ชีวิตที่พอเพียง : ๑๑๐๖. ไม่ชอบรับความช่วยเหลือ

ผู้รับการช่วยเหลือดูเหมือนจะได้ แต่ผมคิดว่าเสียมากกว่าได้ คือเสียโอกาสช่วยเหลือตนเอง ทำให้ตกอยู่ในสภาพรอการช่วยเหลือ ไม่ขวนขวายช่วยตัวเอง หรือรวมตัวกันแก้ปัญหาของสังคมของตนเอง การรับความช่วยเหลือมักมีเงื่อนไขเสมอ โดยอาจมีข้ออ้างว่าป้องกันบางคนหรือบางกลุ่มในฝ่ายรับเบียดบังผลประโยชน์ (ซึ่งก็มีส่วนจริง) เงื่อนไขนั้นเองมักเป็นต้นเหตุให้ฝ่ายรับต้องพึ่งพิงตลอดไป


          ผมสงสัยเรื่อยมา ว่าการที่ประเทศหนึ่งรับความช่วยเหลือจากอีกประเทศหนึ่งหรือจากองค์การระหว่างประเทศหรือจาก donor ระหว่างประเทศ ลงท้ายแล้วใครได้ใครเสียกันแน่   หรือจริงๆ แล้ว "ผู้ให้" คือ "ผู้ได้" แบบแอบแฝง   และผู้รับคือ "ผู้สืบเนื่องความอ่อนแอ" ของตนเอง   โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือโดยจงใจ   เพราะในการรับความช่วยเหลือนั้น มันมีเงื่อนไข และในขณะเดียวกัน ก็มีช่องโหว่ ให้คนบางคนหรือบางกลุ่มแอบชักส่วนแบ่ง (อันไม่พึงได้) ไปก่อน

          ลงานวิจัยเรื่อง Seven Challenges in International Development Assistance for Health and Ways Forward เขียนโดย Devi Sridhar   ช่วยให้ความเข้าใจข้อสงสัยนี้ส่วนหนึ่ง

 

          ปรากฏการณ์สำคัญในโลก ที่ระบบทุนนิยมกำลังครองโลกนั้น  เกิดการสั่งสมทุน หรือทุนล้นโลก   ทะลักออกมาเป็นเงินมูลนิธิขนาดยักษ์ สำหรับทำการกุศลช่วยโลก  ซึ่งจริงๆ แล้วผมเข้าใจว่าเป็นการหมุนเงินทางอ้อม   คือไม่ให้เงินไปกองอยู่เฉยๆ ต้องเอาไปใช้   การใช้เงินนั้นเองเป็นการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ   เงินการกุศลแบบนี้จึงได้ทั้ง “กุศล” และได้ทั้งผลประโยชน์ทางธุรกิจ

          ผู้รับการช่วยเหลือดูเหมือนจะได้   แต่ผมคิดว่าเสียมากกว่าได้   คือเสียโอกาสช่วยเหลือตนเอง   ทำให้ตกอยู่ในสภาพรอการช่วยเหลือ ไม่ขวนขวายช่วยตัวเอง หรือรวมตัวกันแก้ปัญหาของสังคมของตนเอง   การรับความช่วยเหลือมักมีเงื่อนไขเสมอ   โดยอาจมีข้ออ้างว่าป้องกันบางคนหรือบางกลุ่มในฝ่ายรับเบียดบังผลประโยชน์ (ซึ่งก็มีส่วนจริง)   เงื่อนไขนั้นเองมักเป็นต้นเหตุให้ฝ่ายรับต้องพึ่งพิงตลอดไป 

          ลองอ่านข้อท้าทาย ๗ ข้อที่ผู้วิจัยสรุปไว้   จะเห็นว่าเงินมูลนิธิยักษ์ใหญ่เพื่อช่วยโลกนี้   กลายเป็นเรื่องการเมืองโลก  ที่ขาดการกำกับดูแล  มีการแสวงหาผลประโยชน์จากการตั้งองค์กรตัวกลางเข้าไปบริหารจัดการเงินช่วยเหลือนั้น  โดยที่องค์กรเหล่านั้นมักมาจากประเทศร่ำรวย   และที่ผมคิดว่าเป็นข้อเสียร้ายแรงคือ โครงการต่างๆ นั้นเป็นโครงการระยะสั้น  ที่โครงการอาจประสบความสำเร็จ แต่ประเทศที่รับความช่วยเหลือยังคงยากจนหรือช่วยตัวเองไม่ได้อยู่ต่อไป

          ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เป็นหลักการที่ดีที่สุด

 

วิจารณ์ พานิช
๙ ต.ค. ๕๓
           

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

เป็นเช่นนั้นหรือครับ อาจารย์

เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยอย่างยิ่งยวดเจ้าค่ะ .. ถึงแม้ว่าตัวชี้วัดโครงการจะมีประเด็นที่ คำนึกถึงผลได้ผลเสีย ของผู้ได้รับผลประโยชน์เป็นหลักสำคัญก็ตาม .. ขอนำเอกสารแนบไปเผยแพร่ ขอบพระคุณค่ะ

  • ทั้งปัจจุบันและที่ผ่านมา รัฐก็ดำเนินการลักษณะนี้กับประชาชนเช่นกัน ซึ่งในระยะยาวไม่เป็นผลดีต่อชาติบ้านเมืองเลย
  • ขอบคุณข้อคิดดีๆนี้ครับ