การเตรียมพร้อมด้านจิตใจสำคัญพอๆกับการเตรียมพร้อมด้านร่างกายสำหรับการเดินป่าครั้งนี้ เป็นความจริงครับ...การฮึดสู้ ท้าทายความสบายของร่างกาย ในแต่ละก้าวที่เราไต่ดอยสูง สัมภาระที่หนักอึ้ง ความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ ความเหนื่อย หิว และปวด ทั้งหมดผมคิดว่าอยู่ที่ “ใจ” ล้วนๆ

สามวันสองคืนบนเทือกเขาบรรทัด พวกเราเดินไต่ระดับภูเขาสูงชัน บางคราต้องเลียบเลาะลำธาร ขอบเหวลึก...ฝนตก อากาศหนาว และทากดูดเลือด

การท่องเที่ยวแบบผจญภัยเป็นการท่องเที่ยวแบบหนึ่งที่ผมชื่นชอบ เพราะการใช้ชีวิตที่ต่างออกไปจากความคุ้นชิน ไปสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง บวกกับมีกิจกรรมที่โลดโผนจากวิถีชีวิตปกติ

พี่เกียรติศักดิ์ หรือ พี่หนานเกียรติ ได้เกริ่นในวันหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่อง “เดินป่า” ผมหูผึ่งในทันที เพราะโดยส่วนตัวอยากไปลองเดินป่าดูบ้าง โดยเฉพาะการเดินป่าที่ต้องค้างแรมในป่าช่างน่าตื่นเต้นสำหรับผมมาก และการเดินป่าที่พี่เกียรติศักดิ์ชักชวนผมนั้น เป็นการเดินป่าแถบภาคใต้ ซึ่งทราบดีว่าผืนป่าทางภาคใต้เป็นป่าดิบชื้น มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง

แว่บแรกที่ผมคิดก็คือ การได้มีโอกาสถ่ายภาพวิถีชีวิตในป่า เรื่องราวของป่าดิบชื้นน่าจะมีมุมมองสิ่งมีชีวิต ต้นไม้ที่แปลกออกไปจากที่เคยเห็น และเรื่องราวเหล่านั้นหากผ่านการบันทึกภาพด้วยตัวผมเอง จากการเดินป่าสัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นความฝันของผมมาก

จริงอยู่ว่า การเดินป่าต้องเตรียมความพร้อมร่างกายอย่างมาก แต่เมื่อได้ไปเดินป่าจริงๆ ผมกลับรู้สึกว่า การเตรียมพร้อมด้านจิตใจสำคัญมากกว่า การเดินทางด้วยเท้าแบกเป้ที่หนักไปด้วยสัมภาระ เสบียง ที่เราเดินสวนทางกับแรงโน้มถ่วงของโลกไต่ควนที่สูงชันบนเทือกเขาบรรทัด

เสียงของหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าฯ ที่พูดคุยกับทีมงานของเราก่อนเดินขึ้นควนสูง ยังก้องหูผมอยู่เลย

“พวกน้อง อดทน กล้าหาญมากที่มาเดินป่าในเดือนสิบสอง นอกจากฝนตก ความชื้นสูง ความหนาวแล้ว ทากดูดเลือดชุกชุม แต่ที่ไหนทากเยอะแสดงว่าสัตว์ป่าเยอะนะ” 

จริงๆผมไม่ได้คิดอะไรมากจากประโยคยาวๆของหัวหน้าหน่วย แต่ก็แอบประหวั่นพรั่นพรึงในใจนิดๆกับสิ่งที่ผมต้องเผชิญในช่วงเวลาสามวันสองคืนที่ใช้ชีวิตในป่า

ที่ผมบอกว่า การเตรียมพร้อมด้านจิตใจสำคัญพอๆกับการเตรียมพร้อมด้านร่างกายสำหรับการเดินป่าครั้งนี้ เป็นความจริงครับ...การฮึดสู้ ท้าทายความสบายของร่างกาย ในแต่ละก้าวที่เราไต่ดอยสูง สัมภาระที่หนักอึ้ง ความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ ความเหนื่อย หิว และปวด ทั้งหมดผมคิดว่าอยู่ที่ “ใจ” ล้วนๆ

ช่วงเวลาสามวันสองคืนในป่าดิบชื้นบนเทือกเขาบรรทัด เรื่องราวการเดินป่าครั้งนี้บรรยากาศยังประทับใจผมตลอดเวลา หากให้ผมเขียนรายละเอียดผมสามารถเขียนหนังสือได้เป็นเล่ม ความประทับใจนอกจากความสวยงามและหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ต้นไม้ ใบหญ้า ลำธารในป่าแล้ว น้ำใจของเพื่อนร่วมทริปที่เอื้ออาทรช่วยเหลือกันตลอดเวลาที่เราใช้ชีวิตในป่านั้นก็ทำให้ผมประทับใจยิ่งกว่า

ขอบคุณ...

บังหีมวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei-- ที่ดูแล เอาใจใส่ ทุกเรื่อง คอยเล่าเรื่องตลกให้ผ่อนคลายตลอดเส้นทาง

คุณนไร สาวพยาบาลที่คอยดูแลและแนะนำสถานที่ให้กับลูกทริปทุกคน

คุณน้องบับเบิ้ลบาบา สาวแกร่งจากนนทบุรี ที่เป็นเสมือนคลังยาที่คอยเยียวยาอาการผิดปกติของร่างกายในป่า ผมถือว่ามหัศจรรย์มากที่เธอมีเวชภัณฑ์,ยาแทบทุกชนิดที่เราต้องการ และประทับใจความรู้ผ่านประสบการณ์เกี่ยวกับการกำจัดทากดูดเลือดโดยใช้สเปรย์น้ำเกลือ

น้องไซกี้ ที่ดูแลเรื่องที่นอนของผมในป่า  รวมถึงความเชี่ยวชาญในการเดินป่าที่น่าทึ่ง

พี่เกียรติศักดิ์ : หรือพี่ หนานเกียรติ ที่คอยเป็นห่วงเป็นใยน้องตลอดเวลา

และนายหัวบุญเลิศ ที่เป็นคนนำทาง หากไม่มีนายหัวก็ยากที่จะเกิดเรื่องราวดีๆที่ผมประสบมา

ผมมีเขียนเรื่องราวที่จะเขียนมากมายแต่บันทึกนี้ผมขอเกริ่นปฐมบท “ทริปเดินป่าเทือกเขาเจ็ดยอด” เพียงเท่านี้ก่อนครับ

พร้อมกับเลือกภาพสวยๆ บนจุดสูงสุดของ เขาเจ็ดยอดบนเทือกเขาบรรทัดมาให้ทุกท่านได้ชมความสวยงามนั้นไปกับผมด้วย

ซับซ้อน สวยงาม เทือกเขาบรรทัด จากมุมนี้เรามองเห็นสามจังหวัด คือ จ.พัทลุง สตูล และ ตรัง

หมอกและแสงแดดยามเช้า บนเทือกเขาเจ็ดยอด

จุดสูงสุด กับความมหัศจรรย์ของ วิวเขา

ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ มนุษย์เราเป็นเพียงส่วนหนึ่ง (นายแบบในภาพ : คุณเกียรติศักดิ์-หนานเกียรติ)

 

เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพที่บอกเล่าเรื่องราวกว่า ๑๒๐ ภาพบนเทือกเขาบรรทัด ผมอยากบอกว่า เป็นภาพที่ผมประทับใจทุกภาพ

 

ติดตามต่อครับ...

 

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

๔ พย.๕๒