ค่ายจิตอาสา : รวมพลคนต่างวัยหัวใจใฝ่เรียนรู้  ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรมาจัดกิจกรรมด้วยจิตสาธารณะ คุณอาคร  ประมงค์ (บ็อบบี้) คุณกิติคุณ ประมงค์ (เป็บซี่) และคุณนฤพนธ์  กันทา (ต้น) จากบริษัท Home@Activities ซึ่งเป็นวิทยากรมืออาชีพรับจัดค่ายทั่วประเทศไทย  โดยการนำของคุณ หนานเกียรติ 

             กิจกรรมและเกมที่ได้สร้างความคุ้นเคย  กระบวนการกลุ่มและความร่วมมือ  ส่งเสริมพฤติกรรมการแสดงออก  การสร้างพลังใจ  การยอมรับ  การมีเหตุผล  การแก้ปัญหา การปรับตัวด้านวุฒิภาวะทางอารมณ์  การมีไหวพริบ  การเห็นคุณค่าของคนอื่น  การเห็นคุณค่าของตนเอง  ที่สำคัญคือการฝึกสมาธิโดยไม่จำเป็นต้องนั่งหลับตา เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับครูมาก ๆ

           รูปแบบการจัดกิจกรรมเรียบง่าย  มีกระบวนการที่ต่อเนื่องและเรียกเสียงเฮฮา เสียงหัวเราะของนักเรียนตลอดเวลา  นักเรียนไม่เบื่อหน่าย  ร่วมกิจกรรมด้วยดี แม้ว่านักเรียนที่ไม่ชอบกิจกรรม ไม่ร่วมมือ ไม่แสดงออก คราวนี้ไม่ละทิ้งกิจกรรม  บางคนไม่เคยยิ้มมาเลยแทบตลอดชีวิต  แต่สามารถยิ้มได้ในครั้งนี้  จะต้องให้เด็ก ๆ ทบทวนและฝึกวิธีการเหล่านี้ในชั่วโมงเรียน

              บุคลิกภาพที่เป็นกันเอง  อ่อนโยน  ยิ้มแย้มแจ่มใสหรือที่เรียกว่ายิ้มกว้างของคุณบ็อบบี้แสดงถึงคุณลักษณะของผู้มีจิตสาธารณะอย่างยิ่ง 

            คุณเป็บซี่  มีความสามารถในการเล่นดนตรีและควบคุมเครื่องเล่น  ให้แสง สี เสียงประกอบได้อย่างกลมกลืน  ครื้นเครง ทุกเสียงที่ประกอบกิจกรรมสร้างความสุขและความพอใจให้กับเด็ก ๆ เป็นพิเศษ  

           คุณต้น  นอกจากเป็นช่างภาพมืออาชีพแล้ว  คุณต้นสามารถเล่นกีต้าร์ ร้องเพลงให้เด็ก ๆ ฟัง  เด็กบางกลุ่มร่วมร้องร่วมเล่นไปด้วย  ภาพถ่ายของคุณต้นมีชีวิตชีวา  

         จบกิจกรรมนักเรียนทุกคนและคุณครูได้ชมภาพจากการตัดต่อ  ฝีมือคุณบ็อบบี้อีกด้วย  ภาพแต่ละภาพได้บรรยากาศและอารมณ์สอดคล้องกับเพลงที่ประกอบ 

          นับว่าเป็นอานิสงส์ของนักเรียนที่ได้รับความกรุณา  ความมีเมตตาจิตของคุณหนานเกียรติ  และความมีจิตสาธารณะของทุกท่านที่ได้รวมตัวกันเป็นมากกว่า ๑ กล้าใน "๙ กล้า"

         ผลของกิจกรรมที่เห็นเด่นชัดคือนักเรียนมีความสุข  ได้แสดงออก  เห็นคุณค่าของตนเอง  ไม่เบื่อหน่ายแม้ว่าจะล่วงเลยเวลารับประทานอาหารหรือเวลานอน ส่วนคุณลักษณะด้านอื่น ๆ จะเกิดขึ้นพร้อมกับสามัญสำนึกของแต่ละบุคคล  อาจช้าหรือเร็วเพราะความแตกต่างทางการคิด  และระดับสติปัญญา

          นอกจากนั้นนักเรียนได้เกิดความศรัทธา และได้รับแบบอย่างบุคลิกภาพที่มีเสน่ห์และความตระหนักในการรับผิดชอบต่อสังคม  และเรียนรู้จิตสาธารณะที่เป็นไปโดยไม่รู้ตัว  คาดหวังว่าอย่างน้อย ๆ นักเรียนกลุ่มนี้จะต้องเป็นคนดีของสังคมเพียง ๑ คนก็เป็นที่พึงพอใจที่สุดแล้ว  ดังเช่นความเห็นของอาจารย์ Wasawat Deemarn

        การที่จะเป็นคนดีก็ต้องยอมรับและชื่นชมในความดีของคนอื่นก่อน  คือการรักและศรัทธาต่อคุณความดีของคณะวิทยากรทุกท่าน  ที่ได้รวมกลุ่มกันสร้างคุณงามความดีและเป็นแบบอย่างของคนอื่น ๆ  คาดว่าจะเติบโตและเบ่งบานในสังคมต่อไปได้อย่างรวดเร็ว