ข่าวใหญ่ข่าวหนึ่งที่ชาวโลกจับตามองของพ.ศ.นี้คือข่าวการช่วยชีวิตคนงานเหมืองที่ติดอยู่ใต้ดินเมืองถล่มในประเทศชิลี

จากข่าวนี้ แสดงให้เห็นความทุกข์ทั้ง 10 ชนิดของความทุกข์ได้เลยค่ะ

ทุกข์นั้นแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือทุกข์ในขันธ์ 5 หรืออริยสัจ (ทุกขเวทนา) ซึ่งเป็นทุกข์ที่มีอยู่เฉพาะในอุปาทินนกสังขาร หรือทุกข์ที่มีผู้เสวย และทุกข์ในไตรลักษณ์(ไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) อันเป็นทุกข์ที่พบได้ทั่วไปทั้งในอุปาทินนกสังขาร และอนุปาทินนกสังขาร

สำหรับทุกข์ในอริยสัจนั้น หากนำเรื่องคนงานที่ติดอยู่ใต้ดินมากว่า 60 วันมาพิจารณา จะพบเห็นลักษณะของทุกข์ได้ครบทั้ง 10 ลักษณะ นั่นคือ

มนุษย์เราทุกคน ต้องพบกับความเกิด แก่ และตาย (สภาวทุกข์ ทุกข์ประจำสังขาร) ในขณะที่มีชีวิตอยู่ก็ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีวิต (อาหารปริเยฏฐิทุกข์ - ทุกข์ในการหาเลี้ยงชีพ) ดังเช่นคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องลงไปทำงานในเหมือง ต้องอดทนต่ออากาศที่ร้อนอบอ้าว (นิพัทธทุกข์ เช่น ร้อนเกินไป หนาวเกินไป)

เมื่อเหมืองถล่ม คนงานที่ติดอยู่ใต้ดิน ย่อมตกอยู่ในสภาวะถูกบีบคั้น (ปกิณณกทุกข์ ทุกข์จร คือโสกะ เศร้าใจ, ปริเทวะ คร่ำครวญ, ทุกขโทมนัส ถูกบีบคั้นทางใจ, อุปายาส ใจแห้งเหี่ยว) พบกับความเจ็บป่วย (พยาธิทุกข์ ความป่วยไข้ด้วยโรค)

นอกจากความป่วยไข้ ยังพบกับสหคตทุกข์ (ทุกข์ที่มาด้วยกัน เช่น มีบ้านหลังใหญ่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายดูแลมาก) คือความเครียด ซึ่งอาจทำให้ความอดทนที่มีต่อหรือต่อสิ่งที่มากระทบ หรือพฤติกรรมของเพื่อนร่วมชะตากรรมได้น้อยลง จึงอาจมีเหตุวิวาท (วิวาทมูลกทุกข์ - ทุกข์มีวิวาทเป็นมูล) กันได้

และหากมีเหตุให้วิวาท แม้เรื่องราวจะจบลงแล้ว แต่ความรู้สึกอาจยังค้างคาใจ เมื่อใดหวนนึกถึงเรื่องเก่า ก็เอามาเป็นเหตุให้กระวนกระวายใจได้ต่อไป (สันตาปทุกข์ - ความรุ่มร้อน กระวนกระวายเพราะ ราคะ โทสะ โมหะ)

เมื่อได้รับการช่วยเหลือ เหล่าคนงานให้สัมภาษณ์ว่า ตลอดเวลาที่อยู่ดิน รู้สึกเหมือนตกอยู่ในนรก หรือพวกเขาได้รับผลตอบแทนจากความไม่รู้ (วิปากทุกข์ ได้รับผลกรรม หรือผลอกุศลกรรมมาถึง)

ทุกข์ทั้งหมดนี้ เกิดเพราะ ทุกขขันธ์ (ทุกข์เพราะมีอุปาทานในขันธ์ 5) เพราะเกิดความยึดถือมั่นในขันธ์ 5จึงทำให้เกิดทุกข์

ทุกข์นั้น เราแก้ไม่ได้ แต่เราแก้ปัญหาอันเป็นสาเหตุของทุกข์ได้ เมื่อหมดปัญหา ก็หมดทุกข์

ทุกข์เพราะการทนอยู่ใต้ดินจบไปแล้ว แต่ความทุกข์ที่พวกเขาต้องประสบยังไม่จบ

เพราะทุกชีวิต ล้วนต้องพบทุกข์เสมอ อย่างน้อยที่สุด ก็สภาวทุกข์

(ภาพจาก komchadluek.net/detail/20101013/7)