การทำความรู้จักวิถีชีวิตคนเมืองของเงาะป่าคงเป็นเรื่องใหญ่และลำบากมากสำหรับการปรับตัวของพวกเขา ในวันนี้เงาะป่าที่เป็นเหมือนกลุ่มชาติพันธุ์ที่เก็บซ่อนตัวอย่างมิดชิดในป่าลึกโลกของพวกเขาถูกเปิดให้คนภายนอกเข้ามามากขึ้น การปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ก็เริ่มขึ้นด้วย

เวลาที่จากไปไหนไกลๆสิ่งที่เราโหยหาที่สุดก็คือบ้าน

"บ้าน" คือสถานที่ที่ปลอดภัย อบอุ่น  หากเราไม่สบายใจสถานที่เราคิดถึงเป็นสถานที่แรกๆคือบ้านเรา ว่ากันว่า “ป่า” คือบ้านของสรรพสัตว์ และ ป่าแถบนี้เป็นบ้านของคนป่าที่เรียกตัวเองว่า “เงาะป่า ซาไก” บ้านที่อบอุ่นของพวกเขาเป็นบ้านที่อุดมสมบูรณ์ นายหัวบุญเลิศให้สัญญาว่าจะพาพวกเราไปพบเงาะป่าที่อาศัยอยู่บริเวณเทือกเขาบรรทัดแห่งนี้

IMG_3837 by picstation.

ในทริปเดินป่าเขาเจ็ดยอด เวลาที่ผ่านไปสามวันสองคืน แม้ว่าร่างกายของผมอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด รองเท้ายางที่ซื้อมาด้วยราคาไม่กี่บาท แลกกับรองเท้านุ่มราคาแพงที่บังวอญ่าบอกว่า ไม่ควรนำมาเดินป่าเพราะเราต้องลุยน้ำ ขึ้นบก เป็นแบบนี้ตลอดเวลาในช่วงเดินทาง รองเท้ายางที่ตลาดแม่ขรี ราคา ๘๐ บาทจึงถูกแทนที่รองเท้าที่ติดตัวมา สิ่งนี้หละที่ทำให้ผมเดินกระโผลกกระเผลก คราขาเดินกลับลงมาจากเทือกเขาบรรทัดอันอุดม

Img_3882

ต้นไม้ยักษ์ ที่เทือกเขาเจ็ดยอด

เป็นความเจ็บปวดที่พอทนได้ หนังอ่อนๆของเท้าเสียดสีกับขอบรองเท้ายางอย่างจงใจ แม้ว่าสวมถุงเท้าที่หนาพอสมควรก็รู้สึกว่าผิวหนังตรงบริเวณนั้นถลอกไปหมดแล้ว การเดินเขย่งเท้าเพื่อลดการเสียดสี ก็ทำให้ผมปวดข้อเท้าเป็นอย่างมาก เป็นการเดินที่ผิดธรรมชาติเพราะเขย่งเท้าตลอดเวลา

Img_3899

เดินผ่านน้ำ บ่อยๆ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องเปลี่ยนรองเท้า

 

ผมดีใจที่นายหัวบุญเลิศบอกว่าอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงคณะของเราจะเดินทะลุป่า ออกทาง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง  และที่นี่เองเราจะได้พบกับ “คนป่า” (นายหัวบุญเลิศบอกว่า เขาพอใจที่อยากให้เรียกเขาแบบนั้น)  คนป่าในที่นี้คือ “เงาะป่า”นั่นเอง ผมคิดว่าหลายท่านคงคุ้นเคยกับวรรณคดีเรื่อง “เงาะป่า” เป็นวรรณคดีไทยประเภทร้อยกรอง พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัฐกาลที่ ๕  ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นในระหว่างทรงฟักฟื้นหลังทรงพระประชวร ผมตื่นเต้นพอๆกับเพื่อนร่วมทริปที่ตื่นเต้นที่เราจะได้ไปพบ ไปเรียนรู้วิถีชีวิตของ เงาะป่า (ซาไก)  ซึ่งนายหัวบุญเลิศเองมีความสัมพันธ์กับเงาะซาไก กลุ่มนี้เป็นอย่างดี ว่ากันว่า เงาะซาไกกลุ่มนี้ยอมรับและไว้ใจนายหัวของเรามาก ยอมที่จะให้พวกเราไปพบด้วย เงาะซาไกหรือ "มันนิ" ซึ่งแปลว่า “พวกเรา” อาศัยอยู่ตามแนวทิวเขาบรรทัดในเขต ตำบลลิพังและตำบลปะเหลียน ทั้งหมดมีอยู่ประมาณ ๓๐ – ๓๕ คน แบ่งออกเป็นกลุ่มทั้งหมด ๔  กลุ่ม มันนิใส่เสื้อผ้าแบบสมัยใหม่ที่ชาวบ้านบริเวณนั้นบริจาคให้ พูดภาษาถาษาใต้ได้บ้าง แต่ยังชอบอยู่ในป่า มันนิถือว่าเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่เข้าใจวิถีทางธรรมชาติในป่ามากที่สุดเผ่าพันธุ์หนึ่ง

นายหัวบุญเลิศได้พาผมและเพื่อร่วมทริป เดินลัดเลาะเข้าบริเวณป่าเล็กท้ายหมู่บ้าน เดินลึกเข้าไปในสวนยางพารา และผมสังเกตว่าเดินลึกเข้าไปทุกที ในขณะที่เวลาที่ค่ำลงแสงเริ่มจะหมดคนถ่ายภาพ (มือสมัครเล่น) แบบผมที่กลัวก็กลัวแสงหมดเท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาการถ่ายภาพมาก แต่ไม่น่าเชื่อเพียงอึดใจ เราก็เห็นควันไฟที่เจือจางกับราวป่า เป็นที่สังเกตว่ามีผู้คนอาศัยอยู่ ตรงนี้เองน่าจะเป็นหมู่บ้านของ เงาะซาไก จุดหมายปลายทางที่เราจะไปพบ

Img_3968

คำว่าหมู่บ้าน ก็ไม่น่าจะถูกนะครับ เพราะเป็นเพียง "กลุ่มบ้าน" ที่ผมนับดูเป็นเพิงง่ายๆอยู่เป็นครอบครัว ประมาณ ๑๐ เพิงพัก เป็นลักษณะเพิงหมาแหงน สร้างด้วยไม่ใผ่มัดด้วยเชือกตอก ใช้ใบเหรงซึ่งมีลักษณะคล้ายใบตาล บุเป็นผนัง กันฝนสาด ภายในไร้ทรัพย์สินของมีค่าใดๆ  บริเวณพื้นเป็นดินเรียบโล่ง รองพื้นด้วยไม้ใผ่ตัดเป็นท่อนลำเล็กๆเรียงกันเป็นพื้นที่สำหรับนั่ง นอน อีกมุมหนึ่งของเพิงก็เป็นที่ก่อไฟเล็กๆ ไว้สำหรับปิ้งหัวมัน กลอย และมะละกอ สัตว์ป่า จับสัตว์น้ำด้วยมือเปล่า หรือเบ็ด สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของซาไกก็คือ "บอกตุด" อาวุธของพวกเขา

Saki6

Saki8

Img_3920

Img_3941

 

เงาะป่าจะมีอาวุธที่สำคัญเรียกว่า “บอกตุด” ซึ่งเป็นอาวุธชนิดเดียวที่ใช้สำหรับล่าสัตว์เป็นอาหาร บอกตุดมีลักษณะเป็นไม้ไผ่ยาว ตรงกลางกลวง ปลายกระบอกติดลูกดอกเล็กๆ อาบยางน่อง ซึ่งถือเป็นยาพิษร้ายแรง ทำให้สัตว์ที่ถูกเป่า หรือตุด ต้องถึงแก่ความตายได้ ผู้ชายทุกคนในเผ่าเมื่อย่างเข้าสู่วัยหนุ่มจะต้องใช้บอกตุดเป็นอาวุธประจำกาย เพื่อล่าสัตว์มาเป็นอาหารสำหรับทุกคนในเผ่า ซึ่งพวกเขาจะได้รับการถ่ายทอดวิชาเหล่านี้จากผู้เป็นพ่อและแม่ตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก ถึงแม้ชาวป่าจะมีอาวุธที่ร้ายแรง พวกเขาก็มีกฎในการล่า มีกฏในการใช้อาวุธซึ่งสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น พวกเขาจะล่าเพียงสัตว์เล็กๆ มาเป็นอาหารเท่านั้นไม่มีการล่าเพื่อการสะสมอาหาร เมื่ออาหารหมดถึงจะออกล่าสัตว์ กฎข้อสำคัญ คือห้ามตุดหรือเป่าใส่คน ห้ามใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้กันเด็ดขาด ส่วนผู้หญิงและเด็กก็ห้ามแตะต้องกระบอกใส่ลูกดอก เพราะพิษร้ายแรงอาจทำให้เกิดอันตราย (ข้อมูล “บอกตุด” นี้ นำมาจาก : http://www.tvburabha.com)

Img_3972

นายหัวเดินตรงเข้าไปในลานกลางของเพิงพักทั้งหมดที่หันหน้าเข้ากัน เป็นลานเล็กๆที่มองเห็นที่พักได้ทุกหลัง เพราะความคุ้นเคยของนายหัวกับคนเงาะซาไก ซึ่งพวกเขาร้องอย่างดีใจเมื่อนายหัวเดินเข้าไปถึง พวกเราเดินตามนายหัวเข้าไปติดๆ พร้อมยกมือทักทายซาไกทุกคนที่อยู่ตรงนั้น มีเพียงแต่สายตาจ้องมอง คนแปลกหน้า และผมยังดีใจที่แอบเห็นรอยยิ้มจางๆจากซาไกหลายคนที่แอบมองพวกเราอยู่...คือมิตรภาพที่คนแปลกหน้ามีให้กัน

Img_3913

ผมมีขนมมาฝากเด็กๆ รวมไปถึงอาหารแห้งที่เราเอาติดตัวเพื่อเดินป่า ซึ่งก็เหลือเป็นจำนวนพอสมควร เราแวะร้านค้าเล็กๆที่ปะเหลียนซื้อขนม อาหารแห้งเพิ่มเติม นำมาเป็นของฝากให้เงาะซาไกทั้งหมด

Saki

Img_3958

ปัจจุบันชาวเงาะป่าซาไก มีการติดต่อสัมพันธ์กับคนเมืองมากขึ้น พื้นที่ป่าที่ถูกรุกรานอย่างหนักจากคนพื้นราบ การให้ข้อเสนอเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกับเงาะซาไกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสิทธิการรักษาพยาบาล การศึกษา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความหวังดีของคนเมือง นั่นหมายถึงว่าพื้นที่ส่วนตัวของพวกเขาลดน้อยลงเรื่อยๆ การทำความรู้จักวิถีชีวิตคนเมืองของเงาะป่าคงเป็นเรื่องใหญ่และลำบากมากสำหรับการปรับตัวของพวกเขา ในวันนี้เงาะป่าที่เป็นเหมือนกลุ่มชาติพันธุ์ที่เก็บซ่อนตัวอย่างมิดชิดในป่าลึก โลกของพวกเขาถูกเปิดให้คนภายนอกเข้ามามากขึ้น การปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ก็เริ่มขึ้นด้วย

Img_3950 Img_3952
เด็กน้อยชาวซาไก  

ก่อนพระอาทิตย์จะอำลา แสงน้อยลงทุกขณะ ผมรัวชัตเตอร์ถ่ายในทุกมุม วิถีของเงาะป่า เพื่อให้เป็นความทรงจำว่า ครั้งหนึ่งผมมาเยือนพวกเขา เด็กๆยังคงความเป็นเด็กไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไหน เขาพึงพอใจกับขนมที่พวกเรานำเอามาให้ กอดไว้แนบอก ค่อยๆแกะมากินอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมด้วยรอยยิ้มที่เจือด้วยมิตรไมตรี แม้ว่าเราสื่อสารกันไม่ได้ด้วยคำพูด แต่ก็รู้สึกอบอุ่นด้วยมิตรภาพ

ผมถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลิน พร้อมกับเอียงกล้องให้เด็กๆดูภาพ ในจอแอลซีดี ซึ่งเป็นรูปของพวกเขาเองที่อยู่ในอิริยาบถต่างๆ พวกเขาหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี

 


จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

๓ มค.๕๓

 

ข้อมูลจำเพาะ

ซาไก (มาเลย์ : Orang Asli ; โอรังอัสลี) เป็นมนุษย์โบราณอาจจะที่มีมาตั้งแต่สมัยยุคหิน ประมาณ 1,500– 10,000 ปีมาแล้ว รูปร่างเตี้ยมีผิวดำ ฝีปากหนา ท้องป่อง น่องสั้นเรียว ผมหยิกเป็นก้นหอยติดศีรษะ ชาติพันธุ์นิกรอยด์ หรือเนกริโต ตระกูลออสโตร-เอเชียติก อยู่กระจายกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ราว 7-60 คน ในรัฐเกดะห์ มาเลเซีย ในส่วนลึกของนิวกินี ฟิลิปปินส์และหมู่เกาะอันดามัน เรียกตนเองว่า “มันนิ” ส่วนผู้อื่นเรียกว่า เงาะ เงาะป่า ชาวป่า ซาแก หรือ โอรัง อัสลี (Orang Asli)

จาก : วิกิพีเดีย ซาไก