วันนี้ เวรเช้า นั่งทำรายงานเรื่องก๊าซแอมโนเนียรั่ว ประสานงานรถร่วมบริการและเจ้าหน้าที่ส่งต่อผู้ป่วยกลับบ้าน 3 ราย การประสานงานกว่าจะได้เรื่องราวและข้อตกลงต้องใช้เวลามากพอควร ได้ทานอาหารกลางวันเกือบบ่ายสอง บ่ายสองสี่สิบห้าได้รับแจ้งผู้ป่วยโทรมาแจ้งขอความช่วยเหลือทานยาเกินขนาด ที่แฟลตกระทรวง ข้างค่าย ร.8 หลังโรงพยาบาลศรีนครินทร์
ผู้เขียน พร้อมทีม FR และ พนักงานขับรถ ออกปฏิบัติงานทันทีที่ได้รับแจ้ง พวกเราเดินทางไปถึงแฟลตในเวลา 10 นาที โทรสอบถามผู้ป่วยถึงสถานที่ที่อยู่ที่ชัดเจน มีผู้ชายวัยรุ่น ขับรถมาจอดข้าง ๆ รถพยาบาล และบอกว่าห้อง 2/4 พร้อมพาพวกเราไปที่ห้อง พบผู้ป่วยหญิง 43 ปี นอนอยู่หน้าประตู รูปร่างผอม ค่อนข้างซีด ลืมตาเอง ท่าทางอิดโรย หายใจช้า ๆ รวยระริน แขน ขา ไม่มีแรง ที่พื้นมีเศษอาเจียนเป็นน้ำเหนียวสีเหลืองจากปากผู้ป่วยปริมาณมาก ที่มุมปากมีน้ำลายฟูมปากเล็กน้อย ในมือถือโทรศัพท์มือถือเอาไว้
ผู้เขียนประเมินอาการผู้ป่วยคราว ๆ ขณะที่มีงานไปเตรียมอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนย้าย อาการผู้ป่วยพอไหว เลยถามข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทานยาอะไร ทานปริมาณเท่าใด ทานนานหรือยัง ทานตั้งแต่เมื่อไหร่ มีอาเจียนออกมากหรือยัง ขอให้นำยาที่ทานเข้าไปเอาไปให้คุณหมอด้วย พร้อมเช็ดคราบอาเจียนที่ใบหน้า ปาก และที่พื้นกันทุกคนลื่นช่วงขนย้ายผู้ป่วย
ผู้ชายทราบภายหลังเป็นลูกชาย พูด "ไม่รู้จะทานทำไม ทำไมถึงทำอย่างนี้"
จากนั้นร้องอย่างตกใจพร้อมเดินเข้าไปในห้อง นำแผงยามาให้หนึ่งกำมือ พร้อมใบนัด OPD จิตเวช ยามีประมาณ 12 แผง ๆ ละ 10 เม็ด มี 11 แผงไม่มีเม็ดยาอยู่เลย นับได้ยาที่หายไป คือ 110 เม็ด ลูกชายบอกน่าจะทานประมาณตอนเที่ยง
พวกเรา 4 คน รวมลูกชาย ใช้ผ้าปูที่นอนในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงจากห้องพักที่อยู่ชั้นสอง ทุลักทุเลพอควร หอพักไม่มีลิฟต์ ลงมาขึ้นรถเข็นแล้วเข็นขึ้นรถพยาบาล
พวกเราช่วยกันประเมินสัญญาณชีพ ชีพจร 130 หายใจ 18 BP 60/40 O2 Sat 88 % และให้การปฐมพยาบาลผู้ป่วย จัดท่า ดูแลทางเดินหายใจ ให้ออกซิเจน ให้น้ำเกลือ 0.9 NSS 1000 cc พร้อมเจาะเลือดส่งหาสารพิษและอิเล็กโตรไลต์ ติด Monitor EKG โทรแจ้งแพทย์ทีห้องฉุกเฉินเตรียมรับผู้ป่วย
ระหว่างส่งต่อผู้ป่วยหายใจช้าลงเรื่อย ๆ O2 Sat ลดลงเรื่อย ๆ จาก 88 87 86 85 84 83 82 81 80 76 % ผู้เขียนเปลี่ยนวิธีการให้ออกซิเจนเป็นบีบ Ambubag ทางหน้ากาก และดูแลทางเดินหายใจให้โล่งและตรงตลอด O2 Sat เริ่มเขยิบขึ้นเรื่อย ๆ เป็น 92 เมื่อมาถึงโรงพยาบาล นำผู้ป่วยส่งห้องฉุกเฉิน มีแพทย์มารออยู่แล้ว
ผู้ป่วยได้รับการประเมินซ้ำ และจัดการดูแลรักษาเบื้องต้น ให้น้ำเกลือไล่สารพิษ และสวนล้างยาออกจากกระเพาะอาหาร ให้ยา Activated Charcoal (ผงถ่าน) ทางสายยางเข้ากระเพาะอาหารเพื่อดูดซับพิษออกจากร่างกาย และให้การดูแลต่อเนื่องที่โรงพยาบาล เป็นที่เรียบร้อย
ตอนนี้ปลอดภัยแล้วค่ะ
ต้องรอเวลารักษาปัญหาสุขภาพทางกายให้ปลอดภัยก่อนนะคะ
ส่วนทางด้านจิตใจ คงรอเวลาเยียวยารักษาใจ เอาไว้ผู้ป่วยเปิดใจเมื่อไหร่ ถึงจะรู้ว่า "แม่ทานยาเกินขนาดทำไม"
ซึ่งอาจต้องปรึกษาจิตแพทย์กันอีกครั้ง
จบรายงานค่ะ
กัญญา
น่าสงสารนะคะ พี่ไก่
ช่วยชีวิตเบื้องต้นได้แล้ว เรื่องต่อไปคงต้องใช้หัวใจ สัมผัสใจ เพื่อให้คุณแม่ท่านนี้ไดรับการเยียวยาค่ะ
โชคดีของคุณแม่ ที่ดูแลทัน ต่อไปคงต้องเยียวยาด้วยใจนะจ๊ะ
ใช่ค่ะพี่แก้ว โชคดีที่คุณแม่ รู้ช่องทางเข้าถึงบริการก่อนสายเกินไปค่ะ
ท่าน โทรเข้า 1669 ด้วยตนเองก่อนหมดแรง บอกเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้น บอกสถานที่เกิดเหตุ และบอกเบอร์โทรเพื่อสอบถามกลับ พวกเราจึงไปดูแลทันค่ะ
สวัสดีค่ะ
เอา ใจ ช่วยครับ
คนไข้ จิตเภท หลาย คน
กินยาเกิน ขนาดบ่อยๆ
พบหลายรายเหมือนกันครับ