สองวันที่ผ่านมานี้ได้เริ่มใช้หลักสูตรชั้นเรียนอย่างจริงจัง หลังจากการประเมินก่อนเรียนมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แปลกใจแปลกตาที่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะง่าย  ที่เด็กหันมาใส่ใจเรียนหรือว่าเป็นของใหม่ ขึ้นชั้นใหม่ แต่เมื่อได้ไปสนทนากับคุณครูกลุ่มสาระอื่น ๆ ทราบว่าไม่ต่างไปจากเดิมที่อยากเรียนก็ใส่ใจเรียน ที่ไม่อยากเรียนก็ต้องดุต้องว่าเหมือนที่ผ่าน ๆ มา 

      เนื่องจากห้องเรียนภาษาอังกฤษได้จัดตามความต้องการของผู้เรียนคือไม่ต้องการโต๊ะเรียน  อยากจะนั่งกับพื้นเรียนเพราะรู้สึกเย็น  แต่ผลการเรียนที่ผ่านมาก็ไม่ดีขึ้นกว่าเดิมมากนัก  เรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนั้นไม่สำคัญเท่ากับเด็กมีความสนใจในขณะที่เรียน  ซึ่งความสนใจก็ไม่เป็นที่พอใจมากนัก

 

        ตามปกติภายหลังที่สอนแล้วครูคิมจะนั่งบนเก้าอี้ (ที่อยู่ตรงมุม) ดูนักเรียนทำกิจกรรม บางครั้งก็นั่งกับพื้นบ้าง ส่วนนักเรียนใครอยากนั่ง อยากนอนก็ทำได้ตามใจชอบ แต่ต้องอยู่ในกิริยาสุภาพ  แต่รู้สึกว่าเด็กจะไม่ชอบเมื่อครูไปนั่งที่โต๊ะทำงานซึ่งอยู่หลังห้องเรียน  ดูเหมือนเขาจะไม่มีกำลังใจ  จะคุยและเล่นกันมากกว่าทำงาน

      วันนี้ได้พยายามสังเกตอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง  กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑  ตอนแรกครูคิมนั่งเก้าอี้ตามปกติ  นักเรียนก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  เมื่อนักเรียนฝึกกิจกรรมการพูด  ครูคิมจึงลองนั่งกับพื้นบ้าง  ใกล้ ๆ กับน้องแคร์และน้องเติ้ล   สักครู่นักเรียนคนอื่น ๆ จะคืบคลานเข้ามาหาทีละน้อย ๆ จนทำให้รู้สึกว่าครูคิมอยู่ตรงกลาง  บางคนนอนฝึกและดูท่าทางมีความสุขมาก  ไม่ขี้เกียจหรือแสดงอาการเบื่อหน่ายให้เห็นต่างให้ความช่วยเหลือคู่ของตนเองดีมาก 

      เมื่อฝึกได้แล้วจะต้องเป็นกิจกรรม Production  นักเรียนจะจับคู่กันสนทนาตามที่ฝึกมา น้องแคร์ถือหมอนมาส่งให้พร้อมกับผ้าปูนอนบอกให้ครูคิมนอนฟังเขาพูด และเพื่อน ๆ ที่อยากนอนก็นอนได้แต่ต้องฟัง   เพราะต้องประเมินให้คะแนนเพื่อน ๆ ด้วย

       ครูคิมไม่ได้นอนตามที่น้องแคร์บอก อ้างกับทุกคนว่า "เป็นความไม่เหมาะสม" แต่นักเรียนลงความเห็นว่า "เป็นกิจกรรมการเรียนรู้  เรียนกันอย่างมีความสุขและถ้า ผอ.มาพบพวกเขาจะบอกกับ ผอ.ว่านักเรียนบอกให้ครูคิมนอนเอง" ครูคิมไม่ได้นอนแต่ได้นั่งฟังแต่ละคู่สนทนาอย่างใกล้ ๆ ไม่ต้องพูดตะโกนหน้าชั้นหรือตรงกลางลงล้อมของเพื่อน ๆ เหมือนที่ผ่านมา  นักเรียนสนทนาได้คล่องแคล่วอย่างธรรมชาติ เป็นส่วนมากผลการประเมินได้ต่ำสุด ๘ คะแนนมีจำนวน ๖ คน นอกนั้นได้เต็ม ๑๐ คะแนน 

        ภายหลังที่หมดชั่วโมงจึงถามเกี่ยวกับการเรียนได้ดีผิดปกติในวันนี้  เขาบอกว่าเมื่อครูอยู่ใกล้ ๆ ทำให้พวกเขามีความอบอุ่น  และการนั่งเรียน นอนเรียน ทำให้ไม่เครียด อากาศเย็นสบาย..ในที่สุดมีการต่อรองว่า.."อยากเรียนเพียง ๒ ทักษะคือการฟังและการพูด แต่ไม่ชอบทักษะการเขียนขอไปเขียนในชั้น ม.๒ ได้ไหม"..รู้สึกว่ามากไปแกล้งบอกว่า "ขอครูคิดดูก่อนอีก ๑๐ เดือนจะให้คำตอบ"  เสียงฮา..แบบเป็นสุข

       ในชั่วโมงของชั้น ม.๒ และ ม.๓  ได้ทดลองสร้างบรรยากาศใกล้เคียงกัน เพียงแต่นักเรียนทั้งสองชั้นไม่ได้บอกให้ครูนอนสอน  แต่ก็ชอบให้อยู่ใกล้ ๆ และมีผลของการเรียนรู้ที่เป็นสุข ตั้งใจและสนใจร่วมกิจกรรม ไม่อ้อยอิ่งหรือพูดคุยมากกว่าทำงานเหมือนที่ผ่านมา  ครูคิมก็ไม่เหนื่อยหรือท้อแท้ใจ  รู้สึกมีความสุขลึก ๆ ..จบลงด้วยการบันทึกพฤติกรรมของนักเรียนอย่างละเอียด