การปฏิบัติตามธรรมะคือการปฏิบัติตามหน้าที่

ยามเช้าแสงแดดสีเหลืองอ่อนสาดส่องทาบทาลูบไล้ไปตามผนังระเบียงหน้าบ้านพักมองออกไปเห็นพุ่มใบมะม่วงมีกลุ่มช่อดอกผลแซมสีสดเขียวอมเหลืองที่สะท้อนแสงกลมกลืนกันดีจัง

หวนมานึกถึงธรรมะที่ใกล้ตัวเรา  บางคนมองว่าเรื่องการทำงานกับเรื่องการปฏิบัติธรรมมันคนละเรื่อง  ใครจะไปปฏิบัติธรรมต้องหยุดการงานที่ทำแล้วไปวัดไปสำนักปฏิบัติธรรม 

 ผมว่าเรื่องนี้จริงแท้คือสิ่งเดียวกัน  คนทำงานคือคนมีธรรมะ 

 มีเรื่องเล่าในสายของพระป่าว่า...หลวงปู่ชา  สุภัทโธ แห่งวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี  เป็นพระสอนธรรมที่มีชื่อเสียงรูปหนึ่งในประเทศไทย  ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้ว ( ตาย )

...วันหนึ่งหลวงปู่ชาเดินดูภายในวัดนั้นเห็นที่พักพระรูปหนึ่งหลังคารั่วแดดส่อง โดยพระรูปนั้นไม่คิดซ่อมแซม

ท่านเรียกพระรูปนั้นมาถามว่า...เออคุณไม่ซ่อมแซมหลังคาบ้างรี..?

หลวงปู่ครับกระผมกำลังฝึกความอดทนครับ  คือวัวควายอยู่กลางทุ่งนามันยังทนแดดร้อนได้  กระผมนี่คนนะครับ กระผมมุ่งปฏิบัติธรรมขันติบารมีครับ...พระรูปนั้นกล่าว

หลวงปู่ชาเลยเปรียบเปรยว่า...เออ...ถ้าอย่างนั้นคุณปฏิบัติต่อไปนะ  ไม่ช้าก็คงจะเป็นวัวเป็นควายอีกตัวหรอกนะ...

คือหลวงปู่ชาถือว่าการปฏิบัติธรรมนะไม่แยกส่วนไม่นิ่งดูดายการซ่อมแซมนั้นคือการปฏิบัติธรรมไปในตัว  เพราะเรื่องธรรมะกันการทำงานคือสิ่งเดียวกัน 

หลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ ยังกล่าวทำนองว่า...การปฏิบัติตามธรรมะคือการปฏิบัติตามหน้าที่ 

ตนมีหน้าที่อะไรก็ลงมือทำไปอย่างนั้นไม่มีการแยกส่วนระหว่างการทำงานกับการปฏิบัติธรรม.