... ภาพห้องเรียนในอินเดีย > Thank [ flickr ] & Ray Whitlin / [ World Bank Photo Collection ] ... 'Once a fortnight (= 14 วัน ปักษ์),...' = ทุกๆ ครึ่งเดือน, คุณภาราติ ปรายัก คนขับรถในนิวเดลี มักจะให้รางวัลตัวเอง (treat himself) กับแกงกะหรี่ไก่ และเหล้ารัม 1/4 ขวด (คำเตือน - เหล้าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้สมองเหี่ยว) เงินเดือนๆ ละ 7,000 รูปี ($144 = ฿5,040 / ฿ = บาท) และการอยู่ในกระต๊อบ (hovel) ไกลเมียและลูกอีก 3 คน (คนอินเดียนิยมมีลูกมากๆ) ซึ่งอยู่ในตำบลศรีวัน รัฐพิหาร (ชื่อรัฐมาจาก 'วิหาร' เนื่องจากขุดไปตรงไหนก็พบซากวิหาร ซากอิฐทั้งรัฐ) ทำให้คุณภาราติย้อมใจด้วยแกงกับรัม ... ปีที่ผ่านมา (ปีกลาย), ภรรยาของเขาบ่นว่า ครูโรงเรียนที่ตำบลมักจะล่องหนบ่อย ปล่อยให้เด็กๆ ไม่ได้เรียน คุณปรายัก ซึ่งตอนนี้อายุ 45 ปี จึงต้องส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 800 รูปี = $16 = ฿560 เป็นค่าติว หรือเรียนพิเศษ (tuition) วิชาคำนวณ (maths) และภาษาอังกฤษให้ลูกสองคน ... ลูกๆ เรียนในโรงเรียนรัฐ (state school; state = รัฐ; school = โรงเรียน; ระบบการปกครองอินเดียมีทั้งรัฐบาลกลาง และรัฐบาลท้องถิ่น; การใช้ 'state' ระบุว่า เป็นโรงเรียนรัฐบาลท้องถิ่น) การเรียนการสอนที่นั่นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ (mediocre) จำเป็นต้องเสริม (supplemented) ด้วยติวเตอร์เอกชน (private tutor; private = เอกชน; tutor = ติวเตอร์ ครู อาจารย์ ผู้สอน) ... ครูในอินเดียทั้งตามบ้านนอก และสลัมในเมืองมักจะล่องหนเป็นพักๆ เพื่อไปทำจ๊อบที่โรงเรียนเอกชน การศึกษาซึ่งทำโดยองค์การที่ไม่ใช่ภาครัฐ (non-governmental organisation / NGO) ศึกษากลุ่มตัวอย่างเด็กด้อยโอกาสพบว่า เด็กนักเรียนจากสลัม 65% ในไฮเดอราบัด ทางใต้ของอินเดีย เรียนโรงเรียนเอกชน ... เด็กๆ ที่เขียนอะไรไม่ได้หลังเรียนในโรงเรียนรัฐ 3 ปีเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้คนจนต้องจ้างติวเตอร์สอนพิเศษในระดับประถมฯ ส่วนคนชั้นกลางจะจ้างติวเตอร์ไปสอน เพื่อปูทางให้ลูกหลานสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ คุณอนิสา ทิวารีจากนิวเดลีกล่าวว่า เด็กที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำได้ ต้องสอบได้ 95% ขึ้นไป "เท่านั้น" ... ลูกของเธอชื่อ นิสันต์ อายุ 20 ปี สอบเข้าวิทยาลัยเซนต์ สตีเฟนส์สำหรับคนชั้นสูงในนิวเดลีได้ เพราะสอบคำนวณได้ 97% นิสันต์เรียนเก่งมากอยู่แล้ว แต่นั่นไม่พอ ต้องเรียนพิเศษคำนวณ ฟิสิกส์ และเคมีตลอดชั้นมัธยมฯ เสริมเข้าไปอีก ... การสำรวจทำโดยสมาคมหอการค้าและอุตสาหกรรมอินเดีย (Assocham) ทำในกลุ่มตัวอย่างนักเรียน 5,000 คน และพ่อแม่จาก 11 เมืองทั่วอินเดียเร็วๆ นี้พบว่า คนชั้นกลางใช้เงินจ้างติวเตอร์เอกชนคิดเป็น 1/3 ของรายได้ทั้งหมด 2-3 ปีที่ผ่านมา... ความนิยมในการไปติวกับติวเตอร์เอกชนเพิ่มขึ้น 40-45% สาขาหลักที่ต้องติวกันคือ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และเคมี ... วิชาเหล่านี้บ่งชี้ว่า คนอินเดียแข่งขันเข้าเรียนสายวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี ลักษณะนี้พบบ่อยในประเทศที่เศรษฐกิจอยู่ในขาขึ้น ติวเตอร์มากกว่า 80% กล่าวว่า พ่อแม่ต้องการชดเชยสิ่งที่โรงเรียนสอนให้ไม่ได้ ... คุณครูอนุราธะ อาวาสติ อดีตครูคณิตศาสตร์โรงเรียนสปริงเดลส์ นิวเดลี กล่าวว่า การติวทำให้เด็กๆ เรียนด้วยตัวเองไม่เป็น สอนแบบป้อนให้ฝ่ายเดียว (spoon-fed), เน้นแต่การสอนไปเพื่อสอบลูกเดียว คุณโมหินิ เวอร์มา ครูภาษาอังกฤษโรงเรียนไปทีละขั้น (Step-by-Step School) ชานเมืองเดลี กล่าวว่า การเรียนพิเศษทำให้เด็กๆ ไม่มีเวลาทำกิจกรรมนอกหลักสูตร เช่น เล่น ฝันกลางวัน (daydream), พักผ่อน ฯลฯ ... ศูนย์ติวในอินเดียมักจะใช้ชื่อเท่ๆ เช่น โรงเรียนเคมบริดจ์ในนิวเดลี, ศูนย์ฮาร์วาร์ดในฟาริดาบัด ฯลฯ จะมีเด็กๆ นับร้อยกรูกันเข้าไปเรียนในอาคารแสนหรู ติดแอร์ และมีสนามหญ้าสวยๆ การศึกษาสำหรับคนอินเดียหมายถึงการลงทุน "ซื้ออนาคต" ... อ.นพ.เมกนา กาปัวกล่าวว่า "...Parents feel secure and the children also feel they have a safety net under them," = "พ่อแม่รู้สึกมั่นใจ และเด็กๆ ก็รู้สึกปลอดภัยที่ได้ติว" เดือนกรกฏาคมเป็นเดือนที่แสนเครียด (stressful) สำหรับนักศึกษาที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยเยาหราล เนห์รูในเมืองหลวงมีที่เรียน 1,500 ตำแหน่ง ขณะที่มีคนสอบเข้าประมาณ 100,000 คน ... สถาบันการจัดการอินเดียมีที่เรียน 200 จากคนสมัคร 70,000 คน, วิทยาลัยเซนต์ สตีเฟนมีที่เรียน 450 จากคนสมัคร 12,000 คน คนอินเดียครึ่งหนึ่งมีอายุต่ำกว่า 25 ปี ขณะที่รัฐบาลไม่ได้สร้างมหาวิทยาลัยใหม่ๆ มา 50 ปีแล้ว ทำให้มีมหาวิทยาลัยรัฐบาล 338 แห่งให้คนแย่งกันเข้า ... ท่านกปิล สิบาล รัฐมนตรีศึกษาฯ กล่าวว่า ต้องสร้างให้ได้ 1,500 แห่งจึงจะพอ ตอนนี้วางแผนให้มหาวิทยาลัยต่างประเทศเข้าไปเปิดสาขาในอินเดีย โรงเรียนรัฐตามบ้านนอกนั้น... เรื่องคุณครูล่องหนเป็นเรื่องธรรมดา เช่น รัฐพิหารพบครูล่องหนไป 40% ของเวลาเรียนทั้งหมด ฯลฯ ... เรื่องของเรื่องคือ รายได้น้อย เลยต้องหาอะไรมาเสริม ทำให้เด็กๆ หลายคนเรียนกันแค่ 1-2 ปี หลังจากนั้นก็หนีไปช่วยพ่อแม่ทำงานหาเงิน แต่สำหรับประยักซึ่งเห็นโลกมามาก... พอลูกชายบอกจะเลิกเรียนเมื่อ 2-3 ปีก่อน, เขาก็บอกว่า เป็นไปไม่ได้ และขู่ว่า จะตีลูกทุกคน ... "This is about their future," he said. "Without maths and English they will never escape poverty." = "นี่เป็นเรื่องอนาคตของพวกเขา" ประยักกล่าว "ถ้าไม่มีคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ, พวกเขา (ลูกๆ) จะไม่มีทางหนีความยากจนให้พ้นได้" ประโยคหลังนี่คงทำให้คุณครูคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษยิ้มได้หลายวันเลยทีเดียว ... ต้นฉบับเรื่องนี้คือ 'Private tuition soars in India.' = การติวเอกชนกำลังเฟื่อง (ได้รับความนิยม) ในอินเดีย" = "การเรียนกวดวิชากำลังเฟื่องในอินเดีย" ตัวอย่าง ...
... ที่มา
> Thank Al Jazeera; [ flickr ] & Ray Whitlin / [ World Bank Photo Collection ]
> 17 กรกฎาคม 2552.
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >
ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.

ท่านอาจารย์ขยันเขียนทุกวันเลยนะครับ
แต่ละเรื่องมีประโยชน์
อยากให้เม้นท์ได้ทุกเรื่องครับ
ที่เม้นท์ไม่ได้รู้สึกอ่านแล้วหงุดหงิดครับ
ไม่เป็นไรครับ... ขอขอบคุณมาก
พอเขียนได้ 30 ครั้ง ไอเดียมันจะหลั่งออกมาได้เอง เพราะความเป็นนักเขียนจะเริ่มจากอะไรที่ง่ายๆ ลองผิดลองถูกไปก่อนเสมอ