ทันทีที่ชาละวันยกเท้าขวาเตะกราดไปยังชายโครง ไกรทองยกแขนซ้ายรับและจับขาขวานั้นคาไว้อย่างนั้น แล้วโน้มตัวสับศอกขวาลงบนต้นขาขวาชาละวันสุดแรง เมื่อปล่อยมือซ้ายออกจากขาขวา ก็หมุนตัวหันหลังกลับไปทางซ้าย สับศอกกลับไปบริเวณศรีษะ จนชาละวันกระเด็นหงายหลังล้มลงกระแทกพื้นโครม
หากเป็นคนธรรมดาสามัญ ชาละวันคงสิ้นสติไปแล้ว แต่เพราะเป็นพญาจรเข้ มีเขี้ยวเพชรอยู่ยงคงกระพัน โดนศอกเพียงนี้ไม่ระคายชาละวัน
ชาละวันลุกขึ้น ขณะที่ไกรทองเดินดุ่มเข้ามาหวังซ้ำพิชิตศึก มิทันระวังตัวก็ถูกเท้าซ้ายชาละวันถีบเข้าที่ลิ้นปี่จนกระดอนออกมา ชาละวันอาศัยจังหวะนี้โจนเข้าหา กระโดดก้าวขาซ้ายเหยียบไปบนต้นขาขวาไกรทอง แล้วโยนเข่าขวาเสยเข้ากกหูซ้ายดังสนั่น ไกรทองล้มกลิ้งลงไม่เป็นท่า...
...

ที่เล่ามาฉากหนึ่งของแสดงละครพื้นบ้านเรื่องไกรทอง ณ ตลาดน้ำอยุธยาคลองสระบัว ครับ
ตลาดน้ำแห่งนี้เป็นตลาดน้ำน้องใหม่ ตั้งอยู่บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นอกเกาะเมืองด้านทิศเหนือ (ทุ่งขวัญ) อยู่ไม่ไกลจากอนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดหน้าพระเมรุ และเพนียดคล้องช้าง เท่าใดนัก
ตลาดน้ำอยุธยาคลองสระบัว เปิดให้บริการทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. ในแต่ละวันที่เปิดจะมีการแสดง “ละครพื้นบ้าน” พร้อมการขับเสภา วันละ ๕ รอบ เริ่มตั้งแต่ ๑๑.๐๐ น., ๑๒.๓๐ น., ๑๔.๐๐ น., ๑๕.๓๐ น. และรอบสุดท้าย ๑๗.๐๐ น. เรื่องที่แสดงมักได้แก่ พระสุธน-มโนราห์ ตอน พรานบุญจับนางมโนราห์, ไกรทองพิชิตชาละวัน, คัทธนกุมารชาดก, จันทโครพ ตอน เปิดผอบพบนางโมรา, สังข์ทอง ตอน รจนาเลือกคู่, ลิลิตพระลอ ตอน พระลอตามไก่ฟ้า, เสน่หากากี เป็นต้น
ว่ากันว่าตลาดน้ำแห่งนี้ค่อนข้างฮอต เปิดตัวได้ไม่นานก็ติดตลาด ลูกค้าส่วนมากได้ข้อมูลจาก Internet แม้กระทั่งผมก็รับรู้เรื่องราวของตลาดน้ำนี้ผ่านช่องทางนี้ จากการแบ่งปันเรื่องราวของสมาชิก G2K ๒ ท่าน คือ คุณเอก - จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ในบันทึก แม่อรชรงามเหมือนกินรีร่าง ยลพักตร์แม่แลค้าง ทรวงสล้างเต่งตึง และ คุณdid ในบันทึก เที่ยวอยุธยาตอนที่ 1...ตลาดน้ำคลองสระบัว
และความฮอตฮิตของตลาดน้ำแห่งนี้รายการโทรทัศน์ก็นำเรื่องราวของที่นี่มาถ่ายทอด ผมดู-ฟัง ผ่าน ๆ แต่จับใจความได้ตอนหนึ่งว่านักแสดงละครพื้นบ้านเหล่านี้มาจากหลากหลายพื้นที่ มาไกลจากเชียงใหม่ก็มี
มิได้ให้ความสนใจตลาดน้ำแห่งนี้สักเท่าไรครับ เพราะมิใช่คนชอบท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ แม้กระทั่งชื่อผมก็ยังจำไม่ได้เมื่อคราวตัดสินใจจะไปเยือนตลาดน้ำนี้
เป็นเพราะภรรยาต้องไปงานศพที่ จ.อยุธยา ผมและเฌวาอาสาไปส่ง เผื่อว่าจะได้หาอะไรอร่อย ๆ ที่อยุธยากิน ซึ่งผมมีร้านก๋วยเตี๋ยวผักหวานอยู่ในใจ แม่เฌวาก็มีร้านอยู่ในใจ ส่วนเฌวาคงไม่มีอะไรในใจแอบแฝง นอกจากนั้นก็อาจจะมีเวลาไปไหว้พระตามวัดต่าง ๆ ที่คณะทัวร์มักตระเวณไปแสวงบุญอย่างอีกทึกครึกโครม
กระทั่งขับรถเกือบถึงอยุธยา เหลือบดูนาฬิกา เพิ่งพ้น ๑๑.๐๐ น. มานิดหน่อยเอง กินข้าวมาเมื่อสายยังไม่หิว จึงคิดว่าน่าจะไปที่ไหนสักแห่ง
“บุรีเทวี” คือสถานที่แรกที่จะไป แต่เจ้ากรรมดันลืมเอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย จึงหมดสิทธิที่จะโทรหาข้อมูลจากทั้งคุณเอก - จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร และ พี่นุช - คุณนายดอกเตอร์
ตลาดน้ำอะไรน้า...? ภาพนางตะเภาแก้ว ตะเภาทอง รวมทั้งนางมโนราห์ จากบันทึกใน G2K ผุดขึ้นมา แต่คิดเท่าไรก็นึกไม่ออกว่ามันคือตลาดน้ำอะไร
เคราะห์ดีที่ในรถมีเครื่อง GPS ที่สามารถเข้า Internet ได้ ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ก็ได้ข้อมูลจากโลกเสมือนจริง พร้อมกับตั้งตลาดน้ำอยุธยาคลองสระบัว เป็นเป้าหมายปลายทางให้ GPS นำทางไป
...
ผมโฉบเฉี่ยวกับเรื่องราวของตลาดน้ำบ้าง เนื่องจากแม่เฌวาทำวิจัยเรื่องนี้ ผมทำหน้าที่ขับรถไปรับ-ส่งลงพื้นที่ตลาดน้ำอยู่หลายแห่ง แต่สาบานได้ครับความรู้เรื่องตลาดน้ำของผมมีน้อยยิ่งกว่าหางอึ่ง
ตลาดน้ำดั้งเดิมมิใช่สถานที่ท่องเที่ยวดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ตลาดน้ำเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านในแต่ละชุมชนนำสินค้ามาแลกเปลี่ยนซื้อขายกัน ซึ่งชุมชนหมู่บ้านเหล่านี้มักเดินทางสัญจรด้วยทางน้ำ เมื่อจะนำสินค้ามาขายก็ขนใส่เรือมา ชาวบ้านร้านรวงก็พายเรือมาจับจ่ายซื้อศินค้า
ต่อมาถนนหนทางสะดวกสบายขึ้น การสัญจรทางน้ำก็ลดลง ตลาดน้ำก็ค่อยล้มหายตายจากไปทีละแห่งสองแห่ง จนกระทั่งธุรกิจการท่องเที่ยวเข้ามาเห็นว่าตลาดน้ำน่าจะมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ จึงได้ฟื้นฟูตลาดน้ำมาเพื่อการท่องเที่ยว จนกระทั่งหลายแห่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เช่น ตลาดน้ำตลิ่งชัน ตลาดดอนหวาย ตลาดอัมพวา ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ฯลฯ
เท่าที่ตามแม่เฌวาไปตลาดน้ำหลายต่อหลายแห่ง ผมคิดเอาเองว่า คนที่ไปตลาดน้ำส่วนใหญ่ไปเที่ยวเพื่อกินเป็นหลัก รองลงมาก็ซื้อของกลับบ้าน แน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นของกิน เท่าที่พูดคุยกับแม่เฌซาและทีมวิจัย ได้ความว่ามีบางคนที่นิยมชมชอบการเที่ยวตลาดน้ำมาก ถึงขนาดหมุนเวียนไปตามตลาดน้ำต่าง ๆ ในทุก ๆ วันหยุดสุดสัปดาห์
ของในตลาดน้ำส่วนใหญ่ เป็นของกิน ที่สำคัญมักจะพ่วงคำว่าโบราณติดไปด้วย กาแฟโบราณ ก๋วยเตี๋ยวโบราณ ขนมจีนโบราณ ห่อหมกโบราณ ขนมครกโบราณ กล้วยแขกโบราณ ฯลฯ ผมว่าอีกหน่อยคงมี ฟิซซ่าโบราณ
สนนราคาอาหารการกินในตลาดน้ำเหล่านี้ ราคาค่อนข้างย่อมเยาว์ ก๋วยเตี๋ยวชามละ ๒๐ - ๒๕ บาท น้ำแก้วละ ๕ - ๑๐ บาท ขนมจีน ๑๕ – ๒๐ บาท เป็นต้น
นอกจากอาหารการกินแล้ว มักจะมีพืชผักผลไม้ที่เป็นผลผลิตจากเทือกสวนไร่นาในแถบนั้น เช่น ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ชาวบ้านชาวสวนมักจะนำผักสด ๆ จากสวนมาขาย ผมชอบตลาดนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นตลาดเล็ก ๆ ไม่อึกทึกครึกโครม บรรยากาศร่มรื่น
การจัดการตลาดน้ำ โดยมากเป็นการจัดการโดยชุมชน หรือหน่วยงานในชุมชน มีบางแห่งที่ดำเนินการโดยเอกชน แต่ทราบมาว่าตลาดน้ำแห่งนั้นเลิกกิจการไปแล้ว
ผมคิดว่าการดำเนินการตลาดน้ำให้ประสบความสำเร็จใช้ทุนทางสังคมเยอะมากครับ บางอย่างทุนทางธุรกิจเอกชนไม่ สามารถดำเนินการได้ เช่น การมีส่วนร่วมจากคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการมาร่วมเป็นพ่อค้าแม่ขาย นำสินค้าหรือพืชผักในไร่สวนตัวเองออกมาจำหน่าย แน่นอนว่าราคาค่างวดคงได้ไม่เท่าไรนัก ชาวชุมชนบางคนที่มิได้เป็นพ่อค้าแม่ขายก็มาช่วยอุดหนุน มาเดินช่วยให้ตลาดคึกคัก ทุนแท้ ๆ แม้จะเกณฑ์คนมาได้ ทั้งพ่อค้าแม่ขายและคนเดินตลาดแต่ก็มิอาจทำได้ยาวนาน นอกจากนั้นที่ตั้งตลาด โดยมากเป็นพื้นที่หน้าหมู่ เป็นพื้นที่สาธารณะ การดำเนินการโดยชุมชนไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ หากการดำเนินการโดยทุนธุรกิจเอกชน ค่าใช้จ่ายนี้ถือเป็นต้นทุนประการสำคัญ
นั่นคือความรู้ของผมที่พอกพูนขึ้นมาจากหางอึ่ง ซึ่งได้รับจากการเลคเชอร์ของแม่เฌวา ขณะขับรถกลับออกมาจากตลาดน้ำอยุธยา คลองสระบัว
...

เฌวากับแม่ชมละครพื้นบ้าน
ผม แม่เฌวาและเฌวา เดินตามทางเดินจากลานจอดรถ ซึ่งเป็นทางทำด้วยไม้ไผ่ข้างหนึ่ง เทลาดด้วยปูนซีเมนต์ด้านหนึ่ง ทอดยาวข้ามคลองไปสู่ตัวตลาด ทางเดินผ่านบ้านทรงไทยที่งดงามหลังหนึ่ง นอกชานยื่นไปในสระบัว
ก่อนเข้าสู่ตัวตลาดมีควายยืนต้อนรับอยู่สามตัว นักท่องเที่ยวหลายคนกำลังื้อหญ้าให้อาหารและถ่ายรูปคู่กับควาย...
ตัวตลาดเป็นอาคารล้อมรอบสระเนื้อที่กว้างหลายไร่ สร้างด้วยไม้ไผ่ หลังคามุงด้วยหญ้าคา พื้นทางเดินเป็นไม้ไผ่คู่ขนานไปกับพื้นซีเมนต์รอบสระ คั่นกลางระหว่างร้านที่อยู่ด้านบนทางทิศตะวันตกและทิศเหนือ กับโต๊ะ-เก้าอี้ไม้ไผ่ที่อยู่ทางด้านล่าง ติดกับขอบสระ
กลางสระน้ำมีเวทียาวซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำราว ๑ คืบ เมื่อมีการแสดงนักแสดงยืนบนเวทีจึงเหมือนเดินอยู่บนผิวน้ำ
ตลาดน้ำแห่งนี้ ดำเนินการโดยเอกชน มีการจัดการอย่างเป็นระบบระเบียบ และค่อนข้างแตกต่างจากตลาดน้ำอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัดหลายประการ อาทิ
- ตลาดน้ำที่นี่ใช้คูปองในการซื้ออาหาร
- ราคาอาหารที่นี่ค่อนข้างแพงเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดน้ำทั่วไป สนนราคาอาหารที่นี่เทียบเท่ากับอาหารที่เราซื้อรับประทานจากศูนย์อาหารในห้างต่าง ๆ
- นอกจากจะมีจุดแลกคูปองหลายจุดแล้ว ยังมีพนักงานแลกคูปองเดินเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ อีกด้วย
- มีพนักงานเก้บกวาดทำควงามสะอาดจำนวนมาก น่าจะพอ ๆ กันกับศูนย์อาหารในห้าง ประมาณว่าอิ่มปุ๊บเก็บปั๊บ
- มีการแสดงที่อลังการมาก และถือเป็นจุดขายของที่นี่
- มีการแยกโซนการขายสินค้าอย่างชัดเจน การขายสินค้าอุปโภคจะอยู่บริเวณตลาดบก ซึ่งอยู่ทางด้านทิศเหนือ เดินขึ้นจากตลาดน้ำไปอีกราว ๓๐ เมตร

ผมใช้เวลาอยู่ที่ตลาดน้ำนี้ราวสองชั่วโมงเศษ ทันได้ดูการแสดงรอบเที่ยงครึ่งช่วงท้าย ๆ และอยู่ชมการแสดงรอบบ่ายสอง ระหว่างรอการแสดงสามคนพ่แม่ลูก กินอาหารกันที่นี่แทนที่จะไปกินก๋วยเตี๋ยวผักหวานดังที่ผมตั้งใจไว้
ผมสังเกตุเห็นคนมาเดินและจับจ่ายใช้สอยตลาดน้ำแห่งนี้จำนวนมาก ขณะที่ผมเดินออกมาขึ้นรถเพื่อขับกลับก็พบว่ามีรถยนต์มาจอดจำนวนมาก เป็นร้อย ๆ คันทีเดียว
ผมถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไรกับตลาดน้ำแห่งนี้ ก็ประทับใจนะ แปลกใหม่ดี อาหารก็อร่อยใช้ได้แม้จะแพงไปนิด แต่ถามอยากจะมาอีกไหม ผมรู้สึกเฉย ๆ หากจะให้ตั้งใจมาอีกคงต้องมีปัจจัยเสริมอย่างอื่น
ผมเดินชมตลาดน้ำแห่งนี้ เหมือนเดินห้างอย่างไรอย่างนั้น ไม่เหมือนเดินตลาดน้ำคลองลัดมัยม ตลาดน้ำดอนหวาย แม้กระทั่งตลาดน้ำอัมพวา
ผมให้เหตุผลตัวเองไม่ได้ว่าทำไมรู้สึกเช่นนั้น ใครตอบได้ช่วยตอบผมทีครับ
...

แป่วววว
พอลล่ายังไม่เคยไปค่ะ ตลาดน้ำวัดดอนหวาย คลองลัดมะยม ตลิ่งชันไปมาหมดแล้วค่ะ เหลือที่นี่อ่ะ รอคนพาไป อิอิ
พี่ไม่รู้แล้วใครจะรู้คะ
น้องหนานเกียรติพี่อ้อยเคยอ่านบันทึกในโอเคเนชั่นของคุณดินมาบ้าง ความรู้สึกของหนานเกียรติต้องแตกต่างจาก 3 ตลาด..ตลาดน้ำคลองลัดมัยม ตลาดน้ำดอนหวาย แม้กระทั่งตลาดน้ำอัมพวาที่กล่าวมาแล้วอย่างแน่นอน..ด้วยความแตกต่างแห่งวิถีไงคะ..และนโยบายการจัดตลาดด้วยค่ะ..สรุปว่าเราชอบบรรยากาศแบบตลาดไหนไปตลาดนั้นค่ะ..
น้องพอลล่า
พี่อ้ออยครับ
เดี๋ยวกลับมาอ่านใหม่นะ กำลังลงรูป
เครื่องก็เก่า คนก็แก่ ไม่ทันใจเลย...
พี่หนาน ... ไปอ่านบันทึกพอลล่าด้วยนะคะ อ่านให้จบด้วยนะคะ บันทึกพี่ด้าค่ะ อิอิ พี่มาโพส บันทึกเค้าเลยถูกดันลงไปเลยอ่ะ ไม่ยอม ไม่ยอม เค้าอยากให้คนอ่านเยอะๆ
ตามมาอ่านครับ เห็นบรรยากาศสนุกครับ
สวัสดีค่ะ
รอให้เฌวาโตก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวให้เฌวาพาไป
น่านนะซิ...เฮ้อกลุ้ม
ไม่ใช่ไม่ชอบที่นี่ครับพี่...
แต่มันรู้สึกไม่เหมือนไปเดินตลาดน้ำที่อื่น ๆ
มันเหมือนไปเดินห้างยังไงก็ไม่รู้
ผมอาจจะเป็นคนโบราณที่กำลังปรับตัวมังครับพี่อ้อย...
อุ๊ย !!! เหรอ แหะ แหะ ขออภัย
จะรีบไปอ่านเดี่ญวนี้เลยครับ...
ขอบคุณครับอาจารย์
แหะ แหะ คุณหมอครับ
ผมว่าตัวเอง ไม่ตั้งใจชิ่งไปกระทบใครครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ
ขอบคุณเช่นกันครับ
เป็นสิ่งที่มอบให้ได้ง่ายและสบายใจมากครับสำหรับใน G2K
จริง ๆ ผมแอบไปเยี่ยมอาจารย์อยู่เรื่อย ๆ ครับ แต่ไม่ทิ้งร่องรอยไว้ เพราะไม่มีความสามารถทางเจ้าบทเจ้ากลอน
จะรอดูตลาดกลางดงนะครับ
แหะ แหะ เดี๋ยวแวะไปอ่านครับ...
ในบันทึกไม่ค่อยได้พูดถึงเฌวาเท่าไรครับ
ดีใจจังที่เห็นน้องชายพาลูกออกเที่ยว
แม้จะเที่ยวเพื่องานก็เถอะ..
ตลาดน้ำคลองสระบัวเน้นการท่องเที่ยว
มากกว่าการขายของมั้ง?? โดยเฉพาะการแสดง
ไม่ยักเห็นภาพสาวๆในการโชว์ล่ะ
แหะ แหะ พี่ภาพสาว ๆ ถ่ายมากไม่ได้ เดี๋ยวแม่เฌวากระทุ้งเอา ฮิ ฮิ....
จริง ๆ แล้วเฌวาเที่ยวบ่อยครับ
ทะเลไปมาแล้ว มากกว่า ๕ คร้ัง ไปคร้ังแรกต้ังแต่ยังไม่ขวบนึง
ตะเวณพาไปจัดค่ายเมื่อเมษาปีที่แล้วตอนอายุเลยขวบมานิด ๆ ทั้งเชียงดาว เลย กำแพงแสน ฯลฯ
ตะเวณพาไปเยี่ยมญาติมิตรพ่อ ๆ ที่พิษณุโลก เชียงราย เชียงใหม่ ตาก
หลวงพระบสงเฌวาก็ไปมาแล้ว รวมท้ังตลาดท่าขี้เหล็กที่แม่สายครับ
ตลาดน้ำคลองสระบัว คนเที่ยวเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการนำเสนอที่แปลกใหม่ น่าสนใจ อากาศที่อยุธยาคงร้อนมาก แต่ดูหนูเฌวาร่าเริงดีนะครับ
*** วันนี้นายหัวบุญเลิศคงเดินทางไปถึงบ้านผมที่ปายเเล้วครับ...
น่ารักค่ะ น่ารักมากๆๆ เลยค่ะคุณหนานเกี่ยรติ
นำภาพแบบนี้มาให้ชมบ่อยๆนะคะ
เปิดคอมก็เจอะความสดใสของครอบครัวอบอุ่นค่ะ
ขอบคุณค่ะ
เฌวาสนุกสนานมากครับ ขึ้นรถกลับบ้านหลับไหลสลบเหมือด
ตอนอยู่ตลาดรบเร้าอยากลงเล่นน้ำมาก แต่ผมไม่ยอมให้ลงเพราะเพิ่งจะหายไข้
ผมนั่งคุยกับแม่เฌวาเกี่ยวกับตลาดน้ำ
แม่เฌวาบอกว่า การทำตลาดน้ำใช้ทุนทางสังคมสูงมาก และสิ่งนี้ที่ทำให้ตลาดน้ำที่ดำเนินการโดยเอกชนไปไม่รอด
กรณีนี้น่าจะเป็นกรณีแรก ๆ ที่รอดได้ และไปได้สวย
ตลาดน้ำแห่งอื่น ๆ อาจต้องมาเรียนรู้จากที่นี่ครับ
ขอบคุณมาก ๆ ครับที่แวะมาเยี่ยมชมและให้กำลังใจครับ
แวะมาเยี่ยมเรื่อย ๆ นะครับ
ขอบคุณมากครับพี่
ปีหน้าผมจะกลับไปอยู่บ้านที่ดอยมูเซอมากขึ้น
คงมีโอกาสไพบพี่ครับ
สวัสดีครับน้องหนาน ตรงนี้มันต้องเป็นโชคครับ โชคดี ไม่ใช่เคราะห์ดี......โดยความหมายถ้าเคราะห์แล้วมักร้ายทุกเรื่องครับ
( เคราะห์ดีที่ในรถมีเครื่อง GPS ที่สามารถเข้า Internet ได้ )
ว่าแต่ว่าแม่ของน้องเฌวา หน้าตาคล้ายๆคนบ้านเราปักษ์ใต้เนาะ