Sustainable Development

การพัฒนาที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน

สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน)

 

            “การพัฒนาที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน” เป็นหัวข้อการประชุม HA National Forum ครั้งที่ 11 ในระหว่างวันที่ 9-12 มีนาคม 2553 นี้ ที่ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี 

            HA หรือ Hospital Accreditation คือการให้ความมั่นใจแก่สังคมว่าโรงพยาบาลมีการวางระบบงานและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามกรอบมาตรฐานที่วางไว้เพื่อคุณภาพและความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วย ซึ่งในอนาคต HA จะขยายความครอบคลุมสู่บริการสุขภาพในระดับอื่นๆ ด้วย คือเป็น Healthcare Accreditation

            การประชุมนี้เป็นการประชุมวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล รวมทั้งสถานพยาบาลอื่นๆ ซึ่งจัดต่อเนื่องกันมาทุกปี  เป็นการประชุมที่ได้รับความสนใจจากโรงพยาบาลทั่วประเทศ ด้วยข้อจำกัดของสถานที่ทำให้รับลงทะเบียนผู้เข้าประชุมได้เพียง 6,500 คน สำหรับเนื้อหาการประชุม 162 เรื่อง ใน 16 ห้อง  นอกเหนือจากผู้ที่ลงทะเบียนแล้ว โรงพยาบาลยังส่งเจ้าหน้าที่จำนวนมากมาร่วมศึกษาผลงานที่นำเสนอเป็นโปสเตอร์และรายการประชุมที่เปิดแก่บุคคลทั่วไป

            โอกาสดังกล่าว ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเชิดชูเกียรติให้แก่โรงพยาบาลที่มีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) จึงได้จัดให้มีการมอบประกาศนียบัตรรับรองกระบวนการคุณภาพ (HA) รวมทั้งความสำเร็จของการพัฒนาอย่างเป็นลำดับขั้น (บันไดขั้นที่ 1 และ 2 สู่ HA) การดูแลด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยา การเป็นแบบอย่างสำหรับการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน  โดยในปีนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ จะทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดประชุมและประทานประกาศนียบัตรรับรองกระบวนการคุณภาพโรงพยาบาล (HA) และโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ (HPH)

            ในการประชุมแต่ละปี ผู้จัดการประชุมจะหยิบยกประเด็นที่น่าสนใจมาเป็นตัวชูโรง เพื่อให้เกิดความตื่นตัวในการศึกษาและปฏิบัติในเรื่องนั้นๆ ดังเช่นหัวข้อของการประชุมใน 3 ปีที่ผ่านมาได้แก่ คืนหัวใจให้บริการสุขภาพ องค์กรที่มีชืวิต และ Lean & Seamless Healthcare (บริการสุขภาพที่ไร้รอยต่อและลีน ไม่มีความสูญเปล่า)

            สำหรับเรื่องของความยืดหยุ่นและความยั่งยืนนั้น เป็นทั้งแนวคิดวิธีการพัฒนา และเป้าหมายของการพัฒนา

            เมื่อเวลาผ่านไป การพัฒนาหรือการวางระบบต่างๆ อาจจะทำให้เกิดความแข็งตัวและสูญเปล่าโดยไม่ได้ตั้งใจ กฎเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอย่างหนึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น การมีข้อกำหนดว่าการรับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาลในวันหยุดราชการหรือนอกเวลาทำการ จะต้องให้แพทย์ที่ห้องฉุกเฉินเป็นผู้ออกคำสั่ง  เมื่อโรงพยาบาลปรับปรุงระบบที่จะให้ยาเคมีบำบัดแก่ผู้ป่วยได้ตลอดทั้งเจ็ดวัน อาจจะทำให้ผู้ป่วยที่จะนอนโรงพยาบาลเพื่อรับยาเคมีบำบัดในวันหยุดราชการต้องเสียเวลาถึงสามชั่วโมงในการไปผ่านขั้นตอนที่ห้องฉุกเฉิน

            การจุดประกายเรื่องความยืดหยุ่น คือการเรียกร้องให้มีการทบทวนกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่มีอยู่ว่ายังคงมีความจำเป็นอยู่หรือไม่ หรือว่าสร้างความยุ่งยากให้แก่ผู้รับบริการและผู้ให้บริการ จะเลิกกฎเกณฑ์ที่ไม่จำเป็นเหล่านั้นได้หรือไม่

            ความยืดหยุ่นในการพัฒนา จะทำให้ลดแรงบีบคั้นต่อตัวคนทำงานในโรงพยาบาล  รู้จักใช้เป้าหมายเป็นตัวตั้งโดยไม่ต้องเลียนแบบในสิ่งที่ไม่จำเป็น  รู้ว่าแม้ไม่สมบูรณ์ก็ยังทำให้มั่นใจได้ด้วยการระมัดระวังในความเสี่ยงที่มีอยู่  รู้ว่าสถานการณ์ต่างๆ อาจมีวิธีการจัดการที่แตกต่างกัน  รู้ว่าความคิดที่แตกต่างนั้นควรจะได้รับการหลอมรวมเข้ามาใช้ร่วมกันมากกว่าการถกเถียงกัน

            ในส่วนของความยั่งยืนนั้น มีคำถามเริ่มต้นตั้งแต่ว่าจะทำอย่างไรให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้การพัฒนาเป็นสิ่งที่ยั่งยืนในระบบ  นอกเหนือจากภาระงานที่เหมาะสมแล้ว การพัฒนาอย่างเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน อาจเป็นแนวทางที่โรงพยาบาลใช้เพื่อให้เกิดกระแสของการพัฒนาที่ต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ

            สรพ.ได้ประมวลเส้นทางเดินในการพัฒนาแต่ละประเด็นให้มีความชัดเจน เพื่อให้เห็นว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ดำเนินไปอย่างไร และไปใช้ประโยชน์หรือไปเชื่อมต่อกับเรื่องอื่นๆ อย่างไร

            นอกเหนือจากการวางระบบงานต่างๆ ตามมาตรฐานโรงพยาบาลแล้ว ยังเกิดกระแสของการพัฒนาอีกสองกระแสควบคู่กันไป เป็นผลมาจากความตื่นตัวและเห็นคุณค่าของโรงพยาบาลโดยไม่มีใครบังคับ สองกระแสนั้นได้แก่ การพัฒนาในด้านนามธรรม จิตวิญญาณ การอยู่ร่วมกัน การให้ความหมายและคุณค่า ซึ่งอาจเรียกรวมๆ ว่าการพัฒนาด้าน spirituality  และการพัฒนาด้านปัญญาความรู้ ทั้งความรู้ที่มีการศึกษาอย่างเป็นระบบ และความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์การทำงานซึ่งฝังอยู่ในตัวคน 

            ไตรสิกขาของการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนของระบบบริการสุขภาพจึงได้แก่ system (ศีล) – spirituality (จิต) - science/wisdom (ปัญญา)

            เมื่อมองเชื่อมโยงจะพบว่ามนุษย์และระบบบริการสุขภาพเป็นองค์ประกอบที่สัมพันธ์กับ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ได้รับผลกระทบและสามารถส่งผลกระทบให้แก่องค์ประกอบอีกสามด้านดังกล่าว 

            ยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้า มนุษย์ยิ่งมีความสะดวกสบายมากขึ้น  แต่เราก็ใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น และปล่อยของเสียสู่สิ่งแวดล้อมมากขึ้น

            ตัวอย่างง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน สมัยก่อนเราใช้ผ้าอ้อมสำหรับทารก เมื่อทารกอึหรือฉี่เราก็เปลี่ยนผ้าอ้อมและนำผ้าอ้อมนั้นไปซัก  ปัจจุบันแทบจะไม่มีใครใช้ผ้าอ้อมกันอีกต่อไป ไม่ว่าจะมีเศรษฐานะอย่างไร  เราได้ปล่อยขยะจากผ้าอ้อมสำเร็จรูปสู่สิ่งแวดล้อมมากมายมหาศาลเพียงใด  เราได้ตระหนักกันหรือไม่ว่าการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่มากเกินเลยไปส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กอย่างไร เราแทบจะลืมกันไปเลยหรือไม่ว่าการซักผ้าอ้อมนั้นให้คุณค่าต่อความรู้สึกของพ่อแม่อย่างไร

            ภาพยนตร์เรื่อง “อวตาร” น่าจะสะท้อนการต่อสู้ของแนวคิดที่จะพยายามเอาชนะธรรมชาติ กับความพยายามที่จะเป็นหนึ่งเดียวกันธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

            ระบบสุขภาพจะเดินไปในทิศทางใดที่จะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ไม่เบียดเบียนธรรมชาติจนตัดโอกาสสำหรับคนรุ่นต่อๆ ไป ที่จะต้องเผชิญกับทรัพยากรที่จำกัดมากขึ้น  จะทำอย่างไรให้โอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึงนั้น ไม่สร้างผลลบในด้านการใช้บริการที่เกินจำเป็นและการไม่ระมัดระวังดูแลสุขภาพของตนเอง

            เป็นโจทย์ที่ทุกฝ่ายต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วยในกระบวนการพัฒนาคุณภาพของสถานพยาบาล เป็นโจทย์ที่ไปไกลมากกว่าการพัฒนาตามมาตรฐานที่ สรพ.ไปให้การรับรอง  และ สรพ.ก็พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกในการเชื่อมโยงบทเรียนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งการจัดประชุม HA National Forum เป็นหนึ่งในกลไกดังกล่าว