ร้านน้ำชา
หลังจากเลิกงาน ของวันนี้ เวลาเดิมกับเมื่อวาน
และคงจะเดาได้ว่าวันพรุ่งเวลาเดียวกัน (ที่ร้านน้ำชา)
ว่าแล้วทุกคนก็มานั่งกันพูดคุยกันเหมือนเดิม
ไม่รู้เมื่อไหร่จะหมดเรื่องพูดคุยกันสักที
เคยถามเหมือนกันว่า เรากำลังหาเรื่องมาคุยกันทำไมกัน
เกิดอะไรขึ้นบ้าง วันนี้ที่ต้องมาพูดคุยกัน(อีกครา)
บางทีเราก็คุยเรื่องอดีตเรื่องเดิมๆหลายๆครั้ง
พูดถึงพรุ่งนี้ที่ยังมาไม่ถึง หรือวันนี้ที่แปลกไป(ถ้ามันเป็นไปได้...)
แต่เราก็ยังเชื่อเสมอว่าการได้มาพูดคุยกัน(ตลอดมา)
เป็นวิธีการหรืออีกหนทางหนึ่งในการปรองดอง(ความคิด)กัน
เท่าที่จำได้คือคนที่เราพูดคุยเดียวทุกวัน ครั้งหนึ่งเราไม่เคยรู้จักกัน
แต่พัฒนามาได้จนคุยกันคนละภาษากับคนอื่นแล้ว
การพูดคุยทำไห้เราได้รู้และพัฒนาอะไรๆไปมาก(ด้วยกันและกัน)
ทั้งที่เริ่มจากเลขศูนย์ ที่มีรูกว้างๆตรงกลาง เหมือนไข่ที่มีเปลือกบางๆ
จนกลายเป็นเลขหนึ่งที่เหมือนเสาต้นแรก
บวกกับเสาต้นที่สอง แล้วมันก็เรียงรายเต็มไปหมด
ใช่สิ...ที่ว่า...ไม่ใช่มีเพียงเราเท่านั้นที่พูดคุยกัน
แต่โลกนี้อยู่ได้ด้วยการพูดคุยกัน เจรจากัน แลกเปลี่ยนกัน
เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ
สนทนาระห่างอารยธรรม เพื่อสันติภาพร่วมกัน
เพื่อที่ว่าต่างฝ่ายจะไม่เข้าใจไปเองว่าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นอย่างไร
โดยมิได้ถามเจ้าตัวซะก่อน แท้จริงเป็นอย่างไร(เข้าใจผิด)
ฉันก็ยังคิดและหวังทุกวันว่า
ในวงสนทนาของเราในวันนี้
เราจะมีการรับฟัง ให้เกียติ เคารพในความคิดเห็นของเพื่อน
ไม่มีการต้อนใครให้จมมุม ด่วนสรุป หรือทำให้ใครบางคนต้องลำบากใจ เพราะคำพูดบางคำของพวกเรา(บางครั้งไชฏอนอาจจะอยากให้เราเป็นอย่างนั้น)
เพื่อที่ว่าวันพรุ่งนี้จะได้มีการพูดคุยอย่างนี้อีก กับทุกคนที่นี่อย่างนี้ตลอดไปไง...
วงน้ำชา มีหลายมิตินะ เสียเวลา ไร้สาระ ก็ใช่ แต่บางโอกาส สถานที่นี้เป็นแหล่งกระจายข่าวที่มีประสิทธิภาพของชุมชนเลยก็ว่าได้ หลายเดือนก่อน ลองไปนั่งวงน้ำชาของชาวบ้าน เจอว่าเขาคุยกันเีรื่องราคาวัว เทคนิคการเลี้ยง การขุนวัว ผมคุยกับเขาไม่สนุกหรอกเพราะผมไม่รู้เรื่อง แต่เห็นได้ว่า เขาใช้กระบวนการนี้แลกเปลี่ยนความรู้กันได้เหมือนกัน
ครับท่านอาจารย์
เห็นด้วยครับ
ขอบคุณมากครับ
ที่แวะมาเยี่ยมลูกศิษย์