ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็น
คืนนี้สบายๆหลังจากการตรวจเยี่ยมของ นพ. สมชาย ลี่ทองอินทร์ ที่ปรึกษากองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย และคณะได้มาเยี่ยมและติดตามผลการปฏิบัติงาน เพื่อหารูปแบบคลินิก DPAC ของศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ ในวันนี้แล้ว
มีเวลาก่อนนอนเล็กน้อย ก็ตรวจสอบ e mail ว่ามีมิตรรักแฟนเพลงคนไหนส่งมาบ้าง ก็เจอฉบับหนึ่งส่งมาจากน้องสาวที่น่ารักคนหนึ่ง..อาจจะยาวไปหน่อย แต่ผู้เขียนอ่านโดยไม่มีข้ามอักษรแม้แต่ตัวเดียว และกลับมาอ่านซ้ำช้าๆ..อีกครั้ง รู้สึกซึ้ง...เลยอยากแบ่งปันให้คนอื่นอ่านบ้าง ค่อยๆอ่านนะคะแล้วจะรู้สึกเหมือนผู้เขียนเลย
ถึงคนที่แต่งงานแล้ว...และคนที่กำลังจะแต่งงาน ..
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านแล้วกินใจมาก
ลองอ่านและซึมซาบความรู้สึกอย่างช้า ๆ
'เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป....
เธอควรเป็นคนที่จูงมือชั้นออกไป '
ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน
รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา
เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน
ดังนั้นผมจึงทำตาม
เธอเขินอายในอ้อมแขนผม
ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก...
นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี... ในวันถัดๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม
เรามีลูกด้วย กัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว...
เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น...
ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน...
ทุกๆเช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน
ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน
ดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก...
แต่แล้ว
ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย....
เจนเข้ามาในชีวิตของผม .... ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน...
เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง..
หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก...
ที่นี่...เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...
เธอบอกว่า คุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคน ถวิลหา...
คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม...
ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ ..เธอบอกว่า
วันที่คุณประสบความสำเร็จ
ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา...
ผมเริ่มรู้สึกลังเล...
ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยาผม...
แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว....
ผมปลีกตัวออกจากเจน '
วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันน๊ะ
ผมต้อ งเข้าออฟฟิศ ' ...
แน่นอน... เธอไม่ค่อยพอใจนัก เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะไปด้วยกัน...
ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม....
ทั้งที่จริงๆแล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม....
ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด...
เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน...
จริง ๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก... ทุก ๆ
เย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร..ในขณะที่
ผมนั่งอยู่หน้าทีวี ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน...
หรือ... ถ้าผมจะเลือกเป็น...นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์....
มองเรือนร่างอันงดงามของเจน...
ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง
วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังงัยถ้าเราหย่ากัน...
เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..
เธอมั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก...
ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็น เรื่องจริง... เธอจะเป็นอย่างไร
วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ...สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี...
พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลัก... เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ....
เธอเหมือนจะรับรู้มันได้... แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆกับพนักงานทุกคน....
แต่ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น
ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า...หย่ากับเธอน๊ะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน..ผมพยักหน้า....
ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว....ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..
ผมมีอะไรจะบอกคุณ... เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบๆ...
ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ...มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก..
แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป...
ผมต้องการหย่า...
เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย...
ผมย้ำกับเธออีกครั้ง...เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง...
แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า..คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น...
เธอร้องไห้อย่างหนัก...
ผมรู้ว่าเธออยากร ู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงานของเรา...
แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้...เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ...
ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้..มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก...
ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น...ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...
ทุกๆ อย่างในบ้าน ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด....
เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้นแล้วฉีกมันทิ้ง...
มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น...
ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน...
ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...




สวัสดีครับพี่เขี้ยว
สวัสดีค่ะพี่เขี้ยว
ระลึกถึงพี่เขี้ยวเสมอ..พี่เหมียว
สวัสดีค่ะ
*** แวะมาบอกว่า ขอให้ฝันดี
*** ราตร๊สวัสดิ์ค่ะ
สวัสดีค่ะ
กรรมการที่รักและเคารพ บันทึกนี้ทำไมเหมือนชีวิตจริงของผมมากๆอ่านมันหลายเที้ยวมากบอกได้เลยว่าประทับใจ อินน์ โรแมนติก เศร้าเคล้าน้ำตา ผิดหวังสมหวัง โอ้...กรรมการเรามาสร้างหนังกันดีกว่า
คนคิดเรื่องนี้มีอารมณ์ที่ลึกซึ้งมากๆ ยกให้เป็นกวีเอกได้เลย.........อิอิ.อิ แต่สำหรับผมคงต้อง ไปฟิตร่างกายอีกนานแบบท่าน เกษตร(อยู่)จังหวัด .....55555 ขอให้มีความสุขครับ
สวัสดีค่ะ ปัญหาแบบนี้ไม่มีโอกาสมีแล้วจ๊ะ เพราะพี่เขี้ยวได้ส่งสละไปให้ แหม... ไม่ชอบเลย ชอบสลัดมากกว่า
มีแต่ความทรงจำดีดีกับสิ่งเหล่านี้
ขอบคุณเนรื่องดีดีค่ะ
มาอ่าน
เห็นโลกธรรมแปดเลยละครับ
อิ อิ อิ...
สวัสดีค่ะพี่เขี้ยว
น้องเคยอ่านมาบ้างแล้ว แต่ไม่ได้อยุ่ในสภาวะของเจน จึงยังไม่ค่อยซึ้งนัก ... มาอ่านอีกครั้ง พยายามคิด ก็คิดไว้ว่า
ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างกันของมนุษย์ เราจำเป็นต้องเว้นช่องว่างไว้ให้กับความเป็น "ส่วนตัว" ของอีกฝ่ายด้วยเสมอ
ขอบคุณค่ะ
ขอยืมภาพซึ้ง ๆ ของคุณคนพลัดถิ่นหน่อยนะคะ
(^___^)
หวัดดีคับ..
กู๊ดดี้อ่านแล้ว กระซิกๆๆ (ซึ้งๆ) เลยคับ..
วันนี้ต้องรีบกลับจากโรงเรียนไปบอกให้คุณพ่ออุ้มคุณแม่มั่งแล้วคับ..(แต่จะยอมอุ้มรึเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจคับ อิอิ)
สวัสดี เจ้า ป้าเขี้ยว
พ่อน้องพอ อุ้มไม่ได้ เพราะน้ำหนัก ตัว ทะลุ ไป 63.8 แล้วนะคะ แบบว่า ท้วม นิดๆ
สบายดีเน้อเจ้า
ม่อน มาบอกว่าคุณยายหมอให้ทานข้าวเย็นให้ตรงเวลาและอย่าเจริญอาหารมากนะครับ เดี๋ยว ไม่มีใครอุ้มลงจากห้อง......อิอิ.อิ ขอให้มีความสุขครับ
อ่านแล้วรู้สึกเหมือน พี่เอ๊ะครับอุ๊ย