ตั้งแต่เสียความเป็นโสดไปเมื่อหลายปีก่อน (ฮิฮิ) คำว่า กลับบ้านของผมเปลี่ยนไปมากเลยครับ สมัยก่อน การกลับบ้านที่สตูลของผม กิจกรรมหลักๆ คือ นอนอยู่กลับบ้านให้หายคิดถึงครับ บางทีผมกลับสองสามสัปดาห์ จะมีคนเจอผมก็แค่การละหมาดวันศุกร์เท่านั้นแหละครับ ประเภทว่า ไหนๆ ก็ออกจากบ้านไปเป็นเวลานาน เมื่อกลับเข้าบ้านก็ไม่อยากออกไปไหนจริงๆ ครับ
กิจกรรมวันหยุดของผมเมื่อในอดีตคือ นอนดูทีวี อ่านหนังสือบ้าง เล่นคอมพิวเตอร์คลายเคลียดบ้าง ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้หายไปเลยครับ เมื่อแต่งงาน เนื่องจกคำนิยามของคำกว่า กลับบ้านต่างออกไปจากเดิม คนที่มานิยามใหม่ก็ไม่ใช่ใครครับ คนที่ทำให้ผมเสียความเป็นโสดนั่นแหละ ฮิฮิ ภรรยาครับ เธอบอกว่า คำว่ากลับบ้านของผม หมายถึงการไปเที่ยวบ้านของเธอ ดังนั้นกิจกรรมหลักๆ คือ ไปเที่ยวในที่ต่างๆ ที่มีแถวๆ บ้านผมครับ
ครั้งนี้เช่นกันครับ ภรรยาผมบ่นว่า ตั้งแต่แต่งงานมา เวลากลับมาสตูล ผมพาเธอและลูกๆ ไปเที่ยวเพียงสองสามที่เท่านั้นเอง ในขณะที่สตูลมีที่ท่องเที่ยวเป็นสิบ ที่สำคัญผมพาไปเฉพาะชายหาด ไม่เคยพาไปเกาะ ไปน้ำตก ฯลฯ ฮือ ผมตอบภรรยาไปว่า ก็ผมชอบแค่นี้แหละ ส่วนที่เหลือ ผมเองยังไม่เคยไปเลย ฮิฮิฮิ
กลับบ้านคราวนี้ ผมก็ทำกิจกรรมเหมือนเดิมครับ คือ พาลูกไปเล่นน้ำทะเล เช้าครั้งหนึ่ง เย็นครั้งหนึ่ง เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ครับ เช้าหาดหนึ่ง บ่ายอีกหาดหนึ่ง ฮาฮา
ผมว่า ทะเล ดูกี่ทีก็ไม่เหมือนเดิมครับ มันเพลินดีที่ได้นั่งชม ยืนชม และพาลูกๆ ไปเที่ยว ต่างกับน้ำตก หรืออะไรที่ดูกี่ทีๆ ก็เหมือนเดิม (เห็นด้วยกับผมหรือเปล่าไม่ทราบ)
(อิลฮามกับสถานที่แห่งความทรงจำ)
ปัญหาปกติเวลาพาลูกๆ ไปเล่นน้ำทะเลคือ ต้องรู้เวลาน้ำขึ้นน้ำลงด้วยครับ ไปผิดเวลาก็ได้แค่การจับปูลม เพราะทะเลที่หาดบางศิลา จะเป็นเลโคลนครับ รอบนี้ก็เหมือนรอบอื่นที่ ผมจำเวลาน้ำขึ้นน้ำลงผิด พาไปทีไร อิลฮามก็บอกว่า น้ำทะเลแห้งอีกแล้ว อาบีย์นั่น (ฮิฮิ)

มุมนี้ของเตาฟิกเป็นมุมเดิมเหมือนกันครับ หาดปากบารา ที่ร้านกระโจมทราย คือ สถานที่แรกที่เวลากลับบ้านผมจะต้องแวะไปเยี่ยมเยียนครับ ตรงนี้มีหาดกว้าง (เวลาน้ำลง) และเล่นน้ำทะเลได้อย่างเพลิดเพลินครับ รอบนี้ ย่ากับหลานๆ เลยสนุกกับการจับปูลม (ภาพล่างครับ)

ฟัจญรีนเปลี่ยนไปครับ ทุกครั้งที่พาฟัจญรีนกลับบ้าน คนมักจะเข้าใจว่าเป็นผู้ชายครับ รอบนี้ความเป็นผู้หญิงของฟัจญรีนชัดเจนขึ้นมาแล้วครับ ป้าๆ เลยโล่งใจว่า เป็นหลานสาวแน่ๆ ฮิฮิ

กลับไปรอบนี้ ฟัจญรีนดุมากๆ ครับ เล่นซนจริงๆ ถ้าเปรียบเทียบกับพี่ๆ ในช่วงอายุเดียวกัน ต้องยอมรับว่า ฟัจญรีนซนที่สุด ฮือ

ภาพนี้ถ่ายที่ที่ทำการหมู่เกาะเภตราครับ เรียงหน้ากระดานเดินทางขึ้นรถกลับบ้าน ถ้ามีเพิ่มอีกคน หน้ากระดานคงกว้างกว่านี้นะครับ ฮิฮิ




ความผิดพลาดของผมคือ ผมเตรียมกล้องถ่ายรูปไปเรียบร้อยครับ แต่แล้วผมก็ไม่ได้หยิบมาใช้เลยครับ ผมลืมไว้ในกระเป๋าคอมพิวเตอร์ จึงจบลงด้วยการบันทึกภาพกับกล้องของโทรศัพท์ครับ ภาพเลยเล็กเท่าที่เห็น
เรื่องราวมากมายที่บ้านเกิดเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด
แต่ในความทรงจำนั้น-ยังหอมกลิ่นความฝันของบ้านเกิดอยู่เสมอ
...
อาจารย์ทำให้ผมอยากกลับบ้านอีกแล้วรอบที่แล้วว่าจะกลับก็มีเหตุสุดวิสัย
อินชาอัลลอฮฺ คงมีสักวันครับ...ดูแล้วครอบครัวอบอุ่นมากครับ
ขอบคุณครับ แผ่นดิน
ความหอมหวานของความทรงจำที่บ้านเกิด ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปตามความเปลี่ยนแปลงของสภาพทั่วไปที่บ้านเลยครับ
ขอบคุณครับ ครูคิม
ชื่อลูกคนแรกเรียกยากนิดหนึ่งครับ (ปู่กับย่ายังเรียกไม่ค่อยจะถูกเลยครับ) สองคนหลังน่าจะเรียกง่ายหน่อย
ขอบคุณครับ ดร.ขจิต ฝอยทอง
เตาฟิกโตขึ้นพูดชัดขึ้นครับ โดยเฉพาะคำว่า "ไม่ไปโรงเรียน" ฮิฮิ
ขอบคุณครับ เสียงเล็กๆ
ครอบครัวเป็นรากฐานสำคัญของการก้าวเดินไปข้างหน้าครับ เหนื่อยนักหันมองไปที่บ้านที่ครอบครัว แรงกายแรงใจก็เติมเต็มขึ้นมาทันทีครับ (โม้ไปหรือเปล่าเนี๊ยะ แต่ไม่ลองไม่รู้ครับ ฮิฮิ)
สลามค่ะ
ยินด้วยค่ะ...อ่านบันทึกแล้วอดที่จะอมยี้มไม่ได้...น่ารัก น่ารักค่ะ
ขอให้มีความสุขค่ะ
เวลาเปลี่ยน คนรอบข้างเปลี่ยน นิยามก็ต้องเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา อย่างนี้แหละ มีเมียมีลูก แรก ๆ รู้สึกลำบากหน่อย ต่อไปก็จะชินไปเอง ฮิฮิ