โครงการ Humanized Educare ที่โรงแรม Rama gardens กรุงเทพมหานคร

    ผู้เขียนห่างหายจากบันทึกไปนานมากเนื่องจากมีงานยุ่ง ตั้งใจจะเขียนเล่าเรื่องกิจกรรมต่างๆๆและผลจากเวทีที่คุณครูทำ แต่เมื่ออ่านของพี่หนานเกียรติแล้ว พี่หนานเกียรติเขียนได้ละเอียดดีมาก  อ่านได้ที่นี่1ครับ ที่นี่ 2 แถมที่นี่ 3 ด้วย อ่านบันทึกที่เกี่ยวข้องจากน้องเอกได้ที่นี่ครับ

 

  ผู้เขียนเลยคิดว่า เล่าเรื่องต่อจากพี่หนานเกียรติดีกว่า น้องเอกให้คุณครูทำกิจกรรมบทบาทสมมุติ(role play) เกี่ยวกับเรื่องในโรงเรียนลองอ่านดูนะครับ

 

   บรรยายในห้องเรียนชั่วโมงศิลปะ

 

   ด.ช. นุกูล        : ครูครับ ไม้บรรทัดผมหายครับ

   นักเรียนคนอื่นๆๆ: สีผมก็หาย ของหนูก็หายคะ

   ครูพิศมัย          :อ้าวมีปัญหาอีกแล้ว นักเรียนลองใช้กระบวน

                         การอริยสัจ 4 คิดซิ ว่าจะทำอย่างไร (ล้อเลียนกลุ่ม

                         ผอ.บงการ ฮา)

   นักเรียนหญิง    : ค้นกระเป๋าเลยดีไหมคะ

   ครูพิศมัย          : อ้าวลองค้นดู นเรศ ครูค้นกระเป๋าได้ไหม

   นักเรียนคนอื่นๆๆ: ครูครับนี้ไม้บรรทัดผม ครูขานั่นเงินหนูนี่คะ

   นเรศ               : ผมบอกเพื่อนๆๆแล้วว่าเก็บของไว้ให้ดีๆ(ฮา)

   ครูพิศมัย           :  พวกเราจะทำอย่างไรกับนเรศดี

   หัวหน้าห้อง       :  ผมอยากให้นเรศสัญญาครับว่าต่อไปจะไม่ลักของ

                            เพื่อนอีก

   ครูพิศมัย          :  นเรศเธอให้สัญญาได้ไหมว่าจะไม่ลักของเพื่อน

                            อีก

   นเรศ               : ครับคุณครูผมให้สัญญาว่าจะไม่ลักของเพื่อนอีก

   ในเวลาต่อมา เอ้ย ในวันต่อมา…

   ด.ช. สุมนต์       : ฮือๆๆครูครับ ขนมผมหายครับ

   นักเรียนคนอื่นๆๆ : ของผมด้วยครับ ของหนูด้วยคะ

   ครูพิศมัย           :  อ้าวหายอีกแล้วหรือ ลองหาให้ดีก่อนซิ

   นักเรียนคนอื่นๆๆ  :  ผมหาแล้วครับ แต่ไม่เจอ

      ในที่สุด ครูก็ค้นเจอที่นเรศ

   ครูพิศมัย           : ไหนนเรศเธอสัญญาแล้วไงว่าจะไม่ลักของเพื่อนๆ

  ครูพิศมัย            :  ใช่ครับครูผมสัญญาเมื่อวันก่อน ไม่ใช่วันนี้(ฮา)

  ครูพิศมัย            : ครูไม่เอาผิดเธอหรอก ต่อไปต้องไม่ลักของ

                            เพื่อนๆๆนะ

   นเรศ                : ครับคุณครู

 

   ครูพิศมัย             : (ทำท่าคิดคนเดียว) นเรศลักของเพื่อนตั้งหลาย

                            ครั้งแล้วไม่รู้จะทำอย่างไรดี แก้ไม่หาย…จะใช้วิธี

                           ไหนดี คิดได้แล้ว… เราขโมยกระป๋านเรศไปซ่อน

                            ดีกว่า

           วันต่อมา

   นเรศ                : ครูครับกระเป๋าผมหายครับ

   ครูพิศมัย            : หายที่ไหนนเรศ หนูหาดีแล้วหรือ

   นเรศ                 : หาดีแล้วครับ ฮือๆๆๆ

     ในที่สุดนเรศก็หากระเป๋าพบ

   ครูพิศมัย             : นเรศ ต่อไปหนูจะต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราไม่

                             ขโมยของเพื่อนนะ เพราะของ ของใคร ใครก็รัก

   นเรศ                 : ครับ คุณครู ต่อไปผมจะไม่ลักของเพื่อนอีกแล้ว

                             ครับ

 

     ในที่สุดครูก็แก้ปัญหาการลักขโมยของนักเรียนได้ (ฮาไหมครับ ทำไปได้) นี้เป็นเรื่องจริง จากชีวิตครูท่านหนึ่งเชียวนะครับ…

 

      ตอนสุดท้ายน้องเอกให้คุณครูช่วยกันออกแบบแผนมโนทัศน์ของโรงเรียนว่าสรุปแล้วควรเป็นอย่างไร  และให้แต่ละโรงเรียนนำเสนอแผนมโนทัศน์ของตนเอง(เสียดายเวลาจำกัด เลยได้ฟังค่อนข้างน้อย)  ได้ภาพออกมาแบบนี้ครับ จะสังเกตว่าเวทีนี้ทุกๆๆท่านเท่ากันหมดไม่มีหัวหน้าไม่มีลูกน้อง….

      ผู้เขียนขอขอบผู้บริหารและคุณครูทุกๆๆท่านที่ให้เรียนรู้ ขอบคุณน้องเอก พี่ศิลา พี่ ดร.ยุวนุชที่เป็นกัลยาณมิตรที่ดี ขอบคุณพี่หนานเกียรติ ถึงแม้ว่าพี่จะป่วย แต่พี่ก็มีจิตอาสามาช่วยเหลือกัน…

     จากเวทีนี้  ทำให้ผู้เขียนที่อยู่ในวงการศึกษามานาน ได้ความคิดว่า จาก การปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ล้มเหลวที่ครู…แต่ล้มเหลวที่คำสั่งและนโยบายสารพัดร้อยแปดพันเก้าอย่างที่มาจากหอคอยงาช้างข้างบน…ที่อยู่ในห้องแอร์…สั่งมาสู่โรงเรียนให้รายงาน…ครูไม่ได้ทำงานเพียงแต่การสอนอย่างเดียว…แต่ต้องทำทุกๆๆอย่างที่ส่วนกลางต้องการ…มีโรงเรียนหลายโรงเรียนในบ้านเราที่คิดนอกกรอบ  เรามาช่วยกันส่งเสริมสนันสนุนโรงเรียนแบบนี้ดีกว่า…ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน…