ผมได้รับเอกสารแนะนำโรงเรียนชำฆ้อส่วนหนึ่งจากมูลนิธิสยามกัมมาจล และส่วนหนึ่งจากบันทึกของBlogger ใน gotoknow และเหตุผลจากที่ประชุมทีมงานของมูลนิธิสดศรี สฤษดิ์วงศ์ ในการคัดเลือกโรงเรียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ Humanized educare เรายังขาดโรงเรียนที่ดำเนินการในมิติของ “เศรษฐกิจพอพียง” คุณสมบัติและชื่อเสียงของโรงเรียนชำฆ้อพิทยาคมจึงเป็นที่น่าสนใจของผมเป็นอย่างยิ่ง

ตัดสินใจไวเท่ากับความคิด ผมจึงได้โทรศัพท์สายตรงไปยัง ผอ.โรงเรียน อ.ธีระวัธน์ สิงหบุตร ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สิ่งที่ผมต้องวางแผนต่อไปคือ การนัดหมายวันเดินทางไปชมโรงเรียนและหาโอกาสพูดคุยกับคณะครู เพื่อเข้าร่วมเรียนรู้ ทั้งวิธีคิด สังเกตการณ์บรรยากาศในพื้นที่จริง...

โรงเรียนชำฆ้อพิทยาคม ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง อยู่ไม่ไกล และไม่ใกล้มากจากกรุงเทพ เดินทางออกจากกรุงเทพเช้าๆก็ถึงที่ชำฆ้อในเวลาสายๆได้ การเดินทางจึงสะดวกอย่างมาก
โรงเรียนชื่อแปลก ...เวลาไปไหนก็ต้องถามชื่อ และ ชื่อแปลกก็ค้นหาความหมายชื่อ ผมอ่านในหนังสือเล่มเล็กๆ ได้เขียนถึงความหมายของ “ชำฆ้อ” ว่า ฆ้อมาจากต้นฆ้ออยู่บนภูเขา ส่วนคำว่า “ชำ” ชาวบ้านแปลว่า มีมากชุกชุม หนาแน่น เมื่อรวมกันคำว่า “ชำฆ้อ” จึงหมายถึง อาณาบริเวณเป็นที่ราบลุ่ม มีต้นฆ้อเจริญเติบโตขึ้นอย่างหนาแน่น และต้นฆ้อที่นี่ไม่เหมือนต้นจันทร์ค้อของที่อื่นๆ ที่มีอยู่ทั่วไป แต่จะใช้คำว่า “ฆ้อ” ชื่อพืชท้องถิ่นที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการมุงหลังคาอีกด้วย
บันทึกก่อนผมได้เขียนถึง การพบเจอ ผอ.ธีระวัธน์ ไปแล้ว เป็นการพบเจอครั้งแรกของกันและกัน แต่ก็ประทับใจมาก การพูดคุยที่เสมือนเป็นญาติสนิท กันเอง ทำให้เรื่องราวที่ผมสนใจพร่างพรูออกมาจากวงสนทนาไม่ขาดสาย สลับกับเสียงหัวเราะ และหน้าตาอันยิ้มแย้ม
โรงเรียนชำฆ้อพิทยาคม เป็นโรงเรียนมัธยมขนาดเล็กที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ ๑ ถึง ปีที่ ๖ มีนักเรียนประมาณ ๓๐๐ คน มีผู้บริหารและครูรวมแล้วเพียง ๑๘ คนเท่านั้น แยกเป็นคณุผู้หญิงจำนวน ๑๕ คน และครูผู้ชายเพียง ๓ คน ที่แปลกไปจากที่อื่นก็คือ แม้ว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ดำเนินการเด่นดังเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แต่กลับไม่มีครูเกษตรแม้แต่คนเดียว!!!
จากบทสนทนาผมก็ค้นพบว่า การที่โรงเรียนไม่มีครูเกษตร ก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับโรงเรียนแต่อย่างใด เพราะเกษตรกรรมเป็นวิถี และเกษตรกรรมเป็นวิชาการและการปฏิบัติที่นักเรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นการเกษตรที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่นของนักเรียนเอง
ผอ.ธีระวัธน์ ยกกรณีศึกษาให้ผมได้เรียนรู้ร่วมด้วยว่า
โดยพื้นฐานของดินที่โรงเรียนเรา เป็นดินเลว เป็นดินถมที่ไม่มีแร่ธาตุ และสารอาหารใดๆ การเพราะปลูก หรือการทำการเกษตรเพื่อการเรียนรู้ก็มีปัญหา แต่ปัญหานำมาซึ่งกระบวนการเรียนรู้ รวมไปถึงการขบคิด หาทางเลือกในการแก้ปัญหาของเด็กนักเรียน

ผอ.เล่าถึง เด็กนักเรียน ขุดดิน ยกร่องปลูกพืชปลูกผัก รดน้ำพรวนดินตามหน้าที่รับผิดชอบ ผักที่นักเรียนคิดว่าจะชูต้นอวบเขียวนั้นกลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ นับวันผักก็แคระแกรน เหลือง ปัญหานี้ถูกนำมาพูดคุย เรียนรู้เริ่มต้น ในกลุ่มนักเรียน โดยตั้งคำถามว่า “ทำไมผักไม่สวย และจะทำอย่างไรถึงจะได้ผักที่สวย” ประเด็นนี้ถูกนำมาแลกเปลี่ยน เด็กๆทุกคนให้ความสนใจเพราะ เป็นเรื่องคาใจพวกเขาอยู่ตลอดเวลา จึงหาวิธีการแก้ปัญหาโดยการเชิญหมอดินมาให้ความรู้ และมาไขปัญหาว่าทำไม? อย่างไร? ให้กับเด็กนักเรียน ก็พบว่า ปัญหาอยู่ที่ดินเลว วิธีการแก้ไขจึงมุ่งไปที่ กระบวนการปรับปรุงคุณภาพดิน เน้นการใช้ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด และแกลบ ในที่สุดพื้นที่ที่มีดินเลวเป็นพื้นฐานพัฒนากลายดินที่มีความอุดมสมบูรณ์พร้อมที่จะปลูกพืชปลูกผักได้ กระบวนการทั้งหมดเป็น กระบวนการเรียนรู้แบบง่ายๆที่นักเรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องมีครูเกษตร ก็สามารถใช้ทรัพยากรจากข้างนอกมาช่วยสอนเด็กนักเรียนได้

ที่ผมนำเรื่องนี้มาเล่า แม้จะเป็นกรณีศึกษาเล็กๆแต่อยากจะเชื่อมให้มองในภาพการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนชำฆ้อฯว่า การจัดการเรียนรู้ที่นี่ เน้นการปฏิบัติ เน้นการบูรณาการความรู้ ทั้งศาสตร์ที่แตกต่าง ดึงทรัพยากรจากภายนอกโรงเรียนมาใช้ ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
“ลงมือทำมีค่ากว่าการสอน” คตินี้ ถูกนำมาใช้ที่โรงเรียนมัธยมเล็กๆแห่งนี้ ด้วยฐานคิดว่า การลงมือปฏิบัติด้วยตนเองจะทำให้จดจำได้นานกว่า ซึมลึกกว่าการอ่านหนังสือ ฐานคิดแบบนี้นำมาสู่ การจัดฐานเรียนรู้ในโรงเรียนที่หลากหลายและน่าสนใจ ยกตัวอย่าง
♣ ฐานเรียนรู้ที่ ๑ หมูหลุม เลี้ยงหมูโดยวิธีธรรมชาติ เก็บมูลหมูไว้เพื่อปรับปรุงดิน และเพิ่มธาตุอาหารในดินให้เหมาะสมต่อการปลูกพืช

♣ ฐานเรียนรู้ที่ ๒ คนเอาถ่าน เป็นกิจกรรมที่นำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ด้วยการเผาถ่าน และนำไม้ที่ได้จากการปลูก และตัดแต่งก่งมาเผาถ่านได้ ถ่านคุณภาพสูง ฐานนี้ได้ผลผลิตทั้งถ่าน และน้ำส้มควันไม้
♣ ฐานเรียนรู้ที่ ๓ ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ ให้นักเรียนได้ฝึกทำปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์ ใช้วัสดุที่หาได้จากในโรงเรียนและชุมชน ผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง ไม่เน้นขาย ที่เหลือถึงจำหน่าย โดยมีชาวบ้านที่สนใจเข้าไปซื้อปุ๋ยจากโรงเรียนไปใช้ด้วย

♣ ฐานเรียนรู้ที่ ๔ กล้วย กล้วย กล้วย กิจกรรมนี้ ผอ.ให้ครูและนักเรียนช่วยกันปลูกทั่วโรงเรียน โดยทุกคนเป็นเจ้าของต้นกล้วยที่ต้องดูแลรักษา เมื่อผลผลิตออกมานำมาแบ่งปันกันกินเป็นอาหารเสริม
♣ ฐานเรียนรู้ที่ ๕ การปลูกพืชคลุมดิน ต้นแฝก เป็นพืชที่เด็กๆช่วยกันปลูก มีประโยชน์ในการปรับปรุงสภาพดิน และช่วยยึดตลิ่งหรือภูเขาไม่ให้ถล่ม

♣ ฐานเรียนรู้ที่ ๖ สวนป่าชุมชน และสวนสมุนไพร บริเวณด้านหลังโรงเรียนมีพื้นที่ประมาณ ๑๐๐ ไร่ ได้ให้ครูและนักเรียน ร่วมกันปลูกต้นไม้และสมุนไพรไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อฟื้นฟูผืนป่า ที่ถูกทำลายให้กลับคืนมาเป็นป่าของชุมชน
♣ ฐานเรียนรู้ที่ ๗ ผักสวนครัว รั้วกินได้ :ลูกลูกให้แม่เหลือเผื่อแผ่ชุมชน กิจกรรมนี้เป็นกิจรกรรมเด่นของโรงเรียน ทางโรงเรียนได้ร่วมประชุมผู้ปกครองมีแนวคิดที่อยากให้เด็กได้เรียนรู้วิธีการปลูกผัก และเน้นการปลูกผักที่บ้าน นำผักที่ปลูกไว้เก็บมาให้พ่อแม่ได้กินด้วย นักเรียนจะเกิดความภาคภูมิใจ และรู้สึกเป็นเจ้าของแปลงผักในครัวเรือตน และครูไปเยี่ยมชมแปลงผักถึงที่บ้านด้วย เป็นกุศโลบายที่สอนให้นักเรียนได้พึ่งตนเอง มีเงื่อนไขวว่าหากครูไปเยี่ยมแล้วไม่เห็นแปลงผัก แสดงว่าครอบครัวนั้นเป็นครอบครัวที่มีฐานะทางการเงินค่อนข้างดี ทางโรงเรียนจะไม่สนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่เด็กที่ไม่ปลูกผักในครัวเรือน
♣ ฐานเรียนรู้ที่ ๘ ป ปลา พอเพียง กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมการเลี้ยงปลา โดยทำเป็นบ่อทดลองเลี้ยงในโรงเรียน และสนับสนุนให้นักเรียนนำพันธุ์ปลาไปเลี้ยงที่บ้าน
นอกจากนี้กิจกรรมการเรียนรู้ ๘ กิจกรรมฐานเรียนรู้นี้ ยังมีกลุ่มชมรมต่างๆในโรงเรียนนี้มากมายกว่า ๒๐ ชมรม ให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามอัธยาศัยและกิจกรรมการเรียนรู้ทุกอย่างที่นี่ ถูกผนวกไว้เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงที่ไม่ได้เน้นแต่คิดเรื่องรายได้อย่างเดียว เพราะมองถึงมิติด้านสังคม ก็เป็นส่วนสำคัญของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงด้วย
ผอ.ธีระวัธน์ เสริมแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงแบบชำฆ้อว่า
“เศรษฐกิจพอเพียงไม่เพียงแต่เน้นในมิติเศรษฐกิจแต่เพียงมุมเดียว
เรามองในมุมของสังคมไปด้วย เราน่าจะปรับด้านนี้ก่อน
พร้อมทั้งพัฒนาในมิติด้านอื่นๆไปด้วย ต่อมาจึงค่อยๆเข้าใจ หลัก ๓ ห่วง ๓ เงื่อนไข
คือหลักคิด หลักปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้กับวิธีการต่างๆที่เราทำ
ส่วน ๒ เงื่อนไขนั้น ความรู้และคุณธรรมก็ต้องวิเคราะห์ว่าในแต่ละกิจกรรม
เราจะใช้เงื่อนไขความรู้อะไร
และมีหลักยึดหลักคุณธรรมที่สอดแทรกอยู่ในกิจกรรมนั้นมีอะไรบ้าง
แล้วเราจะตีความตามหลักปรัชญาเศษฐกิจพอเพียงได้อย่างไร? จากกิจกรรม”
โรงเรียนชำฆ้อพิทยาคม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต ๒
ต.ชำฆ้อ อ.เขาชะเมา จ.ระยอง
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
๒๕ กรกฏาคม ๒๕๕๒
สวัสดี ครับ คุณ จตุพร
ชอบความคิด การจัดฐาน การเรียนรู้แบบนี้ ครับ
โรงเรียน เล็ก ๆ แต่ความคิดไม่เล็กเลย
ขอบพระคุณ ครับ
อาคารเรียนอีกหลังหนึ่ง ของ โรงเรียนชำฆ้อพิทยาคม
เป็นการจัดการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่ง ที่สมควรเผยแพร่ให้สังคมรับรู้ค่ะ
ครูรส
ชื่นชมวิถีของคนดีที่มีมิติแห่งการเรียนรู้ที่หลายหลากมากคุณค่่า หาลเวลาผ่านพ้นไปปักษ์ใต้ถิ่นไทยยังรอคอยการมาเยือนของแขกมากด้วยประสบการณ์อย่างพี่นะครับ
สวัสดีครับ คุณแสงแห่งความดี
จริงๆหลังจากนำเสนอบันทึกแรกไปแล้ว ชำฆ้อพอเพียง [๑] : "ผมอยากเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน" ผมก็เงียบหายไปเลย ได้ฤกษ์บันทึกอีกครั้งในบันทึกนี้ เห็นด้วยว่า โรงเรียนเล็ก แต่คิดใหญ่ และ ที่สำตัญ เขาทำได้ครับ :)
*** ภาพที่คุณแสงนำมาฝาก สวยมากครับ
เรียนรู้แบบพอเพียง ฝึกให้เด็กเพียงพอ น่าสนับสนุนครับ
ครูรส เป็นความตั้งใจของผมอย่างหนึ่งครับที่จะ เผยแพร่สิ่งดีๆให้สังคมได้รับรู้ :)
น้องฟูอ้าจ เสียงเล็กๆ ผมคิดว่ามีโอกาส คิดว่าจะไปเยือนปัตตานีอีกสักครั้งครับ ยังคิดถึงบรรยากาศการสนทนาริมน้ำกับน้องๆ ครั้งนั้นอยู่เลย
ขอบคุณมาก คุณเอก ชีวิตเอกเขนก พักหลังไม่เห็นเขียนบันทึก อยากอ่านบันทึกและฝีมือจากช่างภาพมืออาชีพครับ มีโอกาสจะไปเยี่ยมที่เมืองร้อยเกาะนะครับ :)
นับถือ ... "วิธีคิด" ดี ๆ เช่นนี้ ครับ
ขอบคุณครับ ;)
สวัสดีค่ะ
พี่ชอบมากเลยนะคะ
เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จากของจริง
เดี่ยวนี้นักเรียนมัธยมปลูกผักกินไม่เป็น โดยเฉพาะในเมือง
พี่ไม่อยู่บ้าน 6 วัน ให้น้องแตมรดน้ำผักและกล้วยไม้ บอกแม่ว่ารดให้แล้วนะ
พอมาดูต้นไม้เหี่ยวเฉาไปหลายต้น
ขอบคุณครับ อ. Wasawat Deemarn เรื่องงานที่ลำพูน ขอสุมาโตยเน้อครับ ไปบ่ได้เเต้ๆ
เรื่องราวที่มากมายของชำฆ้อฯ มีอีกเยอะเลย ลำบากใจมากครับ ในการเรียบเรียงนำเสนอ
รอต่ออีกสัก ๑ บันทึกครับ :)
ครูคิม
พรุ่งนี้ช่วงบ่ายผมไปเชียงราย..นัดเจอกับ พี่พอ น้องเพียง ที่สนามบินครับ งานนี้เจอหลานสาว ซนๆ แล้วจะนำรูปภาพมาฝาก
เรื่อง สาวขายไก่ทอดที่ปัตตานี ผมยังไม่ลืมครับ เธอสวยสดใสจริงๆครับ
หากคุณหนุ่มสนใจ รายละเอียดชำฆ้อฯ ก็ติดต่อได้ครับ ผมกำลังเรียบเรียงเเละทำเอกสารด้วยครับตอนนี้
ขอบคุณครับ :)
พี่ ประกาย~natachoei ที่~natadee
กระบวนการเรียนรู้อยู่ที่การออกแบบเรียนรู้ ว่าเหมาะสมเเละเอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน
ที่ชำฆ้อฯ แม้ว่าอยู่ภายใต้ความไม่พร้อม แต่ในความไม่พร้อมก็มีเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นครับ
ขอบคุณครับผม
ครูแป๋ม
กิจกรรมและข้อมูลที่ได้มาจากชำฆ้อ ล้วนเชื่อมโยง และเวลานำเสนอก็ลำบากครับที่จะทำให้เห็นภาพรวม แต่ก็พยายามสกัดออกมาครับ เพื่อให้เป้นประโยชน์กับคุณครูที่สนใจ รวมถึง ผู้สนใจอื่นๆ
ขอบคุณครับครูที่มาเติมข้อเสนอแนะและชื่นชม พลังแห่งความชื่นชมเหล่านี้ ครูที่ชำฆ้อฯ จะได้มีกำลังใจทำงานเพื่อสังคมต่อไป
ผมคิดว่าจะนำเสนออีกสัก ๑ บันทึกสำหรับ ชำฆ้อพอเพียง
:)
นักเรียนที่มีความสุข - มีวินัย เรียบร้อยของเด็กนักเรียนที่นี่ เป็นผลผลิตที่น่าชื่นใจของชำฆ้อพิทยาคม
สวัสดี น้องเอก
สบายดีนะครับ
1 ปีผ่านไป ทุเรียนที่คอกช้างสุกอีกครั้ง
เป็นเรื่องที่น่ายินดีครับ
การเกษตรเป็นสวิถีธรรมชาติ ไม่ต้องเรียนก็ทำได้
การปฏิบ้ติจริงจะสอนทุกอย่างแก่คนทำครับ
ขอบคุณมาก
เห็นภาพเเล้วก็สัมผัสได้ถึงความพอเพียงค่ะ น่าอยู่จริงๆซำค้อพอเพียง