การสังเกตโลกก็เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้
 
 
 
“โลก..วันนี้ไม่ร้อน ฝนตกค่ะครู”
จรวดลำเล็กๆ โฉบผ่านหน้าครู
 
ห้องสอบเงียบสงัดกว่าเดิม
 
เสียงลากเก้าอี้เสียดกับพื้นห้องดังเสียดหัวใจทุกดวงในห้อง
 
ต๊อก ต๊อก ต๊อก..ฝีเท้าครูหยุดอยู่ที่จรวดสีขาวลายเส้นกระดาษสมุดนักเรียน
 
ครูหยิบตรงกลางลำของจรวด..เดินถือกลับมาหน้าห้อง
 
ห้องเงียบสงัด..ได้ยินเพียงเสียงหายใจขัดๆ ของคนเป็นหวัด
 
“ฝนตกทุกวัน..นักเรียนทราบไหมคะว่าเพราะอะไร”
 
“พายุเข้าค่ะ..หนูดูข่าว”
 
“ดีมาก..นักเรียน แต่เราโดนแค่หางพายุค่ะ”
 
“บางที..พายุพัดรุนแรงกว่านี้ ต้นไม้โค่น ลูกเห็บลง บ้านพังเสียหาย”
 
ครูหยุดหายใจพร้อมกับเอ่ยต่อ
 
“โลกวันนี้หนาวค่ะ..แต่คนที่โดนพายุซัด ร้อนไปหมดนักเรียน”
 
“เขาร้อนอะไรคะ..ค่ะ เขาร้อนใจ” ครูยิ้มให้กับใบหน้าเล็กๆ เหล่านั้น
 
เด็กๆ เงียบฟัง
 
“กระดาษทำมาจาก..” เด็กพร้อมกันตอบว่า “ต้นไม้”
 
“ฝนตกหนักน้ำท่วมหลายพื้นที่..ต่อไปเราจะรู้จักฤดูแปลกๆ มากขึ้นกว่าเดิม”
 
“บางทีเราต้องหยุดพับกระดาษเพื่อรักษาโลกค่ะ” ครูชี้โพรงเล็กๆ ให้เด็กๆ
 
“โดดหนังยางแทนได้ไหมคะ..ครู” เสียงตอบเอาใจของเด็กหญิงทำเอาครูกลั้นยิ้มไว้ไม่ได้แล้ว
 
“ครูมีส่วนผิดอยู่มากที่ตอนเด็กๆ ฉีกกระดาษเล่น และไม่เข้าใจว่าโลกร้อนคืออะไร..อีกหน่อยครูก็ไม่ต้องอยู่รับกรรมแล้วที่เหลือ..คือพวกเธอ นักเรียน”
 
ครูถือจรวดลำเล็กจอดไว้อวดสายตาของเด็กๆ หวังว่าโพรงที่ชี้นี้จะทำให้โลกเย็นลง..และที่สำคัญรู้สึกผิดน้อยลง
 
“โลกหนาวค่ะครูขา...ปิดพัดลมกันดีกว่า โลกจะได้พอดี” หัวหน้าห้องเดินห่อไหล่ไปปิดพัดลม
 
ปล.ค่ะ  ต้องนั่งคุกเข่าที่ผาสำนึกตนอีกนานค่ะ..จนกว่าโลกจะให้อภัย