ช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองยังคลุมเครือหาทางออกไม่ได้ หรือมีทางออกแต่ออกไม่ได้ ทำให้คนไทยเราก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่าจะลงเอยกันอย่างไร เมื่อประเทศเดินทางมาถึงตรงนี้ก็ถือว่าได้สูญเสียโอกาสมากมาย

ในความคิดส่วนตัวของผม ก็มองว่าเป็นวิกฤติที่เป็นโอกาสในหลายเรื่องทีเดียว หากมองดีๆเป็นโอกาสที่ทำให้คนในชาติเรียนรู้ประเด็นการเมือง สนใจ และมีแนวโน้มในการตรวจสอบระบบการเมืองในอนาคต ส่วนหนึ่งเยาวชนของชาติและผู้ที่เข้าถึง “สื่อใหม่” (New media)นั้นก็คึกคักเป็นอย่างยิ่ง โดยการแสดงออกทางการเมืองผ่านเครือข่ายสื่อออนไลน์ จนกระทั่งพลังเงียบแปรออกมาสู่พลังที่จะเรียกร้องมีจุดยืน อุดมการณ์ที่สร้างร่วมกันชัดเจน ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม และผมเองเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ใช้สื่อออนไลน์

ปัจจุบันการรับข่าวสารที่รวดเร็ว ฉับไว แต่อาจต้องวิเคราะห์ด้วยข้อมูลรอบด้าน ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะส่วนหนึ่งอาจด้วยวุฒิภาวะ หรือ การมีข้อมูลน้อยก็เกิดปรากฏการณ์ คิดเร็ว ตัดสินใจเร็ว ยิ่งมีอารมณ์ที่ถูกโหมกระพือจากข้างนอกทำให้เกิดการแสดงออกทั้งพฤติกรรม รวมไปถึงการแสดงออกต่อสังคมที่ไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาตนเอง พัฒนาสังคม

มีเพื่อนปริญญาเอกท่านหนึ่ง สนใจศึกษาประเด็น "สื่อใหม่กับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม" ในส่วนตัวผมคิดว่าประเด็นนี้น่าสนใจมาก เพราะหากเรามองในประเด็นการพัฒนาคุณภาพประชากรแล้ว ปรากฏการณ์แบบนี้นักประชากรจำเป็นต้องเข้าใจ และคาดการณ์อนาคต (Trend projection) เพื่อเตรียมรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อไป

จริงๆผมจะเขียนเรื่องการเดินทางไปเชียงใหม่ ด้วยเหตุผลหลักคือการไปส่งคุณแม่กลับบ้าน ในวันที่คุณแม่เข้ามากรุงเทพฯ เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์ที่ถนนวิภาวดีรังสิตพอดี (๒๘ เมย.๕๓) วันนั้นจำได้ว่าฝนตกหนัก การจราจรในถนนสายดังกล่าวถูกปิดทั้งเส้น และเราก็ได้รับรู้ข่าวเรื่องการสูญเสียอีกครั้ง

ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในเย็นวันนั้น ก็ยังมีกลุ่มหลากสี มาแสดงพลังกันอยู่ แต่ก็มีจำนวนไม่มาก อาจเพราะฝนตก รวมถึงเหตุการณ์ที่ถนนวิภาวดีรังสิตในเวลาเดียวกัน แต่ก็เห็นหลายท่านสวมเสื้อกันฝน มาโบกธงชาติไทย แสดงถึงความตั้งใจ และความคาดหวังในการขอความสันติสุขกลับคืนมาให้กับเมืองไทย

รุ่งเช้าก็พาคุณแม่ไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางกลับเชียงใหม่ แม้ว่าเช้าวันนี้จะมีอากาศสดใส สดชื่น แต่ข่าวการสูญเสียทหาร ๑ นาย ทำให้รู้สึกเศร้าลึกๆในใจ ยังไม่รู้ต่อไปเราจะสูญเสียอะไรไปมากกว่านี้อีก การจากไปของ ๑ ชีวิตมันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก

จากกรุงเทพไปยังเชียงใหม่ ...ส่งคุณแม่กลับปายแล้ว ผมยังขออยู่ต่อที่เชียงใหม่สัก ๒ วัน เพื่อพักผ่อนเงียบๆ โทรศัพท์ไป Confirms ที่พักหลังจากที่จองผ่าน internet แล้ว บอกเวลาที่จะไป check in  ผมก็พาตัวเองเตร็ดเตร่สถานที่คุ้นเคยที่เชียงใหม่ สุดท้ายก็ไปนั่งนิ่งๆ พักเหนื่อยในร้านกาแฟร้านหนึ่งที่บรรยากาศดีๆ มองออกนอกกระจกร้านกาแฟออกไป แสงแดดเป็นเปลวเต้นระยิบ อากาศข้างนอกร้อนแรงน่าดู  รถสองแถวสีแดง ยังผูกธงแดงกันให้เห็นเป็นส่วนใหญ่ และหากเราไปนั่งรถรับจ้างเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็จะได้ยินเสียงถ่ายทอดอุดมการณ์บางกลุ่มบางสีโดยวิทยุชุมชนที่ถ่ายทอดเสียงตรงจากราชประสงค์ ที่ถูกเปิดฟังตลอดเวลา ...ความร้าวลึกของคนไทยผ่านสี ถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่องผ่านสื่อ  เป็นกันไปทั่วหัวระแหง แบบนี้เราจะใช้เวลาและกระบวนการแบบไหนที่จะสมานฉันท์ปรองดองคนในชาติให้กลับคืนมา

ผมเดินทางไปยังที่พัก...ได้รับการต้อนรับด้วย น้ำเย็นๆ ในขันสลุงเงิน กลิ่นน้ำยาอุทัย ชื่นใจมาก เจ้าของทักทายผมอย่างคุ้นเคย ถือว่าผมเป็นแขกที่ค่อนข้างประจำจนจำกันได้ หลังจาก check in  และสอบถามสารทุกข์ สุกดิบกันแล้ว ก็ขอตัวเข้าห้องเพื่ออาบน้ำ เตรียมตัวไปทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆกลุ่มหลากสีเชียงใหม่ ตอนเย็นของวัน อย่างน้อยการมาครั้งนี้ ก็อยากมาซึมซับ เรียนรู้ว่า กลุ่มหลากสีเชียงใหม่ เขาขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างไร และ มีอุดมการณ์อย่างไรในการแสดงพลังในครั้งนี้ โดยความจริงผมค่อนข้างคุ้นเคยกับกลุ่มหลากสีเชียงใหม่เพราะติดต่อแลกเปลี่ยนความคิดเสมอกับกลุ่มผ่านเครือข่ายออนไลน์ การมาครั้งนี้ของผมก็มาแบบเงียบๆ โดยที่ไม่บอกใครเลย

 

ผมเดินทางไปถึงก่อนเวลา เพื่อไปนั่งดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ที่สวนสุขภาพ เห็นกลุ่มหลากสี หลากวัยเชียงใหม่ที่ค่อยๆทยอยเดินทางมารวมตัวกัน เห็นสีหน้า ท่าทาง รวมถึงอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์ ป้ายผ้า ไวนิล ที่ทำไว้แล้วเป็นอย่างดี ที่สำคัญมีเสื้อ “คนเชียงใหม่ ไม่ยุบสภา” ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนของคนที่นี่ ผมได้มา ๑ ตัวครับ ที่น่าสนใจมากๆก็คือ แผ่นกระดาษเล็กๆที่ติดมากับตัวเสื้อยืดตัวนี้.. เขาเขียนไว้ดังนี้


 

ข้อควรระวังในการใส่

 

  • ไม่ควรใส่ไปหลังวัดพระสิงห์
  • ไม่ควรใส่ขึ้นรถแดง ตุ้ก ตุ้ก ที่มีธงสีแดง (เดี๋ยวจะไปไม่ถึงที่)
  • ไม่ควรให้คนเสื้อแดงยืมเสื้อ (เพราะว่าเสื้ออาจเปลี่ยนสีได้)
  • ควรใส่ในวันที่ชุมนุม (พวกเราเยอะ)

 

วิธีการซักที่ถูกต้อง

 

  • ซักในน้ำที่สะอาด ไม่เปื้อนสีแดง
  • ห้ามนำ เสื้อกลุ่มลงไปซักร่วมกับเสื้อแดง (เดี๋ยวสีตก)
  • ห้ามใช้ผงซักฟอก ที่สนับสนุนเสื้อแดง (ร้านค้าที่เป็นแดง)
  • ห้ามตากกลางแจ้ง (เดี๋ยวหาย)

 

ด้วยความห่วงใยจากกลุ่ม FB คนเชียงใหม่ต่อต้านการยุบสภา


ผมอ่านไปยิ้มไป... กระดาษแผ่นน้อยแผ่นนี้มีนัยยะของสภาพสังคมของเราไม่น้อย ปรากฏการณ์ทุกอย่างที่เป็นสัญลักษณ์รอบตัวเรา มีความหมายในการแสดงออก เปิดเผยสิ่งที่อยู่ในใจทั้งสิ้น

 

การนำเสนอเรื่องราวการเดินทางของผม และรวมไปถึงการเข้าร่วมกับกลุ่มหลากสีที่เชียงใหม่ จึงถือว่าเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน สัมผัสบรรยากาศของสังคมที่มีต่อการเมือง

และไม่ว่าจะเป็นสีไหน อุดมการณ์พื้นฐานอย่างไร  หากเราก้าวพ้นเรื่องของสี...แต่มองความถูกต้องแล้ว ผมคิดว่าเราจะแยกแยะได้ว่า สิ่งไหนที่เราในฐานะพลเมืองของชาติที่ควรทำ  ในการกอบกู้ ฟื้นคืนความสมานฉันท์ที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้ ที่นับวันจะร้าวฉานลงไปเรื่อย

ช่วยกันครับ ช่วยกันให้บ้านเมืองเรากลับคืนสู่ความสันติสุข เป็นเมืองสยามที่มีรอยยิ้มที่ประทับใจคนทั้งโลก เป็นประเทศที่มีในหลวงเป็นศูนย์รวมศรัทธา เป็นประเทศที่ใครๆก็อิจฉาเพราะเรามีทรัพยากรที่เหลือเฟือ