งานแล็บในหน่วยเคมีคลินิกของเราตอนนี้มีปริมาณงานเฉลี่ยวันละ 800-1000 ราย โดยงานประมาณ 2 ใน 3 ส่วนจะถาโถมกันมาในช่วงเช้า คือตั้งแต่ 7 โมงกว่าๆไปถึงเที่ยงนี่ พวกเราคนห้องแล็บมือไม่ว่างกันเลย ปกติแล้วอัตราคนทำงานกับงานก็ไม่ได้สัดส่วนกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะช่วงเช้าที่งานประดังประเดกันเข้ามา เราทำเรื่องเมื่อ 2 ปีก่อนก็ได้น้องหญิงกับน้องพิทมา ปีที่แล้วที่คิดอัตรากำลัง เราก็ควรจะได้เพิ่มอีก 2 ตำแหน่งแต่ไม่ทราบด้วยเหตุอันใด เบื้องบนท่านอนุมัติให้เพียงหนึ่ง ก็ได้น้องมิ้งค์มาเพิ่มอีกหนึ่งสาว ถึงตอนนี้แม้จะมีน้องๆมาเสริมทัพ แต่งานที่เราจัดไว้เป็นจุดต่างๆก็ยังต้องทำเกินหน้าที่กันในช่วงเช้า จึงจะสามารถทำให้ออกผลแล็บได้ทันเวลาที่เราตั้งไว้
ช่วงบ่ายที่งานค่อยๆลำเลียงกันมา ไม่โถมเหมือนช่วงเช้า ทำให้เราสามารถบริหารจัดการเวลาพอจะได้ พวกเราก็เลยจัดให้มีกิจกรรมพิเศษเพื่อการพัฒนาความรู้กันขึ้นสัปดาห์ละครั้งในช่วงบ่ายวันพุธ เราไม่นิยมการไปนั่งพูดคุยกันในห้องประชุม เพราะเราทั้งหมดจะไม่สามารถปลีกตัวไปได้ เพราะงานของเราจะทยอยมา ตั้งรอไว้ไม่ได้ ทำให้เราใช้พื้นที่บริเวณส่วนกลางห้องนี่แหละ พร้อมกับลำโพงหนึ่งคู่ ไมโครโฟนหนึ่งอัน ผลัดเปลี่ยนจัดเวรกันนำเอาความรู้เกี่ยวกับการทดสอบต่างๆที่เราเปิดบริการมาเล่าสู่กันฟัง บอกเล่าว่าการทดสอบนั้นๆตรวจหาอะไร ทำไมแพทย์จึงสั่งตรวจ เป็นสารที่มาจากที่ไหนในร่างกาย ใช้สิ่งส่งตรวจชนิดไหน มีข้อจำกัดในการส่งตรวจอย่างไรบ้าง
เราเริ่มกิจกรรมนี้มาได้เกือบเดือนแล้ว เท่าที่ผ่านมาเราได้เห็นแล้วว่า เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงถึง 45 นาทีนี้เหลือเฟือในการที่เราจะใช้ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กัน ทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรม ยินดีที่จะเป็นผู้พูด พร้อมที่จะเป็นผู้ฟัง มีการถามคำถาม ช่วยกันหาคำตอบ ได้ทบทวนความรู้ เมื่อรู้แล้วก็ได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพขึ้น ไม่ใช่ทำไปตามความเคยชินอย่างเดียว
เราเริ่มมีการใช้กล้องวิดีโอเก็บภาพกิจกรรมนี้เอาไว้ด้วยในสัปดาห์นี้ โดยใช้ศักยภาพที่เรามีอยู่ของคุณถวิล พบว่าภาพและเสียงมีคุณภาพดีมากทีเดียว เพราะฉะนั้นความรู้ที่เราค้นคว้าหามาแลกเปลี่ยนกันนี้ ยังสามารถเก็บสะสมไว้เป็นสมบัติของหน่วยงาน ให้มาเปิดดูเปิดฟังได้เสมออีกด้วย
เห็นว่ากิจกรรมเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องยากในการจัดทำเลยนะคะ แต่ก่อนเราจะทำก็เคยคิดว่าอาจจะวุ่นวายหลายเรื่อง หรือเป็นภาระมากเกินไป แต่พอลงมือทำกันจริงๆแล้ว เราก็พบว่าเราทำได้และใช้เวลาไม่มากเลย เก็บเอามาเล่าสู่กันฟังเผื่อเป็นไอเดียให้ทุกท่านนำไปปรับใช้กันได้ในหน่วยงานนะคะ

สวัสดีค่ะกำลังจะออกไปนอนแล้วมาพอดี..ดีใจมากที่สุดที่ท่านได้เข้าไปอ่านอนุทินน้อยๆ..ขอบคุณค่ะ..และขอบอกว่าบันทึกนี้มีสาระได้เรียนรู้งานที่ไม่เคยเห็น และสัมผัส..ถ้าไม่มีการนำมาถ่ายทอดแบบนี้..จะมาติดตามต่อไปนะค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่โอ๋..
ชื่นชมและขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆท่านค่ะ
ทำงานแบบแข็งขันกันน่าดู ดีจังเลยครับ เก็บเป็นวิดีโอไว้ดูด้วยจะได้ทบทวนดูตอนไหนก็ได้ พี่โอ๋สบายดีไหมครับ
น่าสนใจดีครับ นอกจากจะเป็นความรู้กลางที่กลายเป็นสมบัติของหน่วยงานแล้ว ก็ได้ขยายต่อเป็นความรู้ของชาติด้วย อย่างนี้เรียกว่าหน่วยจัดการความรู้ตัวจริง เป็นกำลังใจให้ครับ
สวัสดีค่ะ
หนูคงแย่กว่าพี่มาก เพราะมีแค่เราคนเดียวที่ทำงานแลป บอกตรงๆว่าตอนนี้เหนื่อยมาก แม้ว่าจำนวนเคสไม่เยอะเท่า แต่รายละเอียดของเคสเยอะกว่ามากๆ ตอนนี้รู้สึกท้อและเหนื่อยมาก เพราะอาจารย์เค้าเห็นว่าเรายังทำได้อยู่ก็เลยเฉยๆ แต่บอกตรงๆว่าบางครั้งอยากจะบ่นเหมือนกันแต่ผิดที่ตัวเองเป็นคนที่ไม่ชอบบ่นให้ใครฟังว่าเหนื่อยแค่ไหน อย่างไร ทำให้ตอนนี้ก็ยังอยู่คนเดียว ไมสามารถมีใครมาทำงานแทนได้ แม้ว่าลา ก็ต้องมาทำงานในช่วงบ่ายเพราะไม่มีใครเลยจริงๆ อยากมีคนมาช่วยงานบ้างแต่ไม่รู้จะทำยังไง ค่าตอบแทนบางครั้งไม่สามารถชดเชยความรู้สึกได้เสมอไป อย่างน้อยมีคนมาช่วยงานเพิ่มอีกสักคนก็ยังดี เวลาไม่สบายจะได้มีคนทำงานแทน ผิดที่หน่วยงานเราไม่มีรุ่นพี่ที่มีศักยภาพแบบพี่รึเปล่าก็ไม่รู้ ตอนนี้มีความคิดแค่ว่าทำงานเท่าที่เราทำได้ รับผิดชอบงานที่ได้รับเท่าที่กำลังมี ส่วนอื่นแล้วแต่เบื้องบนแล้วกัน
อ่านความเห็นของน้อง ไม่แสดงตน [IP: 202.12.73.4] แล้ว คิดว่าเข้าใจความรู้สึกเลยค่ะ แต่สิ่งที่พี่โอ๋ขอแนะนำก็คือให้หาเวลาบันทึกกิจวัตรประจำวันออกมาให้ได้ ยิ่งถ้าบอกว่าเคสไม่เยอะแต่รายละเอียดของแต่ละเคสเยะกว่านี่ยิ่งต้องตั้งใจบันทึกให้ดีๆเลยค่ะ เพราะแบบนี้ จำนวนเคสช่วยให้เห็นภาพไม่ได้ "เบื้องบน"ที่น้องพูดถึงเขาต้องการหลักฐานกันทั้งนั้นค่ะ พี่โอ๋เหนื่อยแทบแย่ ใช้เวลาส่วนตัวที่มีเพื่อการวิเคราะห์งาน เผยแพร่สิ่งที่พวกเราต้องทำ กว่าจะมีคนเพิ่มมาได้นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ ทั้งที่เราเองก็ต้องทำงานแบบเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนกัน สิ่งสำคัญก็คือ อย่าเพียงแต่"คิด"และก้มหน้าก้มตาทำค่ะ ไม่งั้นเราจะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย ได้แต่เหนื่อยทั้งกายและใจ การลงมือวิเคราะห์และ"เขียน"แม้จะต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น แต่เรามีโอกาสจะได้เห็น"ผล"ที่เราต้องการนะคะ พี่โอ๋ขอเอาใจช่วยให้น้องทำให้ได้ค่ะ
คุณ rinda คงได้เห็นได้รู้อะไรเพิ่มเติมอีกหลายอย่างใน GotoKnow นะคะ
ขอบคุณ ครูแป๋ม ค่ะที่ให้กำลังใจ ภาพสวยจังบ้านเราหรือเปล่าคะนี่
สบายดีครับ อ. แอ๊ด ขจิต ฝอยทอง ตอนนี้อยู่ที่ไหนเอ่ย..
ขอบคุณคุณ นาย เอกราช แก้วเขียว ค่ะที่มาให้กำลังใจ ที่ม.วลัยลักษณ์ก็มีตัวอย่างอะไรดีๆที่น่าถ่ายทอดเยอะเหมือนกันนะคะ
คิดถึง พี่ ครูคิมเช่นกันค่ะ ได้ตามไปอ่านหลายๆเรื่องราวของนักเรียนพี่ครูคิมแล้ว ชื่นใจและชื่นชมมากๆเลยค่ะ