ต่อให้มีรักมอบให้สักร้อยพัน ก็คงเทียบไม่ได้กับความรักที่พ่อแม่ให้แก่ลูกของตนได้

  ไม่ได้มาเล่าเรื่องอาหาร ที่ชื่อแกงเลียงนะคะ แต่มีเรื่องราวที่ประทับใจ จากแกงเลียงมาเล่าสู่กันฟัง วันนี้ผู้เขียนจัดอบรม อาสาสมัครเพื่อนช่วยเพื่อน คือการช่วยกันดูแลผู้สูงอายุในชุมชนของเรา ตั้งแต่เป็นเพื่อนพูดคุย ดูแลทุกข์สุข ให้กำลังใจ และอาจถึงว่าบางคน ได้มีโอกาสดูแลผู้สูงอายุยามเจ็บไข้ และวันสุดท้ายของชีวิต

  ตอนหนึ่งผู้เขียนอยากรู้ว่า อาสาสมัครเหล่านี้ ทำไมจึงมีใจคิดทำงานช่วยเหลือผู้คน โดยไม่หวังผลตอบแทน อยากรู้พื้นฐานจิตใจ และประสบการณ์ ที่อยู่ในความทรงจำของเขา

 คุณป้าสยาม เป็นคนหนึ่ง ในอาสาสมัครที่มาวันนี้ ท่านอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว แต่ใช้ชีวิตที่ดูคุ้มค่าเหลือเกิน เมื่อถึงคราวที่จะบอกเล่าเรื่องของตนเอง ป้าสยามก็พูดได้ตรึงตราในใจผู้รับฟัง

     ครั้งหนึ่ง ป้าสยามได้ช่วยเหลือครอบครัวยากจนครอบครัวหนึ่ง ที่ลูกที่ยังเล็กมาก ไข้สูงจัดจนชัก คุณป้าได้จดจำสมุนไพรมาจากบรรพบุรุษ นำมาตำผสมรักษาเด็กน้อยให้ โดยขออนุญาตว่า จะขอรักษาเบื้องต้นให้ หากพลั้งพลาด เด็กเป็นอะไรไป ขออย่าถือโทษป้าเลย

 พ่อแม่เด็ก ได้ฟังกลับก้มกราบ ด้วยความขอบคุณ และนับเป็นบุญคุณมากกว่า ที่ป้าได้มาช่วยเหลือในคราวคับขันนี้

 ยาสมุนไพร ผสมด้วยน้ำใจบริสุทธิ์ของป้าสยาม เมื่อได้ป้อนเด็กน้อยไม่นาน อาการต่างๆก็ส่างลงอย่างรวดเร็ว

   ป้าสยามเล่าต่อว่า ครอบครัวนี้ มีลูกหลายคน ยากจนขัดสน และป้าก็เกื้อกูลอยู่เนืองๆ เด็กน้อยคนนั้น ก็น่ารัก ซุกซน จนป้าสยามเอ็นดูเหมือนลูกหลาน

    วันหนึ่งไม่แน่ใจว่าสิ่งที่พ่อแม่เด็กพูดกับป้าสยามนั้น เป็นเพราะเหตุใด แต่ถูกใจป้าสยามเหลือเกิน ก็เขาบอกว่า ถ้าป้าอยากได้เด็กน้อย เขาก็ยินดียกให้ เป็นความรู้สึกที่ดีใจมากๆ และคิดอีกอย่างหนึ่ง ครอบครัวนี้คงคิดว่าตนเองยากจน จึงเป็นการลดภาระ ที่จะมีลูกให้น้อยลงอีกหนึ่งคน ก็เข้าใจนะ ความแร้นแค้น ทำให้คนเราตัดสินใจอะไรง่ายๆ มีลูกหลายคน ก็คงไม่เหงา และลูกคนปลายๆ บางทีก็เกิดไม่ถูกจังหวะ

 ป้าสยามก็คิดตามประสาตัวเอง และคิดจะสงเคราะห์ ลูกที่พ่อแม่คงไม่รักสักเท่าไหร่นัก

    วันหนึ่งป้าสยามได้เตร็ดเตร่ ไปดูครอบครัวเจ้าตัวน้อยเหมือนเคย วันนั้นผู้เป็นแม่ ทำแกงเลียงหัวปลี ที่เครื่องแกง มีแค่กะปิและพริก ไม่มีเนื้อปลาตำใส่ลงไปเหมือนแกงเลียงหม้ออื่นๆ ที่สมบูรณ์แบบ วันนี้ ทั้งครอบครัว มีแกงเลียงหม้อเดียว ป้าสยามเลียบมองๆห่างๆ ทันใดนั้น ก็เห็นเจ้าตัวน้อย วิ่งชนหม้อแกงเลียง ที่แขวนบนเสาไม้ เหนือเตาไฟ ชนจนหมอแกงหกระเนระนาดบนพื้นดิน ไม่มีติดก้นหม้อเลย ป้าสยามก็ตกใจ คิดว่า คราวนี้ เจ้าตัวน้อยโดนตีตัวลายแน่ เพราะได้ทำลายอาหารมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว

 แต่ภาพที่ป้าสยามแอบเห็นนั้น กลับเป็นพ่อแม่ พากันเข้ามาโอบกอด และปลอบโยนเจ้าตัวน้อยอย่างรักใคร่ ไม่มีใครต่อว่า หรือทำโทษในความผิดของลูกเลย

 ป้าสยามผิดคาดหลายเรื่องในวันนั้น ทั้งที่เข้าใจว่าเขาไม่รักลูกคนนี้ ทั้งเข้าใจว่าตนเองจะเลี้ยงเด็กได้ดีกว่านี้ และที่สำคัญแท้จริงแล้วเด็กน้อย เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ยิ่งนัก ดังที่กำลังเห็นในขณะนี้

 นับจากวันนั้น ป้าสยามก็ไม่เคยคิดจะเอาเด็กมาเลี้ยงดูเอง เพราะต่อให้มีรักมอบให้สักร้อยพัน ก็คงเทียบไม่ได้กับความรักที่พ่อแม่ให้แก่ลูกของตนได้ และมองไปไกล ว่าหนูน้อยย่อมจะเติบโตอย่างอบอุ่น เต็มอิ่ม ไม่มีใครทำร้ายจิตใจของเขาได้ แม้แต่ความยากจน ที่เป็นต้องเผชิญไปพร้อมกับครอบครัวอย่างนี้

  เรื่องเล่าแกงเลียงหม้อนั้น ที่ผู้เขียนตั้งใจฟัง ช่างทำให้ได้มองเห็น สิ่งที่ซ่อนเร้นได้อย่างแจ่มชัด เมื่อเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น นั่นแหละเราจึงจะรู้ว่า ใครรักเราจริง เพราะเราจะเป็นผู้ถูกเลือก ให้อยู่เหนือความเคืองขุ่น โกรธแค้นเสมอ

ขอนำภาพประทับใจ ของพ่อในGotoknow อ.แผ่นดิน

เพื่อสื่อให้เห็นความรักของพ่อแม่ค่ะ