เกาะกระแส “ลดอ้วนลงพุง”
ภาวะอ้วนลงพุงทางการแพทย์นั้น เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเสี่ยงต่อโรคในระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็น 1ใน5 ของสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลก และเมื่อเร็วๆนี้ ในประเทศไทยก็มีการตื่นตัวรณรงค์ "ลดพุงอ้วน" เพพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยกิจกรรมลดอ้วนลงพุง 3 แนวทาง ให้เลือกตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็นกินลดน้ำหนัก ปัจจุบันตามท้องตลาดมีสมุนไพร และอาหารหลากหลายประเภทที่ใช้รับประทานเพื่อลดความอ้วน แล้วแต่คุณจะเลือกแบบไหน ที่เห็นชัดเจนได้แก่
-หัวบุก อุดมไปด้วยสารชื่อ "กลูโคแมนแนน"มีคุณสมบัติพองตัวทำให้อิ่มเร็ว และยัวลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลและน้ำตาลบางส่วน ทั้งยังกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม"กลูโคแมนแนน"ลดความอ้วนได้เพียงเล็กน้อยเพราะมันพองตัวอยู่ในกระเพาะได้เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
-ส้มแขก ผลไม้รสเปรี้ยวที่มีกรดซิตริกชื่อว่า ไฮดรอกซีซิตริก ในปริมาณสูง สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ทำหน้าที่สังเคราะห์ไขมันและคอเลสเตอรอล ข้อจำกัดของส้มแขกคือจะออกฤทธิ์ได้ก็ต่อเมื่อมีความเข้มข้นสูงมากๆเท่านั้น
-ไคโตซาน เมื่อนำเปลือกของกุ้งและกระดองปูมาสกัดจะได้ไคโตซาน ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายตาข่ายคอยดักจับโมเลกุลของไขมันและคอเลสเตอรอลบางส่วนไว้ ก่อนที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
-มะขามแขก แนวคิดในการลดความอ้วนอีกอย่างคือการถ่ายท้อง มะขามแขกมีสรรพคุณนี้ครบถ้วน เนื่องจากมีสารกระตุ้นการบีบตัวของกล้ามเนื้อลำไส้ใหญ่ ทำให้รู้สึกปวดท้อง แต่การใช้มักเป็นอันตรายเช่นกัน เพราะบางคนเข้าใจผิด จึงโหมกินยามะขามแขกวันละหลายๆรอบ เมื่อเสียน้ำมากๆร่างกายจะทรุดโทรมและถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้ลำไส้ใหญ่เคยชิน
-น้ำมันมะพร้าว กรดไขมันอิ่มตัวในน้ำมันมะพร้าวส่วนใหญ่ มีจำนวนอะตอมของคาร์บอน 8-14ตัว ทำให้โมเลกุลมีความยาวของเส้นขนาดสั้นถึงปานกลาง ตัวที่เด่นและมีประโยชน์มากคือ กรดลกริก ซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นกระบวนการสลายพลังงาน
ทำให้ร่างกายมีกระบวนการดึงไขมันที่สะสมไว้ก่อนหน้าไปใช้เผาผลาญ และยังช่วยทำให้ขบวนการย่อยอาหาร และเผาผลาญพลังงานของร่างกายมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ใช้ตัวช่วย วิธีต่อมาที่ได้รับความนิยมก็คือเดินเข้าสถาบันเสริมความงามต่างๆ รวมทั้งสปาบางแห่งที่นำเสนอโปรแกรมการลดน้ำหนักที่มีราคาสูง โดยสถาบันเหล่านี้มักมีเครื่องไม้เครื่องมือเป็นตัวช่วย รวมทั้งใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับช่วยลดน้ำหนัก ทั้งแบบครีม เจล โลชั่น น้ำมัน เป็นต้น ซึ่งการใช้ผลิตภัณฑ์นี้สามารถนำกลับไปทำเองไดที่บ้าน โดยมันจะทำหน้าที่ช่วยขับเซลลูไลทืออกจากร่างกายในลักษณะเหงื่อหรือกลิ่น ทำให้ไขมันแตกตัวและซึมออกจากร่างกาย ส่วนผสมหลักมักสกัดมาจากสมุนไพรที่ช่วยเรื่องการลดน้ำหนักอย่างพริกไทยดำ ขิง เปลือกส้ม รวมไปถึงวิตามินเข้มข้นหลายชนิด อย่างไรก็ตาม วิธีการลดน้ำหนักด้วยการทาหรือนวดครีมเหล่านี้เข้าไปในผิว มีผลข้างเคียงที่เห็นได้ชัดคือ ถ้าคุณมีอาการแพ้ ผิวหนังอาจมีอาการบวมแดง เป็นผื่น แสบร้อนได้
ออกกำลังกาย วิธีนี้น่าจะเหมาะสมที่สุด แต่ข้อจำกัดของการใช้วิธีนี้ก็คือ คุณต้องออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ถ้าออกกำลังกายเพียงแค่ให้น้ำหนักลดลงแล้วกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมอีก น้ำหนักของคุณก็เพิ่มขึ้นอยู่ดี จะทำให้ประสิทธิภาพกักเก็บไขมันมากกว่าเดิม คุณก็มีโอกาสอ้วนกว่าเดิมได้ ทางแก้ก็คืออย่าลดน้ำหรักเร็วเกินไป ส่วนผู้สูงอายุที่อยากลดน้ำหนักด้วยการออกกำลัง ต้องคิดถึงเรท่องระบบการเคลื่อนไหว รวมไปถึงโรคต่างๆ การออกกำลังกายของคุณไม่ควรหนักจนเกินไป
และการออกกำลังกายในน้ำน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนสูงอายุ เพราะน้ำจะช่วยพยุงร่างกายให้เหมาะสม ไม่เกิดอันตรายต่อข้อต่างๆของร่างกาย
การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังภายหลังภาวะอ้วน
เมื่อคุณอ้วน น้ำหนักเพิ่มขึ้น หน้าท้องขยายตัว ทำให้ชั้นไขมันมีปริมาณมาก พอลดน้ำหนักลงแล้ว ไขมันเหล่านี้แม้สลายตัวไป แต่ผิวหนังบางส่วนเช่น หน้าท้อง ต้นขา ที่เคยขยายก็แฟบลง
ส่งผลให้เกิดผิวแตกลายงา ขาดความชุ่มชื้น ไม่กระชับเข้าที่เข้าทาง เรื่องนี้ป้องกันได้ไม่ยากด้วยการใช้โลชั่นบำรุงผิวที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผิวอย่างสม่ำเสมอ