"อย่าตาบอดสี เลือกสีแดง สีเหลือและสีอื่นๆ อย่าผลักให้สีอื่นที่ไม่ใช่ตนเป็นคนไม่จงรักภักดี”
มองนอกดูใน-มองเมืองไทยวันนี้
ผ่านใจที่มีกรุณาและปัญญาเคียงกัน
อาจะเป็นครั้งแรกในการนำเสนอบันทึก ของผู้เขียนที่นำเอาข้อมูลจากอินเตอร์เนท ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ได้ชมจากรายการโทรทัศน์ กรมประชาสัมพันธ์ ที่ผมคุ้นเคยว่าช่อง 11 จึงสืบค้นหาจากเสถียรธรรมสถาน เพราะการเสวนานั้นผู้เขียนเห็นว่าเกิดขึ้นที่เสถียรธรรมสถาน แต่ปรากฎว่าค้นพบจากคมชัดลึก : แม้ว่าภาพความรุนแรงที่ปรากฏให้เห็นกันในช่วงเวลา 2 เดือนที่ผ่านมานี้ดูจะสงบลงบ้างแล้ว แต่ภายในใจของคนไทย ทั้งที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ และที่ได้สังเกตการณ์จากภายนอก ทั้งที่ได้รับผลกระทบ และไม่ได้รับผลกระทบ ต่างก็ยังคงคุกรุ่นไปด้วยความสงสัย ความไม่เข้าใจ กระทั่งถึงความโกรธแค้น ที่หากเมื่อใดเถ้าถ่านซึ่งปกคลุมก้อนถ่านนั้นปลิวหายไป ถ่านนั้นก็พร้อมที่จะปะทุขึ้นมาใหม่ได้ไม่ยาก
มองเมืองไทยวันนี้ ผ่านใจที่มีกรุณาและปัญญาเคียงกัน’ คือชื่อของงานเสวนาซึ่งจัดขึ้นช่วงบ่ายวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ เสถียรธรรมสถาน โดยเป็นงานเสวนาที่จัดขึ้นเพื่อหาทางออก และวิธีการในการบูรณะประเทศไทยของเราขึ้นอีกครั้ง ในช่วงเวลาที่ความโกรธแค้นและความไม่เข้าใจยังคงอยู่ในใจของคนไทยจำนวนมากการสนทนาในวันนั้น มีผู้ร่วมสนทนาโดย พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ พระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระราม 9 ศจ.ประสาทพงษ์ ปั้นสวย ศิษยาภิบาล และประธานคริสตจักรที่สอง สามย่าน สังกัดคริสตจักรภาคที่ 6 สภาคริสตจักรแห่งประเทศไทย รศ.ดร.วิลาสินี พิพิธกุล อดุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักรณรงค์และสื่อสาธารณะเพื่อสังคม สสส. คุณมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.หลักทรัพย์ กิมเอ็ง และข้าพเจ้า( แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต)
โดยคำตอบสุดท้ายซึ่งได้จากการเสวนาก็คือ ‘แนวทางแห่งเมตตาธรรม’ อันเป็นหลักการที่ทุกคนควรยึดไว้เพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมืองของเราในระยะยาว และในช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นฟื้นฟูนี้กลุ่มผู้เสวนาได้ให้แนวทางสร้างสุขกับคนไทยในภาวะความขัดแย้ง ดังนี้
พระศรีญาณโสภณ ได้ให้ข้อคิดน่าสนใจที่น่าสนใจว่า ‘การเปิดใจกว้าง ละวางอคติ’ ก็ถือเป็นคำสำคัญที่จะละทิ้งเสียไม่ได้ “ท่ามกลางความแตกแยกของผู้คนในสังคมที่เต็มไปด้วยความโกรธ เราทั้งหลายต้องกลับมาตั้งสติ หากเราต้องการให้แผ่นดินสงบสุขร่มเย็น ก็คงต้องกลับมาทบทวนว่า สิ่งเลวร้ายทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นนั้น เราคนไทยด้วยกันทุกคนสร้างมันขึ้นมา เราจึงต้องชำระสิ่งเหล่านี้ ให้หมดจดสะอาดบริสุทธิ์ ให้ผืนแผ่นดินของเราเป็นผืนแผ่นดินที่น่าอยู่ต่อไป การแสดงเหตุผลบางครั้งก็ไม่ทำงาน ก็ต้องอาศัยหลักเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา มองเห็นเขาด้วยความสงสาร ผ่อนหนักให้เป็นเบา ผ่อนอาฆาตพยาบาทให้เป็นอโหสิกรรม ขอให้เราใช้พลังบวกในการกอบกู้บ้านเมือง ผู้เขียนได้บันทึกจากรายการโทรทัศน์ ที่ประทับใจคือข้อความต่อไปนี้ แต่ก่อนประเทศเราก็เคยแยกก๊กแยกกลุ่ม แต่ก็กลับมากู้บ้านเมือง อย่าตาบอดสี เลือกสีแดง สีเหลือและสีอื่นๆ อย่าผลักให้สีอื่นที่ไม่ใช่ตนเป็นคนไม่จงรักภักดี”
พระไพศาล วิสาโล พระนักสันติวิธี กล่าวถึงการสูญเสียและการเยียวยาว่า “อย่าปล่อยให้ไฟแห่งความโกรธ ความเกลียด ความเคียดแค้นพยาบาท เผารนจิตใจของเรา ให้เนิ่นนานไปกว่านี้ เพราะว่ามันจะทำให้เรามีความทุกข์ และทำให้เราระบายความทุกข์ใส่คนอื่น ใส่ลูกหลาน เพื่อนบ้าน และจะทำให้ไฟในบ้านในเมืองปะทุขึ้นมาใหม่ ตอนนี้เราต้องเจริญเมตตาจิต มีความปรารถนาดีต่อทุกคนแม้จะคิดต่างจากเรา ร่วมมือกันช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อบูรณะสังคมขึ้นมาใหม่ ให้เป็นดินแดนแห่งความสุข ความหวังสำหรับลูกหลานของเราในอนาคต” ผู้เขียนได้บันทึกเพิ่มเติม ท่านได้พูดถึง ความสูญเสีย วัตถุ ร่างกาย จิตใจ ความสัมพันธ์ ในสมรภูมิราชประสงค์ แม้ว่าเหตุการณ์จะสงบ แต่สมรภูมิในใจยังไม่สงบ ต้องช่วยกันต้อนสติให้มีความเมตตากรุณา ให้แก่กับและกัน เปลี่ยนความร้าวฉานสัมพันธภาพทุกระดับ ต้องสมาทานด้วยความรักความเมตตา และการให้อภัย จะใช้เพียงแค่การพูดยังไม่เพียงพอต้องกระทำด้วย โดยการแสดงให้เป็นรูปธรรม
ในขณะที่ศจ.ประสาทพงษ์ ปั้นสวย “มนุษย์เราเป็นผู้ที่มีความรู้สึก มีอารมณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความขัดแย้งกัน ในฐานะที่ผมเป็นผู้รับใช้พระเจ้าของคริสเตียน เห็นสิ่งเหล่านี้ก็รู้สึกเสียใจ...แม้ว่าพี่น้องของเรา อาจจะไม่เข้าใจเรา หรือตัวของเราเองอาจจะไม่เข้าใจเขา ให้เรารักเขา ให้อภัยกับเขา และประการสุดท้ายก็คือ การที่เราจะให้อภัยกับตัวเราเองเพราะในบางครั้ง มนุษย์เรามีความผิดพลาดได้ในชีวิต ให้เราที่จะเปลี่ยนชีวิตของเรา เปลี่ยนจิตใจของเรา และรับการให้อภัย จากพี่น้องของเราด้วย”
รศ.ดร.วิลาสินี พิพิธกุล อดุลยานนท์ จาก สสส.กล่าวว่า “เราต้องเปิดใจรับฟัง ผู้ที่เขามีความทุกข์ มีความโกรธ ความเกลียดอยู่ ให้เขารู้ว่าเขามีตัวตน มีที่ยืน มีที่ที่เขาจะพูดได้ พูดปัญหา พูดความทุกข์ของเขาได้ ซึ่งจะช่วยเยียวยาตัวเราเองด้วย ที่เราก็คงทุกข์ไม่แพ้กัน ขอเชิญชวนทุกคนที่มีโอกาสแลกเปลี่ยน ฝันถึงอนาคตของประเทศไทยที่น่าอยู่ที่สุดในโลกด้วยมือของพวกเรา ทำอย่างไรที่จะให้เราพ้นจากความทุกข์ ความกลัดกลุ้มทั้งหลายได้”

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ได้สรุป ไว้ว่า “ปัญหาบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้เราต้องหันกลับมามองว่า เราจะช่วยเหลือครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในครั้งนี้อย่างไร จึงจะไม่เกิดประวัติศาสตร์ที่ซ้ำด้วยการสร้างความเข้าใจว่า ความต่างระหว่างชนชั้นต่างกันด้วยสิ่งสมมติ แต่เหมือนกันด้วยความสุขความทุกข์ เพราะสุข ทุกข์ ไม่มีชนชั้น ไม่มีเชื้อชาติ ไม่มีศาสนา แต่สุข ทุกข์ เป็นสากล”
ธรรมสวัสดี
แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต


สวัสดีค่ะ
พี่คงผ่อนคลายได้เที่ยวสุพรรณบุรี คงชาร์ทแบตไว้สู้กับงานใหญ่
ค่ายที่ถ้ำพริกนะครับ สุขภาพแข็งแรง จิตใจเบิกบานอิ่มเอิบในบุญครับพี่
ท่านแม่ชีมีมุมมมองที่เปิดกว้างและสันติมาก โดยจะช่วยเหลือทุกๆๆฝ่ายไม่เลือกฝ่ายใด
ขอบคุณแง่คิดจากทุกท่านเพื่อสังคมที่สงบสุขค่ะ...
สวัสดีค่ะ
เล่าการสรุปของแต่ละท่านให้ทราบ ขอบคุณมากนะคะ หากไม่อยากเครียด โกรธ เกลียด ฯ ในสิ่งที่ไม่ดีที่คนที่เราไม่ชอบอยู่ตลอดเวลาเราเองนั้นแหละจะไม่มีความสุข เราลองคิดในส่วนที่ดีๆของเขา แล้วเราจะลดอารมณ์โกรธเกลียด จิตใจของเราลดความเครียดได้ เป็นคำบอกกล่าว สอนเตือนจาก อาจารย์ สุนทร ทวีโภค เมื่อท่านสอนก็ลองนึกดู ก็จริงอย่างท่านว่า และมานึกถึงคำสอนของ ท่านพุทธทาสภิกขุ
น่าตกใจที่ว่า
คนไทยถูกยัดเยียดให้ไม่รักกัน
ความเกลียดชังจะถูก..สะสม บ่มไว้
จะปะทุ..ออกมา เพราะความเหลื่อมล้ำ??
ขอบคุณ ดร ขจิต ฝอยทอง
ผมได้เข้าร่วมอบรมที่เสถียรธรรมสถาน ท่านเป็นนักจิตวิทยา เป็นนักเยียวยาที่เก่งมากครับ
ขอบคุณพี่นงนาท สนธิสุวรรณ
ทุกท่านมีแง่คิดเพื่อสันติสุขครับ
ขอบคุณกานดา
ไม่โกรธ นั่นคือสุดยอดคนครับ
ขอบคุณคุณครู ป.1
ถึงเวลาจะต้องรวมกันแล้วครับ อย่ายัดเยียดให้คนอื่นไปอยู่ตามที่ตนเองคิดนะครับ
เอายิ้มสดใสเหมือนคุณครู ป.1 ยิ้มในรูปนี้ให้กันและกันครับ
อยากไปเยี่ยมชมสุขาพาสุขสันต์จังเลย
สวัสดีครับท่านผอ.
สวัสดีค่ะ.....
แวะมาอ่านข้อคิดเห็นทางด้านการเมืองจากผู้ที่มีจิตเป็นกลางทุกท่าน
อยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและขัดแย้งกันทุกคนได้ดูรายการนี้ หรืออย่างน้อยได้อ่านจากบันทึกนี้แล้ว จะได้ช่วยให้สติกลับคืนมา
มองปัญหาทุกอย่างแล้วแก้ไขตัวเองทั้งภายในและภายนอกแล้วความสงบสุขจะกลับมาสู่ประเทศเรา....แน่นอน
มีความสุขกับการทำงานนะคะ
ขอบคุณ คุณครูจ่อย
ยังมีความหวังครับ อย่าค้นหาความจริงหรือความเท็จมาเป็นข้ออ้าง
จงเริ่มสร้างสัมพันธภาพ และไมตรีจะดีกว่าครับ
ขอบคุณ คุณKrugui Chutima
สติมาปัญญาเกิดครับแม่ครู
สวัสดีค่ะ...ท่าน ผอ.พรชัย...
คนเราไม่ค่อยเปิดใจกว้างหรอกค่ะ...คงกลัวเสียอำนาจ เสียผลประโยชน์มังค่ะ...
เปิดหู เปิดตาม เปิดปัญญา ร่วมแก้ปัญหาชาติครับ
วันนี้ไปประชุมมา ท่านอธิการก็ได้ย้ำ ใ้ห้อาจารย์สอนนักศึกษาเน้นเรื่องความสามัคคีกันให้มากๆๆ
ก็ได้แต่หวังว่า เยาวชนไทยรุ่นใหม่ จะมีความรัก ความสามัคคีกันมากๆ กว่านี้ บ้างนะคะ
จะได้มาพัฒนาบ้านเมือง ให้ก้าวหน้า ทันประเทศอื่นๆ เค้าบ้าง