การฝึกรู้รูปรู้นามและหัดแยกให้ออก "ให้สงสารสัตว์โลกเพราะสัตว์เกิดมาลำบากมากๆทุกข์มากรวมทั้งคนที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรม  หัดมีสัมมาสติ สัมมาสมาธิที่เป็นคนที่น่าสงสารเพราะต้องเจอทุกข์ตลอดเวลา".พ.ญ. อัจฉรา เชาวะวณิช

        ว่าด้วยความบังเอิญ......

       "สวัสดีค่ะ..พี่ขออนุญาตนั่งด้วยคนนะคะ" เสียงของสุภาพสตรีทั้งสวยแบบไม่มีที่ติ คาดว่าวัยจะล่วงเลยไปกว่า ๕๐ ฝนแล้วก็ยังมีร่องรอยความสวยงามประกอบกับการแต่งหน้าแบบเนียน ๆ  ฉบับคุณน้ำคุณนายหลงเหลืออยู่เกือบเต็มร้อย

        "สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ"  พร้อมกับส่งยิ้มให้เป็นการแสดงไมตรี  และเห็นว่าผู้มาใหม่คงต้องการเพื่อน เพราะเรามาต่างที่กัน

        "น้องอยู่ที่ไหนคะ มาทำอะไรที่นี่" นอกจากสวยแล้วยังเก่งเรื่องการสร้างไมตรีเพื่อความคุ้นเคยอีก

         ฉันได้บอกจุดประสงค์ของการมาที่ให้เธอได้ทราบ และเริ่มคุยกัน  แต่ฉันจะเป็นฝ่ายฟังเรื่องเล่าของเธอมากกว่า

      "สามีของพี่เป็นอดีตนายอำเภอนะคะ ตอนนี้เกษียณแล้ว พี่เป็นตัวจักรสำคัญในการทำงานเพื่อหน้าตาและชื่อเสียงของสามี  งานที่พี่ทำอยู่เป็นระดับแนวหน้า ทุกหน่วยงานให้การยอมรับ รวมทั้งหน่วยงานของพี่เอง  ทำให้พี่ได้รับรางวัลดีเด่น รางวัลเชิดชูเกียรติมากมาย" ฉันได้แต่ฟังเธอพูด ยิ้ม พยักหน้ารับเป็นจังหวะ ๆ

      "อาหารที่นี่พี่ว่าไม่น่าทานเลยนะ" พร้อมกับเขี่ยชิ้นส่วนของผัก พริก ต้นหอม ผักชีออกจากจาน "พี่ไม่ชอบทานผักแบบนี้ ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ถ้าจะทานผักหรือผลไม้จะต้องเป็นผักหรือผลไม้ที่มาจากนอก" ฉันก็มีแต่มาดเดิม ๆ ยิ้มและค่ะ ๆ ๆ ๆ

      "น้องเป็นครูสอนที่บ้านนอกหรือ ทำไมไม่ย้ายมาในเมืองละ อยู่บ้านนอกนาน ๆ มักจะไม่ทันโลกทันเหตุการณ์ ถึงว่าเห็นน้องเงียบ ๆ พูดไม่เก่ง และพี่เห็นว่าพวกครูบ้านนอกมักจะเชย ๆ เฉิ่ม ๆ " อุย..เจ็บจิ๊ด ๆ แต่ไม่ปริ๊ด ไม่รู้สึกปริ๊ดเลยในส่วนตัว แต่รู้สึกเสียใจแทนเพื่อน ๆ ครูบ้านนอกที่ถูกตำหนิเพราะความเฉิ่ม ๆ เชย ๆ ของตัวฉันเอง ... เงียบฟังต่อไปดีกว่า

       เมื่อถึงเวลาคนที่ฉันรอคอยก็มาถึง  เพื่อนชาวต่างชาติที่เดินทางมาจาก Canada สองคน  ฉันแนะนำให้เธอรู้จักนิดหน่อยแล้วพาเพื่อนทั้งสองไปติดต่อพนักงานของโรงแรมเกี่ยวกับห้องพักที่จองไว้ 

       วันนี้อ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้และเลือกอ่านบันทึกเกี่ยวกับเรื่องเดียวกัน ทำให้นึกได้จึงนำมาเขียนผ่านบันทึกและขอขอบคุณโอกาสที่ได้มอบ"บททดสอบอารมณ์" ให้ในครั้งนี้