ว่ากันว่าตลาดน้ำแห่งนี้ค่อนข้างฮอต เปิดตัวได้ไม่นานก็ติดตลาด ลูกค้าส่วนมากได้ข้อมูลจาก Internet แม้กระทั่งผมก็รับรู้เรื่องราวของตลาดน้ำนี้ผ่านช่องทางนี้ จากการแบ่งปันเรื่องราวของสมาชิก G2K ๒ ท่าน คือ คุณเอก - จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ในบันทึก แม่อรชรงามเหมือนกินรีร่าง ยลพักตร์แม่แลค้าง ทรวงสล้างเต่งตึง และ คุณdid ในบันทึก เที่ยวอยุธยาตอนที่ 1...ตลาดน้ำคลองสระบัว

    ทันทีที่ชาละวันยกเท้าขวาเตะกราดไปยังชายโครง ไกรทองยกแขนซ้ายรับและจับขาขวานั้นคาไว้อย่างนั้น แล้วโน้มตัวสับศอกขวาลงบนต้นขาขวาชาละวันสุดแรง เมื่อปล่อยมือซ้ายออกจากขาขวา ก็หมุนตัวหันหลังกลับไปทางซ้าย สับศอกกลับไปบริเวณศรีษะ จนชาละวันกระเด็นหงายหลังล้มลงกระแทกพื้นโครม

    หากเป็นคนธรรมดาสามัญ ชาละวันคงสิ้นสติไปแล้ว แต่เพราะเป็นพญาจรเข้ มีเขี้ยวเพชรอยู่ยงคงกระพัน โดนศอกเพียงนี้ไม่ระคายชาละวัน

    ชาละวันลุกขึ้น ขณะที่ไกรทองเดินดุ่มเข้ามาหวังซ้ำพิชิตศึก มิทันระวังตัวก็ถูกเท้าซ้ายชาละวันถีบเข้าที่ลิ้นปี่จนกระดอนออกมา ชาละวันอาศัยจังหวะนี้โจนเข้าหา กระโดดก้าวขาซ้ายเหยียบไปบนต้นขาขวาไกรทอง แล้วโยนเข่าขวาเสยเข้ากกหูซ้ายดังสนั่น ไกรทองล้มกลิ้งลงไม่เป็นท่า...

    ...

    ที่เล่ามาฉากหนึ่งของแสดงละครพื้นบ้านเรื่องไกรทอง ณ ตลาดน้ำอยุธยาคลองสระบัว ครับ

    ตลาดน้ำแห่งนี้เป็นตลาดน้ำน้องใหม่ ตั้งอยู่บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นอกเกาะเมืองด้านทิศเหนือ (ทุ่งขวัญ) อยู่ไม่ไกลจากอนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดหน้าพระเมรุ และเพนียดคล้องช้าง เท่าใดนัก

    ตลาดน้ำอยุธยาคลองสระบัว เปิดให้บริการทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. ในแต่ละวันที่เปิดจะมีการแสดง “ละครพื้นบ้าน” พร้อมการขับเสภา วันละ ๕ รอบ เริ่มตั้งแต่ ๑๑.๐๐ น., ๑๒.๓๐ น., ๑๔.๐๐ น., ๑๕.๓๐ น. และรอบสุดท้าย ๑๗.๐๐ น. เรื่องที่แสดงมักได้แก่ พระสุธน-มโนราห์ ตอน พรานบุญจับนางมโนราห์, ไกรทองพิชิตชาละวัน, คัทธนกุมารชาดก, จันทโครพ ตอน เปิดผอบพบนางโมรา, สังข์ทอง ตอน รจนาเลือกคู่, ลิลิตพระลอ ตอน พระลอตามไก่ฟ้า, เสน่หากากี เป็นต้น

    ว่ากันว่าตลาดน้ำแห่งนี้ค่อนข้างฮอต เปิดตัวได้ไม่นานก็ติดตลาด ลูกค้าส่วนมากได้ข้อมูลจาก Internet แม้กระทั่งผมก็รับรู้เรื่องราวของตลาดน้ำนี้ผ่านช่องทางนี้ จากการแบ่งปันเรื่องราวของสมาชิก G2K ๒ ท่าน คือ คุณเอก - จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ในบันทึก แม่อรชรงามเหมือนกินรีร่าง ยลพักตร์แม่แลค้าง ทรวงสล้างเต่งตึง และ คุณdid ในบันทึก เที่ยวอยุธยาตอนที่ 1...ตลาดน้ำคลองสระบัว

    และความฮอตฮิตของตลาดน้ำแห่งนี้รายการโทรทัศน์ก็นำเรื่องราวของที่นี่มาถ่ายทอด ผมดู-ฟัง ผ่าน ๆ แต่จับใจความได้ตอนหนึ่งว่านักแสดงละครพื้นบ้านเหล่านี้มาจากหลากหลายพื้นที่ มาไกลจากเชียงใหม่ก็มี

    มิได้ให้ความสนใจตลาดน้ำแห่งนี้สักเท่าไรครับ เพราะมิใช่คนชอบท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ แม้กระทั่งชื่อผมก็ยังจำไม่ได้เมื่อคราวตัดสินใจจะไปเยือนตลาดน้ำนี้

    เป็นเพราะภรรยาต้องไปงานศพที่ จ.อยุธยา ผมและเฌวาอาสาไปส่ง เผื่อว่าจะได้หาอะไรอร่อย ๆ ที่อยุธยากิน ซึ่งผมมีร้านก๋วยเตี๋ยวผักหวานอยู่ในใจ แม่เฌวาก็มีร้านอยู่ในใจ ส่วนเฌวาคงไม่มีอะไรในใจแอบแฝง นอกจากนั้นก็อาจจะมีเวลาไปไหว้พระตามวัดต่าง ๆ ที่คณะทัวร์มักตระเวณไปแสวงบุญอย่างอีกทึกครึกโครม

    กระทั่งขับรถเกือบถึงอยุธยา เหลือบดูนาฬิกา เพิ่งพ้น ๑๑.๐๐ น. มานิดหน่อยเอง กินข้าวมาเมื่อสายยังไม่หิว จึงคิดว่าน่าจะไปที่ไหนสักแห่ง

    “บุรีเทวี” คือสถานที่แรกที่จะไป แต่เจ้ากรรมดันลืมเอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย จึงหมดสิทธิที่จะโทรหาข้อมูลจากทั้งคุณเอก - จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร และ พี่นุช - คุณนายดอกเตอร์

    ตลาดน้ำอะไรน้า...? ภาพนางตะเภาแก้ว ตะเภาทอง รวมทั้งนางมโนราห์ จากบันทึกใน G2K ผุดขึ้นมา แต่คิดเท่าไรก็นึกไม่ออกว่ามันคือตลาดน้ำอะไร

    เคราะห์ดีที่ในรถมีเครื่อง GPS ที่สามารถเข้า Internet ได้ ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ก็ได้ข้อมูลจากโลกเสมือนจริง พร้อมกับตั้งตลาดน้ำอยุธยาคลองสระบัว เป็นเป้าหมายปลายทางให้ GPS นำทางไป

    ...

    ผมโฉบเฉี่ยวกับเรื่องราวของตลาดน้ำบ้าง เนื่องจากแม่เฌวาทำวิจัยเรื่องนี้ ผมทำหน้าที่ขับรถไปรับ-ส่งลงพื้นที่ตลาดน้ำอยู่หลายแห่ง แต่สาบานได้ครับความรู้เรื่องตลาดน้ำของผมมีน้อยยิ่งกว่าหางอึ่ง

    ตลาดน้ำดั้งเดิมมิใช่สถานที่ท่องเที่ยวดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ตลาดน้ำเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านในแต่ละชุมชนนำสินค้ามาแลกเปลี่ยนซื้อขายกัน ซึ่งชุมชนหมู่บ้านเหล่านี้มักเดินทางสัญจรด้วยทางน้ำ เมื่อจะนำสินค้ามาขายก็ขนใส่เรือมา ชาวบ้านร้านรวงก็พายเรือมาจับจ่ายซื้อศินค้า

    ต่อมาถนนหนทางสะดวกสบายขึ้น การสัญจรทางน้ำก็ลดลง ตลาดน้ำก็ค่อยล้มหายตายจากไปทีละแห่งสองแห่ง จนกระทั่งธุรกิจการท่องเที่ยวเข้ามาเห็นว่าตลาดน้ำน่าจะมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ จึงได้ฟื้นฟูตลาดน้ำมาเพื่อการท่องเที่ยว จนกระทั่งหลายแห่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เช่น ตลาดน้ำตลิ่งชัน ตลาดดอนหวาย ตลาดอัมพวา ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ฯลฯ

    เท่าที่ตามแม่เฌวาไปตลาดน้ำหลายต่อหลายแห่ง ผมคิดเอาเองว่า คนที่ไปตลาดน้ำส่วนใหญ่ไปเที่ยวเพื่อกินเป็นหลัก รองลงมาก็ซื้อของกลับบ้าน แน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นของกิน เท่าที่พูดคุยกับแม่เฌซาและทีมวิจัย ได้ความว่ามีบางคนที่นิยมชมชอบการเที่ยวตลาดน้ำมาก ถึงขนาดหมุนเวียนไปตามตลาดน้ำต่าง ๆ ในทุก ๆ วันหยุดสุดสัปดาห์

    ของในตลาดน้ำส่วนใหญ่ เป็นของกิน ที่สำคัญมักจะพ่วงคำว่าโบราณติดไปด้วย กาแฟโบราณ ก๋วยเตี๋ยวโบราณ ขนมจีนโบราณ ห่อหมกโบราณ ขนมครกโบราณ กล้วยแขกโบราณ ฯลฯ ผมว่าอีกหน่อยคงมี ฟิซซ่าโบราณ

    สนนราคาอาหารการกินในตลาดน้ำเหล่านี้ ราคาค่อนข้างย่อมเยาว์ ก๋วยเตี๋ยวชามละ ๒๐ - ๒๕ บาท น้ำแก้วละ ๕ - ๑๐ บาท ขนมจีน ๑๕ – ๒๐ บาท เป็นต้น

    นอกจากอาหารการกินแล้ว มักจะมีพืชผักผลไม้ที่เป็นผลผลิตจากเทือกสวนไร่นาในแถบนั้น เช่น ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ชาวบ้านชาวสวนมักจะนำผักสด ๆ จากสวนมาขาย ผมชอบตลาดนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นตลาดเล็ก ๆ ไม่อึกทึกครึกโครม บรรยากาศร่มรื่น

    การจัดการตลาดน้ำ โดยมากเป็นการจัดการโดยชุมชน หรือหน่วยงานในชุมชน มีบางแห่งที่ดำเนินการโดยเอกชน แต่ทราบมาว่าตลาดน้ำแห่งนั้นเลิกกิจการไปแล้ว

    ผมคิดว่าการดำเนินการตลาดน้ำให้ประสบความสำเร็จใช้ทุนทางสังคมเยอะมากครับ บางอย่างทุนทางธุรกิจเอกชนไม่ สามารถดำเนินการได้ เช่น การมีส่วนร่วมจากคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการมาร่วมเป็นพ่อค้าแม่ขาย นำสินค้าหรือพืชผักในไร่สวนตัวเองออกมาจำหน่าย แน่นอนว่าราคาค่างวดคงได้ไม่เท่าไรนัก ชาวชุมชนบางคนที่มิได้เป็นพ่อค้าแม่ขายก็มาช่วยอุดหนุน มาเดินช่วยให้ตลาดคึกคัก ทุนแท้ ๆ แม้จะเกณฑ์คนมาได้ ทั้งพ่อค้าแม่ขายและคนเดินตลาดแต่ก็มิอาจทำได้ยาวนาน นอกจากนั้นที่ตั้งตลาด โดยมากเป็นพื้นที่หน้าหมู่ เป็นพื้นที่สาธารณะ การดำเนินการโดยชุมชนไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ หากการดำเนินการโดยทุนธุรกิจเอกชน ค่าใช้จ่ายนี้ถือเป็นต้นทุนประการสำคัญ

    นั่นคือความรู้ของผมที่พอกพูนขึ้นมาจากหางอึ่ง ซึ่งได้รับจากการเลคเชอร์ของแม่เฌวา ขณะขับรถกลับออกมาจากตลาดน้ำอยุธยา คลองสระบัว

    ...


เฌวากับแม่ชมละครพื้นบ้าน

    ผม แม่เฌวาและเฌวา เดินตามทางเดินจากลานจอดรถ ซึ่งเป็นทางทำด้วยไม้ไผ่ข้างหนึ่ง เทลาดด้วยปูนซีเมนต์ด้านหนึ่ง ทอดยาวข้ามคลองไปสู่ตัวตลาด ทางเดินผ่านบ้านทรงไทยที่งดงามหลังหนึ่ง นอกชานยื่นไปในสระบัว

    ก่อนเข้าสู่ตัวตลาดมีควายยืนต้อนรับอยู่สามตัว นักท่องเที่ยวหลายคนกำลังื้อหญ้าให้อาหารและถ่ายรูปคู่กับควาย...

    ตัวตลาดเป็นอาคารล้อมรอบสระเนื้อที่กว้างหลายไร่ สร้างด้วยไม้ไผ่ หลังคามุงด้วยหญ้าคา พื้นทางเดินเป็นไม้ไผ่คู่ขนานไปกับพื้นซีเมนต์รอบสระ คั่นกลางระหว่างร้านที่อยู่ด้านบนทางทิศตะวันตกและทิศเหนือ กับโต๊ะ-เก้าอี้ไม้ไผ่ที่อยู่ทางด้านล่าง ติดกับขอบสระ

    กลางสระน้ำมีเวทียาวซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำราว ๑ คืบ เมื่อมีการแสดงนักแสดงยืนบนเวทีจึงเหมือนเดินอยู่บนผิวน้ำ

    ตลาดน้ำแห่งนี้ ดำเนินการโดยเอกชน มีการจัดการอย่างเป็นระบบระเบียบ และค่อนข้างแตกต่างจากตลาดน้ำอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัดหลายประการ อาทิ

    - ตลาดน้ำที่นี่ใช้คูปองในการซื้ออาหาร
    - ราคาอาหารที่นี่ค่อนข้างแพงเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดน้ำทั่วไป สนนราคาอาหารที่นี่เทียบเท่ากับอาหารที่เราซื้อรับประทานจากศูนย์อาหารในห้างต่าง ๆ
    - นอกจากจะมีจุดแลกคูปองหลายจุดแล้ว ยังมีพนักงานแลกคูปองเดินเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ อีกด้วย
    - มีพนักงานเก้บกวาดทำควงามสะอาดจำนวนมาก น่าจะพอ ๆ กันกับศูนย์อาหารในห้าง ประมาณว่าอิ่มปุ๊บเก็บปั๊บ
    - มีการแสดงที่อลังการมาก และถือเป็นจุดขายของที่นี่
    - มีการแยกโซนการขายสินค้าอย่างชัดเจน การขายสินค้าอุปโภคจะอยู่บริเวณตลาดบก ซึ่งอยู่ทางด้านทิศเหนือ เดินขึ้นจากตลาดน้ำไปอีกราว ๓๐ เมตร

    ผมใช้เวลาอยู่ที่ตลาดน้ำนี้ราวสองชั่วโมงเศษ ทันได้ดูการแสดงรอบเที่ยงครึ่งช่วงท้าย ๆ และอยู่ชมการแสดงรอบบ่ายสอง ระหว่างรอการแสดงสามคนพ่แม่ลูก กินอาหารกันที่นี่แทนที่จะไปกินก๋วยเตี๋ยวผักหวานดังที่ผมตั้งใจไว้

    ผมสังเกตุเห็นคนมาเดินและจับจ่ายใช้สอยตลาดน้ำแห่งนี้จำนวนมาก ขณะที่ผมเดินออกมาขึ้นรถเพื่อขับกลับก็พบว่ามีรถยนต์มาจอดจำนวนมาก เป็นร้อย ๆ คันทีเดียว

    ผมถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไรกับตลาดน้ำแห่งนี้ ก็ประทับใจนะ แปลกใหม่ดี อาหารก็อร่อยใช้ได้แม้จะแพงไปนิด แต่ถามอยากจะมาอีกไหม ผมรู้สึกเฉย ๆ หากจะให้ตั้งใจมาอีกคงต้องมีปัจจัยเสริมอย่างอื่น

    ผมเดินชมตลาดน้ำแห่งนี้ เหมือนเดินห้างอย่างไรอย่างนั้น ไม่เหมือนเดินตลาดน้ำคลองลัดมัยม ตลาดน้ำดอนหวาย แม้กระทั่งตลาดน้ำอัมพวา

    ผมให้เหตุผลตัวเองไม่ได้ว่าทำไมรู้สึกเช่นนั้น ใครตอบได้ช่วยตอบผมทีครับ

    ...