ผู้เขียนห่างหายจากบันทึกไปนานมากเนื่องจากมีงานยุ่ง ตั้งใจจะเขียนเล่าเรื่องกิจกรรมต่างๆๆและผลจากเวทีที่คุณครูทำ แต่เมื่ออ่านของพี่หนานเกียรติแล้ว พี่หนานเกียรติเขียนได้ละเอียดดีมาก อ่านได้ที่นี่1ครับ ที่นี่ 2 แถมที่นี่ 3 ด้วย อ่านบันทึกที่เกี่ยวข้องจากน้องเอกได้ที่นี่ครับ
ผู้เขียนเลยคิดว่า เล่าเรื่องต่อจากพี่หนานเกียรติดีกว่า น้องเอกให้คุณครูทำกิจกรรมบทบาทสมมุติ(role play) เกี่ยวกับเรื่องในโรงเรียนลองอ่านดูนะครับ
บรรยายในห้องเรียนชั่วโมงศิลปะ
ด.ช. นุกูล : ครูครับ ไม้บรรทัดผมหายครับ
นักเรียนคนอื่นๆๆ: สีผมก็หาย ของหนูก็หายคะ
ครูพิศมัย :อ้าวมีปัญหาอีกแล้ว นักเรียนลองใช้กระบวน
การอริยสัจ 4 คิดซิ ว่าจะทำอย่างไร (ล้อเลียนกลุ่ม
ผอ.บงการ ฮา)
นักเรียนหญิง : ค้นกระเป๋าเลยดีไหมคะ
ครูพิศมัย : อ้าวลองค้นดู นเรศ ครูค้นกระเป๋าได้ไหม
นักเรียนคนอื่นๆๆ: ครูครับนี้ไม้บรรทัดผม ครูขานั่นเงินหนูนี่คะ
นเรศ : ผมบอกเพื่อนๆๆแล้วว่าเก็บของไว้ให้ดีๆ(ฮา)
ครูพิศมัย : พวกเราจะทำอย่างไรกับนเรศดี
หัวหน้าห้อง : ผมอยากให้นเรศสัญญาครับว่าต่อไปจะไม่ลักของ
เพื่อนอีก
ครูพิศมัย : นเรศเธอให้สัญญาได้ไหมว่าจะไม่ลักของเพื่อน
อีก
นเรศ : ครับคุณครูผมให้สัญญาว่าจะไม่ลักของเพื่อนอีก
ในเวลาต่อมา เอ้ย ในวันต่อมา…
ด.ช. สุมนต์ : ฮือๆๆครูครับ ขนมผมหายครับ
นักเรียนคนอื่นๆๆ : ของผมด้วยครับ ของหนูด้วยคะ
ครูพิศมัย : อ้าวหายอีกแล้วหรือ ลองหาให้ดีก่อนซิ
นักเรียนคนอื่นๆๆ : ผมหาแล้วครับ แต่ไม่เจอ
ในที่สุด ครูก็ค้นเจอที่นเรศ
ครูพิศมัย : ไหนนเรศเธอสัญญาแล้วไงว่าจะไม่ลักของเพื่อนๆ
ครูพิศมัย : ใช่ครับครูผมสัญญาเมื่อวันก่อน ไม่ใช่วันนี้(ฮา)
ครูพิศมัย : ครูไม่เอาผิดเธอหรอก ต่อไปต้องไม่ลักของ
เพื่อนๆๆนะ
นเรศ : ครับคุณครู
ครูพิศมัย : (ทำท่าคิดคนเดียว) นเรศลักของเพื่อนตั้งหลาย
ครั้งแล้วไม่รู้จะทำอย่างไรดี แก้ไม่หาย…จะใช้วิธี
ไหนดี คิดได้แล้ว… เราขโมยกระป๋านเรศไปซ่อน
ดีกว่า
วันต่อมา
นเรศ : ครูครับกระเป๋าผมหายครับ
ครูพิศมัย : หายที่ไหนนเรศ หนูหาดีแล้วหรือ
นเรศ : หาดีแล้วครับ ฮือๆๆๆ
ในที่สุดนเรศก็หากระเป๋าพบ
ครูพิศมัย : นเรศ ต่อไปหนูจะต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราไม่
ขโมยของเพื่อนนะ เพราะของ ของใคร ใครก็รัก
นเรศ : ครับ คุณครู ต่อไปผมจะไม่ลักของเพื่อนอีกแล้ว
ครับ
ในที่สุดครูก็แก้ปัญหาการลักขโมยของนักเรียนได้ (ฮาไหมครับ ทำไปได้) นี้เป็นเรื่องจริง จากชีวิตครูท่านหนึ่งเชียวนะครับ…

ตอนสุดท้ายน้องเอกให้คุณครูช่วยกันออกแบบแผนมโนทัศน์ของโรงเรียนว่าสรุปแล้วควรเป็นอย่างไร และให้แต่ละโรงเรียนนำเสนอแผนมโนทัศน์ของตนเอง(เสียดายเวลาจำกัด เลยได้ฟังค่อนข้างน้อย) ได้ภาพออกมาแบบนี้ครับ จะสังเกตว่าเวทีนี้ทุกๆๆท่านเท่ากันหมดไม่มีหัวหน้าไม่มีลูกน้อง….


ผู้เขียนขอขอบผู้บริหารและคุณครูทุกๆๆท่านที่ให้เรียนรู้ ขอบคุณน้องเอก พี่ศิลา พี่ ดร.ยุวนุชที่เป็นกัลยาณมิตรที่ดี ขอบคุณพี่หนานเกียรติ ถึงแม้ว่าพี่จะป่วย แต่พี่ก็มีจิตอาสามาช่วยเหลือกัน…
จากเวทีนี้ ทำให้ผู้เขียนที่อยู่ในวงการศึกษามานาน ได้ความคิดว่า จาก การปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ล้มเหลวที่ครู…แต่ล้มเหลวที่คำสั่งและนโยบายสารพัดร้อยแปดพันเก้าอย่างที่มาจากหอคอยงาช้างข้างบน…ที่อยู่ในห้องแอร์…สั่งมาสู่โรงเรียนให้รายงาน…ครูไม่ได้ทำงานเพียงแต่การสอนอย่างเดียว…แต่ต้องทำทุกๆๆอย่างที่ส่วนกลางต้องการ…มีโรงเรียนหลายโรงเรียนในบ้านเราที่คิดนอกกรอบ เรามาช่วยกันส่งเสริมสนันสนุนโรงเรียนแบบนี้ดีกว่า…ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน…
สวัสดีค่ะ...แวะมาทักทาย
เพิ่งกลับมาเหมือนกันค่ะ
มาเยี่ยมอ่าน "มีโรงเรียนหลายโรงเรียนในบ้านเราที่คิดนอกกรอบ เรามาช่วยกันส่งเสริมสนันสนุนโรงเรียนแบบนี้ดีกว่า…".
สวัสดีคะ
คิดได้อย่างไร นอกกรอบ ในกรอบ คิดจากปฏิบัติจริงทำจริง จะดีที่สุด
ถ้าเมื่อ ก่อน ผมได้ ครูแบบ อาจารย์ ขจิต มาสอนภาษา อังกฤษ ป่านนี้ ผมสบายไปแล้วครับ
สวัสดีค่ะ
ท่านพี่ขาหญ่ายย หายไปนานมากๆ งานเข้าฤาคะ
หยุดวันผู้เป็นที่รักนี้ ท่านพี่กลับบ้านหรือเปล่า
อย่าลืมนำภาพมาฝากนิ ... เดินทางปลอดภัยค่ะ
หวัดดีค่ะน้องดร.
พบพี่อ้อยทุกวันเลยค่ะ
ช่วงนี้พี่อ้อยกินเจ
สงสัยไม่ค่อยมีแรงเขียนบันทึก
ฮิฮิฮิฮิ
สอนแค่คำพูดเป็นนามธรรม..ต้องสอนให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงนะคะ
ตามมาขอบคุณ สำหรับความเห็น
และ web site ที่แนะนำ
แจ้งให้คุณพ่อน้องเก่งทราบแล้วจ้า
เรื่องการพัฒนาโรงเรียน
สมาชิกจันทร์ยิ้ม รอคอย อยู่
เป็นผู้รับผลงานโดยตรงจ้า
สวัสดีค่ะอาจารย์..อดีตนักมวย...มาศึกษากิจกรรมที่มีสาระและอยากให้อาจารย์ได้เขียนบันทึกภาษาอังกฤษ..ทิ้งระยะนานมากนะค่ะ จะติดตามค่ะ