ก่อนที่จะเล่าให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ฟังเกี่ยวกับเหตุการณ์ของบันทึกที่ ๓๒๗ ได้ให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่า "นักเรียนธรรมาภิบาลมาอยู่ในเนื้อหาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างไร" นักเรียนแย่งกันตอบมากมายว่าเป็น เป็น เป็น  เป็นครับ เป็นค่ะ ฯลฯ แบบนั้นแบบนี้  ได้แก่

         ธรรมาภิบาล เป็นภูมิคุ้มกันที่ดี  คือการอยู่ร่วมกัน การแบ่งปัน การวางแผนร่วมกันและการตัดสินใจร่วมกัน ความโปร่งใส ความรัก ความสามัคคี  และมีความยอมรับซึ่งกันและกัน  การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ต้องอาศัยคุณธรรมเป็นพื้นฐาน เพราะในธรรมาภิบาลมีกิจกรรมคุณธรรมพื้นฐาน ๙ ประการ

       นอกจากนี้เด็ก ๆ ได้ช่วยกันอ้างถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จะพระเจ้าอยู่หัว ฯ ว่า  "....เศรษฐกิจพอเพียงจะต้องมีการแลกเปลี่ยน  ต้องมีการช่วยกัน ..." ก็หมายถึงการอยู่ร่วมกันโดยอาศัยหลักธรรมาภิบาล 

      คำตอบของเด็ก ๆ วัยเพียง ๑๔-๑๕ ปี แม้ว่าจะตอบแบบกระท่อนกระแท่น แต่ก็ประเมินได้ว่า  พวกเรามีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ตามสติปัญญาของเขา  ย่อมดีกว่าผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจเป็นไหน ๆ

      จึงได้เล่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาให้เด็ก ๆ ฟัง เด็กชายคนหนึ่งถามขึ้นว่า "คุณครูครับ คุณครูรู้สึกอย่างไรที่ไหว้ผู้มาประเมินแล้วเขาทำเป็นเดินเลี่ยงไปไม่รับไหว้  ผมสังเกตเห็นครับ พวกผมไหว้ก็ดูเหมือนเขาไม่มอง" ฉันได้ตอบนักเรียนไปแบบโง่ ๆ ตามฉบับของฉันว่า "เขาไม่รับไหว้หรือทำเป็นมองไม่เห็นก็เดินตามไปไหว้จนกว่าเขาจะเห็น เพราะถือว่าเป็นการทักทาย เราต้องให้เกียรติผู้มาเยี่ยม ส่วนการจะรับไหว้หรือไม่นั้น ครูไม่ถือเป็นอารมณ์และไม่เอามาทำเป็นแบบอย่าง และครูสำนึกเสมอว่าเราเป็นผู้น้อย "  เด็กชายเจ้าของคำถามเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง 

      คนอื่นจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจที่ฉันจัดให้นักเรียนของฉันได้เรียนรู้  ที่ฉันทำเพื่อให้นักเรียนของฉันเกิดกระบวนการเรียนรู้และเป็นคนมีจิตวิญญาณสูง  ฉันไม่ใส่ใจ  แต่ฉันภูมิใจที่เด็กฉันคง..ไม่โง่เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง