ชอบใช้ปัญญาเจาะลึก ...

ยามดึกคืนนี้เงียบสงบอาจเป็นเพราะผู้คนเริ่มเข้านอนแต่หัวค่ำจะได้ตื่นนอนก่อนไก่ขันเข้าทำนองไปก่อนกามาก่อนไก่พูดง่าย ๆ คือจะได้ตื่นนอนแต่เช้า ๆ เพื่อเตรียมตัวไปทำงานกันต่อไป  เล่าถึงเรื่องไก่ขันนึกถึงท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ

เมื่อครั้งที่ยูมิไปสวนโมกข์ช่วง พ. ศ. 2529 -30 ไปนอนสถานที่เหมือนเล้าหมูล้างจานเอง  อาบน้ำในคลองเป็นน้ำแร่ร้อน ๆ ไหลเป็นลำธาร  ฟังการบรรยายธรรม ณ ลานหินโค้งนั่งบนผืนทราย  ก่อนการบรรยายธรรมเจ้าหมาแสนรู้ของท่านเจ้าคุณอาจารย์จะเดินมาตรวจตราดูความเรียบร้อย...

ที่ม้านั่งขณะท่านเจ้าคุณนั่งมักจะมีไก่ป่ามายืนตรงเขาแล้วใช้จะงอยปากจิกข้าวในมือของท่านละ...เมื่อมองผ่านแว่นของศาสตราจารย์อำนวย  ยัสโยธาท่านสรุปเอกลักษณ์เฉพาะตัวท่านพุทธทาสภิกขุ ทำนองดังนี้

1 .  เป็นผู้สมควรแก่การทักษิณา  ไม่ด่างพร้อย  ไม่มีตำหนิ  ไม่ฝักใฝ่การเมือง  ที่จะทำให้ถูกซุบซิบนินทาได้

2 . เป็นอยู่โดยชอบ  แต่ละคืนวันเต็มไปด้วยความปีติปราโมทย์  เป็นอยู่อย่างเชื้อแห่งกิเลสเหือดแห้ง  ไร้การปรุงแต่งให้เกิดเวทนา  โดยถือคติว่าทุกข์มีเพียงไว้ให้เห็น  มิใช่มีไว้ให้เป็น

3 . มีอุดมคติ  มีปณิธานอันแน่วแน่แม้เผชิญอุปสรรคก็ไม่ท้อถอย

4 . มีพรสวรรค์  มีสมองพิเศษ  รู้วิธีวิเคราะห์แยกแยะหากฎเกณฑ์ทางธรรมชาติ  ชนิดที่หาผู้ใดเท่าเทียมยาก

5 . มีพรแสวง  ใฝ่รู้อยู่เป็นนิจ หาความรู้จากรอบด้าน

6 . เป็นนักคิดแยบยลแบบโยนิโสมนสิการ

7 . มีท่าทีแบบนกนางนวลแตกฝูง กล้านำเสนอโลกทัศน์ทางธรรมแบบใหม่ท้าทายให้ผู้อื่นมาร่วมแจมอยู่เสมอ

8 . เป็นนักถ่ายทอดมุมคิดได้อย่างไร้เทียมทาน

9 . เป็นนักทฤษฎี  นักปฏิบัติ  และนักตรวจสอบทดลองอยู่ในคนเดียวกัน

และท่านศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ  วะสี กล่าวถึงเอกลักษณ์ของท่านพุทธทาสภิกขุ ไว้น่าฟังทำนองว่า...

1 . มีสมองดี  2 . ไม่เชื่อง่าย  3 . ปฏิเสธวัตถุนิยม  4 . พุทธจริต  5 . ชอบใช้ปัญญาเจาะลึก  6 . มีอิทธิบาท 4 สูง  และ 7 . มีความสนใจและความสามารถในการถายทอด...นั้นแล.