เช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมถูกปลุกด้วยเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์คู่ชีพ โดยปลายสายนั้นเป็นการร้องทักด้วยเกรงว่าผมจะลืมนัดอันสำคัญกับชาวบ้านขามเรียง...
ผมกุลีกุจอออกจากห้องหับตั้งแต่ยังไม่ถึง ๗ นาฬิกา เพียงเพื่อรีบเร่งไปให้ทันฤกษ์ยามของการยกเสาเอกของศาลาหลังหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นรองรับพิธีเกี่ยวกับการฌาปนกิจศพของชาวบ้านขามเรียง โดยก่อนหน้านั้น ผมได้รับการร้องขอให้เข้าไปช่วยเหลือเรื่องงบประมาณของการปลูกสร้างศาลาหลังนี้มาแล้วระยะหนึ่ง

ระยะหลังมานี้ ชาวบ้านหลายหมู่บ้านมีอะไรๆ ก็มักจะฝากข่าวเล่าความมายังผมเสมอว่ากำลังลงแรงกันทำโน่นทำนี่อยู่อย่างไม่ว่างเว้น พร้อมๆ กับการทิ้งนัยสำคัญไว้ให้ผมได้คิดอย่างเงียบๆ ว่าผมสามารถช่วยเหลือและเป็นส่วนหนึ่งกับกิจกรรมเหล่านั้นได้แค่ไหน และอย่างไร ?
ด้วยความที่ผมเป็นคนประเภทปฏิเสธคนไม่เก่ง และเคยตั้งปณิธานไว้เนิ่นนานแล้วว่าผมจะไม่ยอมเพิกเฉยและละเลยให้ความดีงามของผู้คนต้องล่องไหลไปอย่างเดียวดาย หากพอจะมีหนทางใดที่ช่วยเหลือได้บ้าง ผมก็พร้อมที่จะลงแรงกายและแรงใจไปกับวิถีนั้นอย่างไม่ลังเล ภายใต้แนวคิดตามประสาตัวเองว่า “เอาใจนำพา เอาศรัทธานำทาง” นั่นแหละ


คราวนี้ก็เช่นกัน ชาวบ้านเก็บหอมรอมริบกันมาสักระยะหนึ่ง ด้วยหวังว่าจะขยายศาลาในพิธีศพให้กว้างขวางขึ้น จวบจนบัดนี้ก็มีงบประมาณส่วนหนึ่งที่พอจะขับเคลื่อนขึ้นมาได้ จึงต้องเร่งลงแรงศรัทธากันขนาดใหญ่ เพื่อให้แล้วเสร็จก่อนการมาเยือนของฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวในท้องทุ่งแห่งชีวิต
ครั้งนี้ ผมไม่ได้รับปากอะไรชัดแจ้งนักหรอกว่าจะสามารถช่วยเหลือในเรื่องปัจจัยเหล่านี้ได้สักกี่มากน้อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผมไม่กังขาต่อการที่จะ “เอาใจนำพาเอาศรัทธานำทาง” ไปสู่ห้วงวัฒนธรรมนั้นกับชาวบ้าน อย่างน้อยก็คงได้เวลาสำหรับการนำเอาหนังสือเล่มเล็กของตัวเองออกมาระดมทุนในหมู่นิสิตกันอีกสักตั้งสองตั้ง


ในเช้าของวันนั้น ผมรู้สึกได้อย่างไม่กังขาว่าเป็นเช้าชื่นของชีวิตที่ผมหลงรักอีกวันหนึ่งเลยทีเดียว ภายในวัดดูคึกคักและมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ ชาวบ้านหลากวัยตบเท้าเข้าสู่บริเวณของการยกเสาเอกลงหลุมอย่างครึกครื้น หลายต่อหลายคนสรวลเสเฮฮากันอย่างน่ารัก มีการหยิกหยอกทักทายกันด้วยภาษาถิ่นอันอบอุ่นและเป็นกันเอง
ฉากชีวิตในห้วงนั้น เต็มไปด้วยสีสันอันอบอุ่น ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนนำลูกหลานเข้าสู่กระบวนการของการยกเสาเอกอย่างง่ายงาม มีการตระเตรียมข้าวตอกดอกไม้และเทียนเล่มเล็ก หรือแม้แต่เครื่องสักการะบางส่วนก็ถูกนำมาอย่างพร้อมสรรพ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือไม้มงคล อาทิ คูน (ราชพฤกษ์) หน่อกล้วย-ใบอ้อยอันเรียวงาม รวมถึงไซดักปลาขนาดพอเหมาะที่ถูกนำมาบรรจุเครื่องสักการะครบชุด และในนั้นก็บรรจุเงินทองที่ชาวบ้านบริจาคไว้จำนวนหนึ่งด้วยเช่นกัน
การยกเสาเอกเช่นนี้ ฉายชัดถึงความเชื่อความศรัทธาของผู้คนในทำนองว่าจะเป็นสิ่งอันดีงามที่บันดาลให้การปลูกสร้างศาลาหลังนี้เป็นไปอย่างราบรื่น มีความเป็นสิริมงคล หากเทียบกับบ้าน ก็คงมีความหมายเดียวนั่นคือการอยู่เย็นเป็นสุขของผู้พักอาศัยนั่นเอง

ในอดีต ผมคุ้นชินกับฉากชีวิตการยกเสาเอกแถวบ้านที่มักนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีให้ แต่ระยะหลังก็เห็นได้ชัดว่า บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องเป็นพระสงฆ์เสมอไป เพราะวิถีเช่นนี้เป็นวิถีพราหมณ์ จึงมักพบว่าพ่อพราหมณ์ในหมู่บ้านจะเป็นผู้นำเข้าสู่กระบวนการอันสำคัญนี้ด้วยตนเอง ขณะที่บางครัวเรือนก็เป็นผู้อาวุโสที่เจ้าของบ้านให้การเคารพนับถือเป็นผู้นำประกอบพิธี
สำหรับผมแล้ว ผมไม่หาญคิดหรอกว่าพิธีกรรมเช่นนี้จะมีบทพิสูจน์ใดที่ควรต้องพิสูจน์อีก ผมรู้แต่ว่า มันคือกระบวนการหนึ่งที่ทำให้ผม หรือแม้แต่ชาวบ้านรู้สึกอุ่นอกอุ่นใจกับการงานและการพิงพักในศาลาหลังนี้ โดยไม่กังขาเลยสักนิดว่า "มันคือความงมงายแห่งยุคสมัย..."
ยิ่งการได้เห็นภาพชีวิตอันเป็นความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านอย่างมากมายก่ายกอง ยิ่งพลอยให้หัวใจของผมพองโตอิ่มสุขอย่างบอกไม่ถูก พร้อมกับการหวนคิดถึงบทบาทของวัดจากอดีตถึงปัจจุบันที่ยังคงเป็นศูนย์รวมอันมหัศจรรย์ของผู้คนอย่างไม่เปลี่ยนแปลง -
ส่วนเรื่องการเป็นส่วนหนึ่งของการงานในครั้งนี้นั้น ผมยังต้องค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ โดยจะพยายามขับเคลื่อนอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามวิถีของตัวเอง ดังว่า “เอาใจนำพา เอาศรัทธานำทาง”
แต่สำหรับเช้าของวันนี้ บอกได้เลยว่า มันคือเช้าที่สดใสและเป็นเช้าชื่นของชีวิตผมโดยแท้
๖ กันยายน ๕๒
วัดชัยจุมพล-
บ้านขามเรียง,มหาสารคาม
สวัสดีครับ อ. ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
การงานเหล่านี้ ตั้งใจร่วมกันว่าจะให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ หรือช้าสุดก็ไม่เกินสัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคม..
ครับ-มันเป็นความสุขของหัวใจที่รู้สึกได้ว่า แท้จริงนั้น ชีวิตงดงามกว่าที่คิดเลยทีเดียว
ขอบคุณครับ
อรุณสวัสดิ์ค่ะอาจารย์
“เอาใจนำพา เอาศรัทธานำทาง”
สวัสดีครับอาจารย์ แผ่นดิน
พิธีกรรมของพราห์มหลายอย่าง ลามมาหาศาสนาพทธ แล้วหลุดมาถึงศาสนาอิสลาม ครับ
เพียงแต่ให้เรารู้ว่า ส่วนใหนเป็นพิธีกรรมส่วนใหนเป็นศาสนา
ส่วนของพิธีกรรมมัก ร้อรัด มัด ห่อผู้คนเข้าด้วย เป็นกระบวนการทางสังคมในการอยู่ร่วมกัน
สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน
ทางเหนือก็มีพิธีกรรมคล้าย ๆ แบบนี้เหมือนกันค่ะ
สิ่งหนึ่งที่เรามักจะได้เห็นเสมอคือ ความมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างเต็มที่
ขอคุณพระคุ้มครองคนคิดดีทำดีค่ะ
อรุณสวัสดิ์ค่ะ..
สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน
ทางเหนือก็มีพิธีกรรมคล้าย ๆ แบบนี้เหมือนกันค่ะ
สิ่งหนึ่งที่เรามักจะได้เห็นเสมอคือ ความมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างเต็มที่
ขอคุณพระคุ้มครองคนคิดดีทำดีค่ะ
เป็นยามเช้าที่อิ่มเอม จรรโลงใจมากๆ นะคะคุณแผ่นดิน ...
เอาใจนำพาเอาศรัทธานำทาง
... เชื่อมั่น ... ศรัทธา ... ด้วยจิตคารวะ
สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน
ทางเหนือก็มีพิธีกรรมคล้าย ๆ แบบนี้เหมือนกันค่ะ
สิ่งหนึ่งที่เรามักจะได้เห็นเสมอคือ ความมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างเต็มที่
ขอคุณพระคุ้มครองคนคิดดีทำดีค่ะ
สวัสดีครับ
มาร่วมชื่นชม ยินดีกับการทำความดีเพื่อสังคมด้วยคนครับอาจารย์
ขอบคุณครับ
อ่านบันทึกอาจารย์กี่ครั้งมันทำให้รู้คุณค่าของความเป็นมนุษย์ทุกครั้ง
อ่านแล้วรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจไปดวยเลยค่ะ...วิลาวรรณ์
สวัสดีค่ะ
สวัสดีคะ เขียนน่าอ่านนะคะ
สวัสดีครับ อิงจันทร์
ผมรู้สึกเสมอว่า การได้เกิดเป็นคนไทยนั้น ถือเป็นความโชคดีอย่างที่สุด...
สิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้ เป็นเรื่องน้อยนิดมากเมื่อเทียบกับความเป็นชาติ แต่ก็สุขใจที่เรารู้สึกเองว่า เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนขับสังคมไปด้วยเหมือนกัน
สวัสดีครับ..วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
พิธีกรรมที่ว่านี้ น่าจะยืนยันได้ว่า ทุกอย่างร้อยรัดสัมพันธ์กันอย่างมาก ในความต่างก็เป็นสิ่งที่อยู่ร่วมกันได้ ใช่ไหมครับ
สวัสดีครับ พี่ยังหนักแน่นและมั่นคงเสมอ มีไม่บ่อยครั้งนักที่จะได้เห็นการร่วมมือร่วมแรงของกลุ่มคน โดยมิได้หวังผลตอบแทนใด
สวัสดีค่ะ พี่แผ่นดิน
ด้วยความระลึกถึงเสมอค่ะ