อบรมวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม Paticipatory action research
1-5 พฤศจิกายน 2553
จากการที่น้องอุบลรัตน์ ต้อยมาเมือง ชักชวนให้เราได้เข้าไปอบรมที่สถาบัน RDI มหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดขึ้น ซึ่งมี ศ นพ สุทธพันธ์ จิตพิมลมาศ เป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา โดยผู้เข้าร่วมอบรมจะต้องมีความรู้พื้นฐานการวิจัยมาก่อน มีคนสนใจ มีผู้ถูกคัดจำนวน 32 คน
..
เรา แก้ว เกดและอุบลรัตน์ ได้เข้าร่วมอบรม แต่มีประเด็นที่เราจะต้องเข้าไปนอนในชุมชน 2 คืน 3 วัน ตอนแรกก็คิดพอสมควร เพราะช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวเย็น และเราจะต้องไปนอนบ้านชาวบ้าน เราจะทำยังไงดี เราก็เตรียมผ้าห่มและหมอนไปด้วย เพราะกลัวหนาว แต่พอเราไปถึงจริงๆ ไม่เหมือนที่คิด ผู้ใหญ่บ้านจัดให้เรานอนบ้านหลังเดียวกัน 8 คน มีที่นอนและผ้าห่มอย่างอบอุ่น ในการไปครั้งนี้เรายังมีโอกาสเรียนรู้ร่วมกับบุคลากรในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ต่างสาขา ทั้งคณะศึกษาศาสตร์ สัตวศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ สาธารณสุขศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรม
ทั้ง อ เติ้ยม ถนอมวัลย์ อ จ๋ม อ นก อ ชัชวาลย์ อ กล้วยน้ำว้า แก้ว เกด อุ และมีเจ้าหน้าที่จาก RDI คือ น้องนกและ อ สุ
..
หลังจากอบรมทฤษฎี Day 1&2 แล้ว เราก็เข้าชุมชน Day 3-5
Day 3
วันแรกไปถึงนายก อบต มาต้อนรับ จากนั้นก็แยกย้ายกันเข้าหมู่บ้าน พวกเราได้อยู่ในหมู่บ้านยางคำ หมู่ที่ 1 มีท่านผู้ใหญ่มัธยัสย์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน รองผู้ใหญ่บ้าน คือ รองอ๋อย เป็นผู้หญิง คล่องแคล่ว ว่องไวและเก่งในการบริหารจัดการ ภรรยาผู้ใหญ่ฯ จะทำอาหารให้พวกเรากินอย่างเอร็ดอร่อยทุกมื้อ ส้มตำ ปลาทอด ไก่ทอด ต้มปลา หมกปลาซิว ดักแด้ ฯลฯ
ท่าน ส อบต มาต้อนรับ
บ้านพักของพวกเรา
เราไปถึงหมู่บ้าน เราก็แนะนำตัว ทำความรู้จักกัน ท่าน ส อบต เป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวและแนะนำหมูบ้านให้เราฟังก่อน จากนั้นเราขอเริ่มเดินสำรวจหมู่บ้าน หมู่บ้านนี้ค่อนข้างทันสมัย มีการปลูกผัก สวนครัว ปลูกถั่วขอ ทำหน่อไม้ไว้กิน มีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม มีประปาหมู่บ้าน
เราสำรวจจนได้ข้อมูลพอสมควรแล้ว กลับมาทานอาหารกลางวัน อาหารพิเศษของเรามื้อแรกค่ะ
ส้มตำ
ดักแด้
Day 4
เราเดินสำรวจชุมชนอีก เพื่อเก็บข้อมูลและประเด็น สิ่งแวดล้อม
กล้วยร้อยหวี
เราก็ขอไปเยี่ยมโรงเรียนประถมบ้านยางคำด้วย แล้วมาวางแผนงานร่วมกับนักวิจัยชาวบ้าน 7 คน
นักวิจัยชุมชน ผู้ใหญ่มัธยัสย์ อสม ลุงจันทร์ ฯลฯ
เราพูดคุยกัน ...ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ การศึกษา ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม สังคมวัฒนธรรม การเมือง การปกครองและเรื่องเด็กและเยาวชน
ตอนกลางคืน เราก็มาคุยกันต่อกับนักวิจัยชุมชน ถึงความสุข ความทุกข์ของชุมชนทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต
จากนั้นเราและนักวิจัยชุมชนว่า ช่วยกันเลือกประเด็นที่สำคัญ 3 ประเด็นที่จะนำมาพัฒนาก่อน
ชาวบ้านคิดว่า
ถ้าการศึกษาของเยาวชนดี จะทำให้การพัฒนาสิ่งอื่นๆตามมา ดังนั้นจึงอยากฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมดีดีในอดีตกลับคืนมาและการดูแลสิ่งแวดล้อมให่น่าอยู่
เราไปดูถังประปาหมู่บ้าน
ไป รพ คุยกับบุคลากร สาธารณสุข
จากปัญหาที่พบ คือเยาวชนบางส่วนดื้อ เด็กขับรถซิ่ง ตีกัน ตั้งครรภ์ในวัยเรียน จุดแข็งของหมู่บ้าน คือ มีปราชญ์พื้นบ้าน มีการร้องสรภัญญะ การมีจักสาน การทำผ้าไหม มีพื้นที่สวยงาม มีโรงเรียนมัธยมที่มีความสวยงาม มีสวนมุนไพร จึงอยากให้โรงเรียนได้เรียนรู้ร่วมกับชุมชน อนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่วนปัญหาสุขภาพคือ การป่วยด้วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งลำไส้ และอื่นๆ
วันรุ่งขึ้น Day 4
เราจึงตามไปเยี่ยมโรงเรียนมัธยม เพื่อลองดูพื้นที่ และคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียน พื้นที่โดยรอบกำลังพัฒนา ปรับพื้นที่เพื่อเตรียมปลูกไร่ทานตะวัน มองเห็นภูเขา บางส่วนมีโขดหินใหญ่
สวนสมุนไพร
พื้นที่ ที่จะปลูกไร่ทานตะวัน
จากนั้นกลับไปเยี่ยมโรงเรียนยางคำอีกครั้งเพื่อคุยกับเยาวชน
เด็กหลายคนฝันที่จะเป็นครู เพราะรักครูละออ บางคนอยากเป็นหมอ อยากเป็นแอร์โฮสเตต
ตอนกลางคืน เรามาวางแผนกิจกรรมร่วมกันอีกครั้ง
Day 5
จากโครงการ อสม น้อย เราจึงอยากคุยกับกลุ่ม อสมและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอีกครั้ง เราก็เชิญมาคุยกันในตอนเช้า
อสม มี 16 คน รับผิดชอบดูแลบ้าน 7-10 หลัง ได้ตอบแทนเดือนละ 600 บาท ทำงานมานานกว่า 10 ปี แล้ว รับผิดชอบดูแลและแนะนำเรื่องการกินให้ถูกสุขอนามัย วัดความดันโลหิต ตรวจน้ำตาลปลายนิ้ว คนป่วยเบาหวาน แนะนำหญิงหลังคลอด การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
การทำงานของบุคลากรสาธารณสุข ดูแลผู้ป่วยเรื้อรังในชุมชน มีการคัดกรองเบาหวาน ความดันโลหิต มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก แต่การตายของชุมชน จะตายด้วยมะเร็งท่อน้ำดี แต่ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินปลาร้าดิบได้ ชาวบ้านยังกิน 70% ส่วนที่กินสุก 30% ยังปรับเปลี่ยนยาก
คุณบุญถนอม คงอุ่น บอกเราว่า
คิดว่าอยากทำโครงการพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังของมะเร็งทุกระบบ วัณโรค ข้อเสื่อม เบาหวานและความดัน เราจึงคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจที่จะงานร่วมกัน
คุณบุญถนอม เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่มาคุยกับเรา
ได้ข้อมูลครบถ้วน เราทั้ง 4 หมู่บ้าน มาพบกันที่ อบต เพื่อนำเสนอก่อนกลับมาที่ RDI เพื่อสรุปประเมินผลและรับวุฒิบัตร
สิ่งที่ได้
-
การวิจัยแบบ PAR
-
การค้นหาประเด็นวิจัยในชุมชน
-
ความเอื้อเฟื้อ ความเป็นมิตรของชาวบ้าน ความเป็นผู้นำของผู้นำในชุมชน
-
ความเอื้อเฟื้อของแหล่งเรียนรู้ ความเข้าถึงง่าย ไม่มีพิธีรีตอง
-
การลงพื้นที่ การสัมภาษณ์
จบการอบรม
แก้ว บันทึก 6 พฤศจิกายน 2553






















รับวุฒิบัตรการอบรม การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม Participatory Action Research จาก RDI
ดูภาพเพิ่มเติมได้ค่ะ
PAR
น้องชำนาญ
พี่ๆทำงานใน รพ มานาน จนเกือบจะไม่รู้ประเด็นปัญหาของชุมชน
เรามีโอกาสเข้าไปเรียนรู้มากมายในครั้งนี้
ทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมโรคร้ายๆยังเกิดขึ้นมากมาย ถ้าเราไม่ป้องกันโรค เราที่อยู่ใน รพ คงจะรับมือไม่ไหวค่ะ
สวัสดีวันหยุดค่ะ
คุณยาย
พี่แก้วคิดต่อได้หลายเรื่อง อย่างน้อยก็ช่วยคนใกล้เคียงกับวิชาชีพเรา คือ ด้านสุขภาพ
อยากร่วมมือกับรพ ในชุมชน เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของชาวบ้านในบางสิ่งและคงไว้เรื่องการกินที่ถูกสุขอนามัยที่ดีของชุมชน
คุณอุ้มบุญคะ
ดีใจที่มาทักทายค่ะ
การทำ R2R ใน รพ แล้วเชื่อมโยงกับชุมชนในการวางแผนให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองที่บ้านได้ ก็จะลดการกลับเข้ามาใน รพ อีกก็ได้นะคะ
กลับเข้ามา อ่านงานวิจัยแบบ PAR ครั้ง ✿อุ้มบุญ✿ สนใจ
แหมได้ไอเดียเลยนะค่ะพี่แก้ว
เชื่อแล้วค่ะว่าได้ฟังผู้รู้มีปัญญาเพียงเวลาแค่งูแลบลิ้น ก็ก่อให้เกิดปัญญาได้
ขอบพระคุณคำชี้แนะดีดี อีกครั้งค่ะพี่แก้ว
จะเริ่มแบบไหนดีค่ะพี่แก้ว....................
พี่แก้วครับ มาเชียร์ๆๆเลย ได้ลงชุมชน ได้เรียนรู้ รอดูพี่แก้วปลูกมันด้วยครับ ฮ่าๆๆ
เราอาจวิเคราะห์ปัญหาในโรงพยาบาลนั่นแหละค่ะ ว่าปัญหาอะไรที่ทำให้ผู้ป่วยกลับเข้ารักษามากที่สุด แล้วเราก็ทำวิจัย PAR โดยให้คนไข้เรามีส่วนร่วมในการวางแผนการดูแลตนเองเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน แล้วเขียนข้อควรปฏิบัติร่วมกัน จากนั้นเราไปติดตามดูที่บ้านเพื่อวางแผนว่า เขาจะทำได้ไหมตามบริบทที่คิดว่าจะทำค่ะ
พี่คิดไป เขียนไป พี่ก็ปิ๊งไปด้วยนะ
รอดูหัวมันเทศพี่นะ ถ้าทากมันไม่มากินเสียก่อน
ชาวบ้านบอกให้พี่หาปูนขาวมาโรย