กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ไม่เพียงแต่อยู่ในวงหรือเวทีแบบนี้ ยากแก่การพบเห็นจริง ๆ สิ่งเหล่านี้มาจากธรรมชาติของความเป็นกระบวนกร (FA) ที่มีบุคลิกภาพเอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้และชื่อมโยงตัวตนกับผู้อื่นให้รู้สึกสัมผัสถึงความอบอุ่นและจริงใจระหว่างกันได้ ...การเปิดรับ เปิดใจ เปิดโอกาสต้อนรับศักยภาพของเพื่อนมนุษย์ รู้จักใช้เหตุ ใช้ผล และใช้อารมณ์ความรู้สึกที่เข้าอกเข้าใจ ...รู้จักการถอยร่น การชะงักงัน การลดตนให้ต่ำลง การยอมเป็นผู้ไม่รู้ การให้อย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่หวังรางวัลใด ๆ

บันทึกนี้ ไม่ขออิงวิชาการ แต่ขออิงประสบการณ์และความรู้สึกล้วน ๆ นะคะ  

 

หลังจากผ่านเวทีครั้งที่ 3 เวทีครั้งสุดท้าย ในการจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ในระบบศึกษา เมื่อวันที่ 12 -13 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา ก็ต้องป่วยนอนหยอดยาไปหลายขนาน คงเพราะเผลอตัวลุยฝนเล็กน้อย  แวะเวียนมาอ่านบันทึกของกัลยาณมิตรหลายท่าน มีฝากรอยบ้างไม่ฝากรอยบ้างด้วยความระลึกถึง 

 

เมื่อฟื้นตัวขึ้นมาก็อยากเก็บความทรงจำ ความประทับใจดี ๆ ที่ได้ร่วมทำหน้าที่เป็น FA  ใน 3 ครั้งที่ผ่านมาจนถึงคราวที่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา 

 

จำได้ว่ามีเสียงของคุณครูท่านหนึ่งแว่ว ๆ มาทำให้ศิลาถึงกับน้ำตาซึม  ท่านบอกว่า  "ไม่อยากเชื่อเลยว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่พวกเราต้องจากกัน  นึกว่าเพิ่งเริ่มต้นกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันแรกเสียอีก" 

 

โอ้โห  พูดอย่างนี้ ไม่อยากจากกันเลยค่ะ...อีกหลายถ้อยคำที่พวกท่านกล่าวมาว่า แล้วพวกเราจะได้กลับมาทำกิจกรรมอะไรแบบนี้อีกไหม"  

 

ความรู้สึกเหนือคำบรรยายและถ้อยคำที่เหนือความคาดหมายเหล่านี้ล้วนแล้วมาจากหัวใจใสซื่อบริสุทธิ์ของครูบาอาจารย์ตัวจริงเสียงจริงทุกท่านที่อยากมาร่วมกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกัน 

 

ท่าน ผอ. สมบูรณ์ โรงเรียนบ้านร้องขี้เหล็กในวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ศิลาเป็น FA อยู่นั้น ท่านกล่าวว่า  "แม้รู้ว่า อาจจะถูกหลอกถาม เอาความรู้อะไรไป   ก็เต็มใจให้หลอก จะบอกให้หมดใจเลย"  

 

ท่าน ผอ. บงการ โรงเรียนบ้านเปือย บอกศิลาว่า  "อยากให้ดูลายมือให้ละเอียดกว่านี้ ต้องตามไปเยี่ยมที่โรงเรียน จ. อุบลราชธานี"  

 

อื่น ๆ อีกหลายถ้อยคำที่แสดงให้เห็นถึงความรักและผูกพันกันอย่างมาก   

 

เบื้องหลังกว่าจะออกมาเป็นคำพูดที่กลั่นออกมาจากใจเช่นนี้ ก็ขอยกความดีงามให้กับทีมงานของเราค่ะ

หนุ่มน้อยมหัศจรรย์ผู้ mapping ทั้งครูบาอาจารย์ผู้มาร่วมกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และคนทำงานในทีมร่วมกันค่ะ

    

 กว่าจะถึงวันนี้ ทีมงานของเราผ่านการทานและเที่ยวร่วมกันมาหลายครั้ง การทำงานจึงทำไป หยอกล้อ ให้กำลังใจกันไปด้วยความรู้สึกสนุกสนาน 

 

มีการส่งมอบงาน FA จากน้องซวงไปเป็นท่านอาจารย์ดร. ขจิต

เปรียบเหมือนการวิ่งผลัด 4 X 100 เมตร ก็ไม่ปาน

น้องซวงมอบหนังสือให้ท่าน ผอ. ธีรวัจน์ แห่งโรงเรียนชำฆ้อ และมอบเงินเพื่อสนับสนุนการทำงานกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อโรงเรียนให้แก่ท่าน ผอ. เป็นจำนวน 7,500 บาท ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

 

คุณเอก หัวหน้าทีมงาน mapping แต่คนดี ๆ มาร่วมทีมจริง ๆ เลย 

 

การทำ BAR ของเรามีการซักซ้อมการทำกิจกรรมเสมือนจริงด้วยค่ะ

 

 ทีมงาน FA ตั้งใจชมวิดีทัศน์ของแต่ละโรงเรียนด้วยความชื่นชมในความดี

 

ก่อนเริ่มงาน เราก็มีการประชันความหล่อกันเล็กน้อยพอเป็นพิธี

แบบหล่อเดี่ยวก็มีค่ะ

แบบงามเป็นคู่ก็มีนะคะ

แบบหน้าตาดีลูกผสมก็มีค่ะ

ที่เรียกว่าลูกผสมนั้นเพราะมีคุณครูท่านหนึ่งแซวว่าคุณเอกหล่อเหมือนดาราเกาหลี เจ้าตัวเขินมากเลย

ถ่ายคู่กับท่าน ผอ. ธีรวัจน์ เพราะม่วงเหมือนกัน ว่างั้น

เมื่อถึงคราวต้องทำงาน  ก็ทำอย่างตั้งใจกันทีเดียว

เวลาเบรค ก็ชักชวนกันดูของขลัง

และคุยหยอกล้อกัน

 

กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ไม่เพียงแต่อยู่ในวงหรือเวทีแบบนี้ ยากแก่การพบเห็นจริง ๆ

 

 

สิ่งเหล่านี้มาจากธรรมชาติของความเป็นกระบวนกร (FA) ที่มีบุคลิกภาพเอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้และชื่อมโยงตัวตนกับผู้อื่นให้รู้สึกสัมผัสถึงความอบอุ่นและจริงใจระหว่างกันได้  ...การเปิดรับ เปิดใจ เปิดโอกาสต้อนรับศักยภาพของเพื่อนมนุษย์  รู้จักใช้เหตุ ใช้ผล และใช้อารมณ์ความรู้สึกที่เข้าอกเข้าใจ ...รู้จักการถอยร่น การชะงักงัน การลดตนให้ต่ำลง การยอมเป็นผู้ไม่รู้  การให้อย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่หวังรางวัลใด ๆ

 

 

กระแสแห่งความเป็นกัลยาณมิตรนี้มีแรงมากเลยนะคะ  จูงจิตให้เราโคจรมาหมุนรอบกันเสมือนดาวนพเคราะห์

 

 

 

เชื่อเถอะว่าคนเราย่อมมีความแตกต่างกัน วิธีคิด วิธีทำงานก็ย่อมไม่ถูกใจเราหรือเขาทั้งหมด  แต่สิ่งสำคัญที่เราควรคำนึงถึงคือผลงานในการสร้างคุณงามความดีของกันและกัน  นี่สิ ที่เราควรเคารพศรัทธา ชื่นชม และเป็นกำลังใจให้แก่กัน