ควรจัดการศึกษาด้วยความจริงใจเพื่อศิษย์ของคุณ

ครูเพื่อศิษย์...ความจริงใจทางการศึกษาจริงหรือ?

        อยากเขียนถึงเด็กๆอีกสักหนึ่งเรื่อง...เห็นข่าวเกี่ยวกับครูถี่มากขึ้นทำให้อยากเขียนเพื่อให้ข้อคิดเตือนสำหรับคุณครูทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นคุณครูยุคเก่าหรือคุณครูยุคใหม่จำได้ว่าตอนที่เราเป็นเด็กคำว่าครูยิ่งใหญ่มากนัก...เราจะแคร์ครูในทุกๆเรื่องรักเคารพและเชื่อฟังครูของเราในทุกเรื่อง..เผลอแป๊บเดียวเมื่อเรามาเป็นคุณครูเองเรายังจำได้ว่าแรกๆเรายึดมั่นในสิ่งที่ครูสอนเรามา..เราเตรียมการสอนทุกครั้งที่เปลี่ยนเรื่องที่จะสอนใหม่ใน 1 สัปดาห์เราสอน 20 คาบแต่ต้องเตรียมจริงๆเพียง 2 ครั้งเพราะเราใช้เนื้อหาเดิมกับห้องสอนทั้งหมด 10 ห้องแต่ในบรรดา 10 ห้องจะมีห้องที่เรามีความสุขที่จะสอนอยุ่ไม่กี่ห้อง..แรกๆเรามักรังเกียจห้องที่เรียนไม่เก่ง..เพราะเขาดื้อ..ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง..เราสอนเขาก็ไม่เชื่อ..แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปเรากลับพบว่าศิษย์ที่รักเราและเชื่อฟังเราใส่ใจในความรุ้สึกของเรารวมทั้งมีความรู้สึกที่ดีๆกับเรากลับเป็นศิษย์ที่เรียนไม่เก่ง

         วันเวลาผ่านไปในช่วงชีวิตของการเป็นครู..ครูมืออาชีพ..บ้างล่ะที่เขาเรียกกัน..ครูยุคปฏิรูปบ้างล่ะ..แถมการสอนนักวิชาการรุ่นใหม่เรียกว่าการจัดการเรียนรู้..นักวิชาการเขาเปลี่ยนคำให้ดูดีขึ้น..โดยเฉพาะอย่างยิ่งเปลี่ยนกันอยู่นานหลายกับคำว่าการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางบ้างล่ะ..หรือการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบ้างล่ะ..แต่ทำไมยิ่งจัดการศึกษาแบบใหม่มีระบบการประเมินกันตั้งมากมาย...มีการจัดการความรู้ให้กับเด็กๆแบบที่เน้นICT อะไรต่อมิอะไรอีกตั้งมากมาย..แถมระบบการจัดการเรียนรู้เปลี่ยนรูปแบบมีวิธีการสอนให้ครูนำมาใช้มากมาย..มีทั้งร่วมกลุ่มร่วมมือแบบที่คุณครูหลายคนเรียกกันว่าco-operative learning  การสอนแบบไตรสิกขา  การใช้สื่อบทเรียนมัลติมีเดีย  การสอนโดยใช้ทฤษฎีหมวกหกใบ  การสอนโดยใช้เกมสถานการณ์จำลอง...รวมทั้งการสอนเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพอีกหลากหลาย..แถมด้วยการผลิตสื่อ..การให้เงินนโยบายเรียนฟรีอีกรายหัวอีกมากมาย...ฟังแล้วดูดี...เด็กๆน่าจะได้อะไรที่ดีๆมากขึ้น

         แต่ในความเป็นจริงภาระงานที่นักการศึกษา  นักประเมินมุ่งมั่นอยู่กับวิธีการประเมินด้วยระบบข้อมูลรวมทั้งการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย   ...ฝ่ายบริหารก็มุ่งหวังให้คุณครูทำอะไรๆเพื่อให้โรงเรียนก้าวหน้ามีสื่อที่ทันสมัย...แต่จะมีใครหวลคิดบ้างว่าภาระงานที่มากมายคุณครูจะมีเวลาเพื่อศิษย์สักกี่มากน้อย...วันเวลาผ่านไปปัญหาเด็กๆหนีเรียนมีมากขึ้น..ปัญหาเรื่องชู้สาวของเด็กที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรมีมากขึ้น..ดิฉันสรุปได้ด้วยตนเองว่ามาจากการจัดการศึกษายุคใหม่ทั้งนั้น...ความจริงแล้วการจัดการศึกษาแบบเก่าที่เราเคยเรียนแบบท่องจำก็ไม่เลวนะเพราะไม่ว่าเช้าไม่ว่าเย็นคุณครูก็อยู่กับเรา...มีอะไรคุณครูก็คอยแนะแนวทางพร่ำสอนเราไม่เคยห่างหาย..แต่คุณครูยุคใหม่ท่านต้องทำผลงานทางวิชาการ...และผลงานของคุณครูแต่ละท่านก็จัดทำเสียสวยหรู..แต่ผลที่เขาคิดกันเน้นแต่เชิงปริมาณมีใครมองลึกกันถึงคุณภาพกันบ้างไหม

        ครูเพื่อศิษย์ความจริงใจทางการศึกษาจริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไร..หากคุณครูรักเด็กๆเหมือนรักลูกตัวเอง..ตั้งใจสอนศิษย์โดยไม่ต้องมีวิธีสอนทันสมัยอะไรก็ได้แต่มีความจริงใจเป็นที่ตั้ง..ไม่วุ่นวายกับกิจกรรมอันหลากหลายที่มากมายแต่ไม่ใช่ความจริงของชีวิต...เด็กๆเหมือนผ้าสีขาวแล้วแต่ครูจะแต่งแต้มให้เป็นสีใดการสอนจึงควรคนไม่ใช่สอนแต่เนื้อหา..ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะไม่ติดอยู่ในวังวนของการประเมินที่ทำให้วิชาชีพของเราตกต่ำ...ดิฉันคิดว่าความเป็นจริงอยู่ที่เด็กต่างๆหากเพราะเขาคือผลผลิตของเราที่ต้องใส่ใจเขามากกว่าสิ่งอื่นใด..ซึ่งในความเป็นจริงแม้ว่าเราจะไม่มีร่องรอยแฟ้มงานอะไรให้เขาประเมิน...แต่ลูกศิษย์เรามีคุณภาพก็นับว่าเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ยิ่งใหญ่มิใช่หรือ...ถึงเวลาแล้วนะคะที่ควรจัดการศึกษาด้วยความจริงใจเพื่อศิษย์ของคุณครูทุกคนจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพที่น่าภาคภูมิใจ