ระหว่างช่วงของการพูดคุยเล่าเรื่องราว ๆ ในอดีตของค่ำคืนวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๓ ซึ่งเด็ก ๆ กลุ่มต้นกล้าคุณธรรมได้มารวมตัวกันตามรายละเอียดที่ได้บันทึกไว้ตามนี้ ต้นกล้าคุณธรรม : สัจจะบารมี "ทำความดี" ตลอดไป...
มีจุดหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ระหว่างการสนทนานั้นก็คือ มีผู้ปกครองคนหนึ่งได้เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ลูกของเขาได้เข้ามาร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ ทุก ๆ วันอาทิตย์ รวมถึงกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ นั้นลูกเขาเปลี่ยนไป

อย่างเช่นคืนนี้ ปกติจะดูทีวีอยู่กับบ้านแต่เมื่อรู้ว่าเพื่อน ๆ มารวมตัวกันก็ขอให้แม่พามา และทุก ๆ วันอาทิตย์ที่จะต้องไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ ก็เลิกไปเที่ยวแต่ขอกลับมารวมตัวทำความดีกับเพื่อน ๆ และที่สำคัญเดี๋ยวนี้ลูกของเขาเลิกเล่นเกมส์แล้ว...
เรื่องนี้เมื่อผมได้ฟังแล้วก็รู้สึกเอะใจขึ้นมาไม่น้อยและตั้งสมมติฐานเล็ก ๆ ขึ้นมาว่า "การกระทำความดีนั้นสามารถเติมเต็มความต้องการของจิตใจที่เด็ก ๆ ไทยสมัยนี้ต้องหาทางออกด้วยการเที่ยวเตร่ สรวลเส เฮฮา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นเกมส์ออนไลน์นั้นได้อย่างเป็นรูปธรรม"

จากนั้นจึงได้คิดต่อว่า ช่องว่างหรือรอยต่อระหว่างผู้ปกครองกับสื่อสารมวลชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งทีวีและ Internet ที่กำลังเข้ามาโจมตีจิตใจเด็กไทยในทุกวันนี้นั้น ถูกเติมเต็มด้วยสิ่งที่นักธุรกิจและบุคคลที่จ้องจะเข้ามาหาผลประโยชน์กับเด็ก ๆ
ไม่ว่าจะเป็นสื่อทีวี หนัง ละคร ซี่รี่ส์ การท่องเที่ยว Extreem โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกมส์ออนไลน์
เมื่อเด็ก ๆ เกิด "สภาวะความบกพร่องทางจิต" ที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องออกไปทำงานหาเงินตัวเป็นเกลียว การขาดความสัมพันธ์กันในเชิงลึกภายในครอบครัว รวมถึงการชักจูงจากเพื่อน ๆ ที่มีสภาวะความบกพร่องทางจิตด้วยกันทำให้เด็ก ๆ ถูกชักจูงออกนอกลู่นอกทางได้ง่าย
แต่ทว่า... เมื่อเด็กคนหนึ่งกระโดดออกจากรถคันเดิมที่เต็มไปด้วยกลุ่มเพื่อนที่ชักจูงกันไปเล่น Internet เที่ยวเตร่ ก้าวขาขึ้นรถอีกคันหนึ่งซึ่งมีสมาชิกที่ชักชวนกันเพื่อมาทำความดีจึงเป็นสิ่งที่สามารถชดเชยสภาวะความบกพร่องที่สูญหายหรือขาดไปนั้น

ในจิตใจของทุก ๆ มักจะมีช่องว่างของเวลาหรือการกระทำอยู่เสมอ ซึ่งเรามักเรียกสภาวะอย่างนั้นง่าย ๆ ว่า "ความเหงา"
เมื่อเรารู้สึกขาดอะไรไปสักอย่าง สิ่งเร้าที่มากระตุ้นไม่ว่าจะเป็นภายนอกโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในนั้นจะนำพาเราไปทำอะไรต่าง ๆ เพื่อชดเชยให้แก่ความเหงานั้น
ถ้าหากในอดีตเรารับรู้สารต่าง ๆ ที่มาจากสื่อมาก เราก็จะเดินตามสารที่เขาสื่อออกมาเพื่อหาผลประโยชน์ต่าง ๆ จากเรา
ในช่องว่างระหว่างสื่อที่ออกมาในปัจจุบัน มีน้อยมากที่จะบอกเราให้ไปทำความดี ให้เราเสียสละ ไปทุ่มเทชีวิตและจิตใจเพื่อให้กับสังคม
แต่วันนี้ เป็นโอกาสดีที่"ครูแหวว" ซึ่งเป็นครูดี ครูเพื่อศิษย์ที่แท้จริง ได้เติมเต็มความเหงาของเด็ก ๆ นั้นด้วยการชักนำมาทำความดีและเสียสละ

การกระทำความดีแบบนี้ เราอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ทว่า เป็นการสร้างทางเลือกที่ยิ่งใหญ่ของชีวิตบนถนนชีวิตสายนี้ว่าในชีวิตของเรามีทางเลือกที่จะทำอย่างอื่นมากกว่าเดินตามกระแสของสังคมนะ
การที่คนเราจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง จะต้องมีพื้นฐานมาจากความรู้หรือสิ่งที่เคยกระทำมาแล้ว หรือไม่ก็ได้รับข้อมูลข่าวสารจากผู้มีอิทธิพลที่อยู่รอบข้าง
บุคคลใดไม่เคยทำความดีเลย เมื่อเหงาเขาก็จะไม่มีตัวเลือกว่าการทำความดีนั้นสามารถคลายเหงาให้เขาได้
แต่เด็ก ๆ กลุ่มนี้เมื่อเหงา เขาก็มาทำความดีกัน เมื่อทำความดีร่วมกันแล้ว เขาก็ได้เพื่อนใหม่ เพื่อนที่มีจิตใจดีงาม
ในวันอื่น ๆ ที่ไม่มีกิจกรรม เขาอาจจะโทรคุยกัน ปรึกษากัน ในระหว่างการสนทนากันนั้นย่อมมีแต่เรื่องดีมากกว่าเรื่องชั่ว เพราะเขาได้กระโดดออกจากรถที่มีแต่เพื่อนชั่ว ๆ มาแล้ว

ความเป็นกัลยาณมิตรย่อมเกิดขึ้นระหว่างกัน เพื่อนดีย่อมชักนำเพื่อนไปในทางดี แทนที่จะชวนไปเที่ยว คิดแต่ว่าจะเที่ยวไหน จะเล่นเกมส์อะไร ก็ชักชวนกันว่าวันอาทิตย์นี้เราจะไปทำกิจกรรมอะไรดี ๆ บ้าง
ในหัวสมองเด็กก็จะคิดวนเวียนแต่ในเรื่องดี จนทำให้เรื่องชั่ว ๆ ไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงได้
คนเราจะทำอะไรนั้นอยู่ที่ความคิดเป็นเหตุ เมื่อเด็ก ๆ คิดวนเวียนแต่ในเรื่องที่ดี จิตใจเขาย่อมดีตามไปด้วย
เมื่อคิดดีแล้ว จิตใจของเขาก็จะอิ่ม เรื่องเที่ยว เรื่องเล่นเกมส์อะไรก็ไม่สำคัญ เหมือนคนที่อิ่มแล้ว จะเอาหูฉลามมาวางไว้ก็ไม่สน
ไม่เหมือนกับการวิ่งตามความต้องการของกิเลสไปตามสิ่งเร้าของบุคคลที่จ้องแต่จะหาผลประโยชน์ วิ่งไปเท่าไหร่ก็ตามไม่เคยทัน ได้มาเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม จักพอ
ผมจึงมีความคิดเห็นส่วนตัวว่า การรณรงค์พูดกันปาว ๆ ตามสื่อว่าให้ทำความดี ให้เลิกเล่นเกมส์ การควบคุมเวลาปิดเปิดร้านเกมส์นั้นเป็นการรณรงค์ที่เสียเปล่า เพราะมิใช่การแก้ไขปัญหาที่ตนเหตุ ที่จะสามารถแก้ไขความเหงา หรือเต็มเต็มความบกพร่องสภาวะของจิตในชีวิตของเด็กไทยในวันนี้ได้
คนหิวต้องกินข้าว มาโฆษณาว่าข้าวดีอย่างโน้นอย่างนี้ไม่ให้กินก็ไม่มีประโยชน์
เมื่อเด็กหิว เขาก็ต้องหาอะไรมากินเพื่อชดเชยความหิวนั้น เมื่อไม่มีกิจกรรมดี ๆ ให้เขาทำ และสังคมนี้ก็จ้องแต่จะหาผลประโยชน์จากเด็กหรือเงินจากพ่อแม่ของเด็กนั้น เด็กก็ถูกหยิบยื่นขนมแห่งความชั่วต่าง ๆ ให้
การหยิบยื่นขนมให้เด็กจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ไม่ทำให้อิ่มได้ฉันใด การห้ามเด็กไทยให้เล่นเกมส์ก็ไร้ประโยชน์ฉันนั้น
มาร่วมหยิบยื่นขนมแห่งความดีให้เด็กได้กินเพื่อให้เด็กไทยนี้อิ่มในความดี อิ่มในความเสียสละ...

ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ
๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓
ความเต็มของจิตขึ้นอยู่กับสิ่งที่เติมเข้าไป
นำความเลวเติมเข้าไปก็เหมือนกับการเติมน้ำรดลงไปบนทราย
การทำความดีนั้นเปรียบเสมือนการนำปูน นำน้ำยางเทลงไปที่พื้นของทรายนั้น น้ำปูนหรือน้ำยางจะไปอุดรูรั่วพื้นในทุก ๆ อณู
เติมมาก ๆ พื้นยิ่งหนา คราวหน้ารับความดีใด ๆ มาเก็บได้จนเต็ม...
สวัสดีครับท่านปภังกร
เป็นกิจกรรมที่ดีมากนะครับ
ทำให้เด็กได้ร่วมกันทำความดี ได้เห็นพลังกลุ่ม
สำหรับผมคิดว่า ในเกมส์บางเกมก็อาจจะมีข้อดีนะครับ เช่น ฝึกวางแผน เรียนคำศัพท์
อยู่ที่ว่าเด็ก และ พ่อแม่จะรู้จักข้อดี และ ข้อเสียของมันหรือเปล่า
ขอบพระคุณครับ...
เรื่องดังกล่าวนี้ก็เป็นเรื่องที่มีหลายคนกระโดดลงไปเข้าร่วมขบวนรถเป็นจำนวนมาก
มีผู้ใหญ่หลายคนบอกว่าต้องดื่มเหล้าเพื่อเข้าสังคม แล้วให้เหตุผลว่าตนเองมีความยับยั้งช่างใจ และผู้ใหญ่อีกหลาย ๆ คนดื่มไวน์เพื่อบำรุงสุขภาพ
หลาย ๆ คนดูทีวีเพื่อหาความรู้และเชื่อว่าตนเองมีวิจารณญาณเพียงพอในการคัดกรองสารที่ผ่านสื่อมา
ตอนนี้ผู้ใหญ่เองมีภูมิคุ้มกันเพียงพอหรือไม่ที่จะคัดกรองธุรกิจแอบแฝงต่าง ๆ นานาที่ติดมากับสื่อต่าง ๆ เหล่านั้น
เรามักคิดว่าผู้ใหญ่เก่งกว่าเด็ก มีความรู้มากกว่าเด็ก และแน่นอนว่าผู้ใหญ่ย่อมมีอัตตา ตัวตน ทิฏฐิ และมานะมากกว่าเด็ก
การให้เด็กเล่นเกมส์แล้วตีกรอบว่าต้องอยู่แต่ในเกมส์ กับการหากิจกรรมที่บริสุทธิ์แล้วไม่ต้องตีกรอบกันความหมายทางรูปธรรมนั้นต่างกันมาก
ความรู้ในปัจจุบันปนเปื้อนด้วยผลประโยชน์มาก ตราบใดยาที่เรากินอยู่ยังปนเปื้อนสิ่งเจือปนจากสารเคมี จะสู้เราสร้างร่ายกายให้แข็งแกร่งแล้วไม่ต้องพึ่งพานั้นได้อย่างไร...?