างกัน แต่โดยสาระแก่นสารแล้วคือสิ่งเดียวกัน

               การเลี้ยงผีน้ำนี้ โดยทั่วไปมักจะกระทำกันปีละครั้ง ผู้กระทำและมาร่วมพิธีโดยมากจะเป็นผู้ที่ใช้ประโยชน์จากลำน้ำสายนั้น ลำน้ำใหญ่คนใช้มากก็จะมีคนไปร่วมพิธีมาก

               ในอดีตการหาพื้นที่ตั้งชุมชน ส่วนใหญ่จะเลือกทำเลที่ไม่ไกลน้ำ เพื่อที่จะได้มีน้ำใช้น้ำทั้งอุปโภคและบริโภค การเลี้ยงผีน้ำในหลายแห่งจึงเป็นพิธีกรรมระดับชุมชนที่ทุกคนหรืออย่างน้อยตัวแทนจากครัวเรือนต้องเข้าไปร่วม อย่างไรก็ตามสำหรับบางครอบครัวที่มีพื้นที่ทำกินและใช้น้ำจากลำน้ำสาขาก็อาจจะร่วมกับเพื่อนบ้านบางครอบครัวที่ใช้น้ำร่วมกัน ร่วมกันประกอบพิธีเลี้ยงผีน้ำเพิ่มขึ้นมาอีกต่างหาก

               ทั้งนี้ในการเลี้ยงผีน้ำนั้น ซึ่งจะประกอบพิธีกันในบริเวณป่าต้นน้ำ จึงเป็นโอกาสให้ผู้ใช้น้ำเข้ามาใกล้ชิดกับผืนป่าที่เป็นต้นกำเนิดแห่งสายน้ำ ที่ในวาระปกติอาจไม่ค่อยมีโอกาสย่างกรายเข้ามา ได้เข้ามาพบเห็นสภาพผืนป่า และหากพบสิ่งผิดปกติใด ๆ ก็อาจจะช่วยกันป้องกันแก้ไขเพื่อให้มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดไป

               ประการสำคัญ พิธีกรรมนี้เป็นการตอกย้ำถึงความเป็นบึกแผ่น ความร่วมไม้ร่วมมือ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของกลุ่มคน ชุมชน ซึ่งความสัมพันธ์แบบนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเอื้อให้วิถีชีวิตดำเนินไป

 

๔...

               พื้นที่ส่วนหนึ่งของบ้านลีซอแม่ท้อ เป็นป่าผืนเล็ก บริเวณนี้มีน้ำผุดขึ้นมาตลอดทั้งปี ชาวบ้านหลายครอบครัวใช้น้ำจากต้นน้ำนี้ทั้งการอุปโภคบริโภคในครัวเรือน และที่ไหลลงไปเบื้งล่างชาวบ้านอีกอย่างน้อย ๓ ครอบครัวที่ใช้น้ำนี้เพื่อการเกษตรในหน้าแล้ง สมาชิกผู้ใช้น้ำสายนี้ได้หารือกันเพื่อเลี้ยงผีน้ำตามความเชื่อที่สืบทอดมา โดยได้ขอความช่วยเหลือจากปราชญ์และชาวบ้านห้วยปลาหลดให้มาช่วยทำพิธีกรรม

               ในการนี้ได้รับคำแนะนำจากนายวีระพงษ์  กังวานนวกุล ซึ่งเคยมาร่วมเรียนรู้กิจกรรมฟื้นฟูการสร้างเรือนลาหู่ที่ผ่านมา โดยได้รับคำแนะนำให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมด้วย เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานท่องเที่ยวและการกีฬา และสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นอกจากนั้นก็ยังได้เชิญผู้ประกอบการที่พักจากกรุงเทพฯ รวมทั้งนักพัฒนาเอกชนที่มีประสบการณ์ในการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมาร่วมงานด้วย ด้วยเห็นว่าการท่องเที่ยวจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่มาช่วยเสริมการขับเคลื่อนประชาสังคมในพื้นที่

               การเลี้ยงผีน้ำ จัดขึ้นในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ณ ป่าต้นน้ำผืนหนึ่ง ที่บ้านลีซอแม่ท้อ ม.๑๐ ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก

               ผู้ประกอบพิธีกรรม เป็นปราชญ์ชาวบ้านจากบ้านห้วยปลาหลด โดยมีลูกมือติดตามมาร่วมพิธีราว ๑๐ คน ชั้นตอนการประกอบพิธีกรรมเป็นไปตามธรรมเนียมของชาวลาหู่

               ผู้เข้าร่วมพิธีนอกจากผู้ใช้น้ำจากลำน้ำสายนี้แล้ว ยังมีบุคคลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมเรียนรู้อีกจำนวนหนึ่ง เช่น คณะจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงาน จ.ตาก สื่อมวลชนท้องถิ่น ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ท้อ หน่วยประสานองค์กรภาคีและประชาสังคม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ผู้ประกอบการที่พักจาก จ.สมุทรสงครามและ จ.นครปฐม นักพัฒนาองค์กรเอกชนผู้มีประสบการณ์ในการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยรังสิต และบุคคลภายนอกที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ได้แก่ ข้าราชการครู จาก จ.พิษณุโลก และข้าราชการสาธารณสุข จาก จ.ตาก

               ก่อนประกอบพิธีกรรมซึ่งจะเริ่มขึ้นในช่วงเที่ยงวัน ได้มีการจัดเวทีพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับพิธีกรรมเลี้ยงผีน้ำแก่ผู้มาร่วมพิธี ทั้งเหตุผลการดำเนินงาน รายละเอียดขั้นตอนการทำพิธีกรรม รวมทั้งการวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของพิธีกรรมนี้ ฯลฯ

               การเตรียมสิ่งของเพื่อประกอบพิธีกรรม ดำเนินการที่เรือนลาหู่ซึ่งอยู่ใกล้ผืนป่าที่จะทำพิธีเลี้ยงผีต้นน้ำ ผู้ดำเนินการคือชาวบ้านที่เดินทางมาร่วมงาน ที่ต่างช่วยกันคนละไม้ละมือ บ้างก็จัดการชำแหละหมูที่จะใช้ประกอบพิธีกรรม การหุงหาทำอาหารเพื่อนำไปเซ่นไหว้ การตัดกระดาษ การสานแคร่ไม้ไผ่ การจักตอกไม้ไผ่ ฯลฯ

               และเมื่อตระเตรียมสิ่งของพร้อมแล้วปราชญ์ชาวบ้านผู้นำประกอบพิธีกรรม ก็นำชาวบ้านและผู้เดินทางมาร่วมเรียนรู้เดินจากเรือนลาหู่ไปยังบริเวณป่าต้นน้ำ ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เป็นโอกาสให้ผู้เดินทางเข้ามาร่วมพิธีได้มีส่วนร่วมในการถือสิ่งของประกอบพิธีคนละเล็กละน้อย

               ในระหว่างที่ผู้นำประกอบพิธีกรรมตระเตรียมพื้นที่ โดยมีชาวบ้านที่เดินทางมาด้วยช่วยเป็นลูกมือ ในขณะนั้นชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ประกอบพิธีกรรมได้อธิบายตอบคำถามแก่ผู้เข้าร่วมพิธีเมื่อมีคำถามหรือข้อสงสัยจากผู้เข้าร่วมเป็นระยะ

               การประกอบพิธีกรรม เริ่มขึ้นหลังจากตระเตรียมและจัดวางสิ่งของเซ่นไหว้เรียบร้อยแล้ว ผู้นำพิธีจะเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมนั่งหน้าแคร่ไม้ไผ่ที่ตั้งขึ้นและมีเครื่องเซ่นไหว้อยู่บนนั้น แล้วก็สวดมนต์ด้วยภาษาลาหู่ จนกระทั่งเสร็จสิ้นพิธีกรรมไหว้ผีขุนน้ำ ก็ได้เชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมทุกคนรับประทานอาหารที่นำมาเซ่นไหว้ร่วมกัน โดยอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่าอาหารเหล่านี้เป็นอาหารมงคล ผู้ใดที่ได้รับประทานก็จะมีโชค อยู่ดีมีสุข อย่างไรก็ตามบรรดาอาหารที่เหลือจากการรับประทาน ณ บริเวณทำพิธีจะไม่สามารถนำออกไปจากพื้นที่ได้ ขณะเดียวกันสิ่งของที่เป็นสิ่งแปลกปลอมจากธรรมชาติที่ติดมาหรือใช้เป็นภาชนะ เช่น แก้ว ขวดพลาสติก กระดาษ ฯลฯ ให้ถือนำออกไปจากพื้นที่ด้วย ซึ่งการกระทำหลายประการได้รับคำอธิบายเหตุผลจากผู้ประกอบพิธีกรรมเมื่อมีผู้ถามขึ้น

               หลังจากสิ้นสุดพิธีกรรมไหว้ผีน้ำ ผู้เข้าร่วมพิธีทั้งหมด ทั้งชาวบ้านในพื้นที่และตัวแทนจากหน่วยงานกระทั่งผู้สนใจที่มาร่วมงานได้ร่วมกันรับประทานอาหารบนที่พักซึ่งอยู่เหนือผืนป่า ในวงรับประทานอาหารได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึกหลังจากได้ร่วมและได้เรียนรู้กระบวนการทำพิธี ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านห้วยปลาหลด เพื่อเยี่ยมเยียนชาวบ้านที่เดินทางมาร่วมพิธีเลี้ยงผีน้ำในวันนี้

               และที่บ้านห้วยปลาหลด ผู้มาร่วมพิธีได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวลาหู่เพิ่มเติมจากช่วงเช้า ได้เห็นความสัมพันธ์เกื้อกูลระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ การอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างผสมกลมกลืน ฯลฯ

 

๕...

               การจัดพิธีไหว้ผีน้ำในคราวนี้ นอกจากจะบรรลุเป้าหมายของพิธีกรรมที่ต้องการแสดงความขอบคุณต่อธรรมชาติและสิ่งเหนือธรรมชาติที่ได้เอื้อเฟื้อน้ำมาให้อย่างอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งยังเป็นการขอขมาลาโทษจากการกระทำต่าง ๆ ที่อาจจะพลั้งเผลอล่วงละเมิดลงไปทั้งกาย วาจา และใจ แล้วผลพวงอื่น ๆ ที่คาดหวังไว้ก็บรรลุด้วย โดยเฉพาะความคาดหวังเพื่อการเชื่อมโยงและเสริมสร้างเครือข่ายฯ ในพื้นที่ให้เข้มแข็งขึ้น และการเรียนรู้ร่วมกันของทั้งชาวบ้านในพื้นที่และผู้มาร่วมพิธีจากต่างถิ่น รวมทั้งการสร้างความมั่นใจในวิถีปฏิบัติที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของชาวบ้านในพื้นที่

               พิธีเลี้ยงผีน้ำคราวนี้ได้เชื่อมโยงเครือข่ายในพื้นที่อย่างน้อยจากสองหมู่บ้าน คือ บ้านลีซอแม่ท้อ และบ้านห้วยปลาหลด ให้เข้ามาร่วมพิธีกรรม ซึ่งกิจกรรมทางวัฒนธรรมในลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในพื้นที่ดอยมูเซอ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะเกิดกิจกรรมที่เป็นความร่วมมือระหว่างหมู่บ้านในระยะต่อไป

               นอกจากการเชื่อมโยงชาวบ้านจากสองหมู่บ้านเข้ากันแล้ว ยังได้เชื่อมโยงเอาหน่วยงานในพื้นที่ให้เข้ามาร่วมเรียนรู้เพื่อหาแนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมลักษณะนี้ของชุมชนในระยะต่อไป ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดตาก และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ท้อ เป็นต้น

               รวมไปถึงการเชื่อมโยงผู้สนใจจากต่างถิ่น ทั้งนักวิชาการ ผู้ประกอบการ ข้าราชการ พนักงานรัฐ และนักพัฒนาองค์กรเอกชน ฯลฯ เข้ามาเรียนรู้พิธีกรรมและวิถีชีวิตของชาวบ้านที่พึ่งพิงธรรมชาติ และอยู่ร่วมกับผืนป่าอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ซึ่งความเข้าใจดังกล่าวส่งผลต่อความชื่นชมวิถีปฏิบัติของชาวบ้านได้มาก

               การเข้ามาร่วมพิธีของคนต่างถิ่นจากหลายวิชาชีพ ซึ่งต่างก็สนใจใคร่รู้ ซักถามความเป็นไปเป็นมา รายละเอียดและความหมายของการกระทำต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องเซ่นไหว้ การได้อธิบายความรู้ของตนเองให้บุคคลภายนอกได้รับรู้ ทำให้ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าของวัฒนธรรมได้เกิดความภาคภูมิใจในวิถีปฏิบัติของตนเองมากขึ้น และมีความมั่นใจยิ่งขึ้นที่จะสืบทอดวิถีที่ดีงามนี้สืบไป...