ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องส้วม พฤติกรรมการใช้ส้วมที่ถูกวิธีให้แก่นักเรียน ซึ่งความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวนี้สามารถถ่ายทอดไปสู่ครอบครัวของนักเรียนตลอดจนชุมชนได้อีกด้วย
ตอนที่ 1 ทำไมต้องจัดการเรียนรู้เรื่อง ส้วม
ส้วมเป็นสถานที่ถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ ซึ่งเป็นกิจวัตรที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของคน หากไม่มีการจัดการส้วมที่ถูกหลักสุขาภิบาล รวมทั้งการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้ส้วมที่ถูกวิธี ส้วมก็จะกลายเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรคที่สำคัญ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รับผิดชอบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้แก่ประชากรวัยเรียนช่วงอายุระหว่าง 4-18 ปี ซึ่งประชากรวัยเรียนดังกล่าวต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในสถานศึกษาวันละไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง โครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในสถานศึกษา จึงต้องมีความพร้อม ความปลอดภัยและความเพียงพอต่อการใช้สอยทั้งสิ้น
ส้วมถือเป็นหนึ่งในด้านอาคารสถานที่ภายในสถานศึกษาที่ต้องมีความสะอาด ปลอดภัย เพียงพอต่อการใช้สอยดังกล่าวด้วย แต่จากการสำรวจสภาพส้วม พฤติกรรมการใช้ส้วมของนักเรียน ปรากฏว่า สภาพของส้วมซึ่งประกอบด้วยโครงสร้างอาคาร สุขภัณฑ์ อุปกรณ์ใช้สอยที่จำเป็นมีสภาพชำรุดทรุดโทรมไม่เป็นไปตามมาตรฐานของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ในส่วนของพฤติกรรมการใช้ส้วมซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ปรากฏว่านักเรียนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการใช้ส้วมที่ไม่ค่อยถูกวิธี จึงส่งผลให้ส้วมสถานศึกษามีความสกปรก มีกลิ่นเหม็น นอกจากนี้นักเรียนจำนวนหนึ่งยังมีพฤติกรรมชอบทำลายวัสดุ อุปกรณ์รวมทั้งขีดเขียนข้อความไม่พึงประสงค์หรือพ่นสีสเปรย์บนฝาผนังห้องส้วมอีกด้วย
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้ทำการสำรวจความชุกของการอักเสบและติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและพฤติกรรมการกลั้นปัสสาวะในเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาในกรุงเทพมหานครในปี 2550 โดยทำการสำรวจเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 จำนวน 2 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 600 ราย พบว่า มีอาการผิดปกติของทางเดินปัสสาวะทั้งหมด 32 ราย (ร้อยละ 5.3) ร้อยละ 18.8 ของเด็กจำนวนนี้มีประวัติชอบกลั้นปัสสาวะประจำเพราะไม่อยากเข้าห้องส้วมที่สถานศึกษา ซึ่งเด็กกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการผิดปกติของทางเดินปัสสาวะ คิดเป็น 1.6 เท่าของเด็กที่ไม่มีประวัติกลั้นปัสสาวะเป็นประจำ ร้อยละ 95 ของเด็กนักเรียนในกรุงเทพมหานคร มีความต้องการให้ปรับปรุงห้องส้วม ประเด็นที่ต้องการให้ปรับปรุงมากที่สุดได้แก่ เรื่องความสะอาด กลิ่น ให้มีสายฉีดน้ำและกระดาษชำระ
ปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อการไม่กล้าใช้ส้วมสถานศึกษา เกิดพฤติกรรมกลั้นปัสสาวะของนักเรียน มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ รวมทั้งส่งผลต่อสภาพจิตใจ ของนักเรียนด้วย
สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดเรียนการสอน จำเป็นต้องสร้างเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องส้วม พฤติกรรมการใช้ส้วมที่ถูกวิธีให้แก่นักเรียน ซึ่งความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวนี้สามารถถ่ายทอดไปสู่ครอบครัวของนักเรียนตลอดจนชุมชนได้อีกด้วย
ตอนที่ 2 บทเรียนเรื่องส้วมสัมพันธ์กับหลักสูตรอย่างไร
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม มีความรู้ ความสามารถ มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลกยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งดีงามในสังคมและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
การจัดการเรียนรู้ จึงต้องยึดจุดหมายของหลักสูตรดังกล่าว โดยส่งเสริมผู้เรียนให้เรียนรู้จากการเผชิญสถานการณ์ การได้สัมผัสสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยการปฏิบัติจริง ให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น
การจัดการเรียนรู้เรื่องส้วม เป็นการปลูกฝังให้ผู้เรียนมีพฤติกรรมการใช้ส้วมที่ถูกวิธีและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย (สุขนิสัย) ซึ่งสอดคล้องกับจุดหมาย มาตรฐาน ตัวชี้วัด และสาระการเรียนรู้แกนกลางของหลักสูตร ซึ่งสถานศึกษาสามารถจัดการเรียนรู้เรื่องส้วมได้โดยตรง ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา หรือจัดการเรียนรู้บูรณาการระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและ พลศึกษากับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ
ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา มีมาตรฐาน และตัวชี้วัดที่สามารถจัดการเรียนรู้เรื่องส้วมดังนี้
สาระที่ 1 การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
ป.1 อธิบายลักษณะและหน้าที่ของอวัยวะภายนอก
ป.5 อธิบายความสำคัญของระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายที่มีผลต่อสุขภาพ การเจริญเติบโตและพัฒนาการ
ม.4-6
1. อธิบายกระบวนการสร้างเสริมและดำรงประสิทธิภาพการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ
2. วางแผนดูแลสุขภาพตามภาวะการเจริญเติบโตและพัฒนาการของตนเองและบุคคลในครอบครัว
สาระที่ 2 ชีวิตและครอบครัว
มาตรฐาน พ 2.1 เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษาและมีทักษะในการดำเนินชีวิต
ป. 1 บอกลักษณะความแตกต่างระหว่างเพศชายและเพศหญิง
ป. 2 ระบุบทบาทหน้าที่ของตนเองและสมาชิกในครอบครัว
ม. 3 อธิบายอนามัยแม่และเด็กและวิธีปฏิบัติตนที่เหมาะสม
สาระที่ 3 การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค
มาตรฐาน พ 4.1 เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดำรงสุขภาพ การป้องกันโรคและการสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
ป.1 ปฏิบัติตนตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติตามคำแนะนำ
ป.3 อธิบายการติดต่อและวิธีป้องกันการแพร่กระจายของโรค
ป.4 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพ
ป.5
1. แสดงพฤติกรรมที่เห็นความสำคัญของการปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติ
2. ค้นหาข้อมูลข่าวสารเพื่อใช้สร้างเสริมสุขภาพ
3. ปฏิบัติตนในการป้องกันโรคที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน
ป.6
1. แสดงพฤติกรรมในการป้องกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสุขภาพ
2. วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากการระบาดของโรคและเสนอแนวทางป้องกันโรคติดต่อสำคัญที่พบในประเทศไทย
3. แสดงพฤติกรรมที่บ่งบอกถึงความรับผิดชอบต่อสุขภาพของส่วนรวม
ม.3 รวบรวมข้อมูลและเสนอแนวทางแก้ปัญหาสุขภาพในชุมชน
ม.4-6
1. วิเคราะห์บทบาทและความรับผิดชอบของบุคคลที่มีต่อการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในชุมชน
2. วางแผนและปฏิบัติตามแผนการพัฒนาสุขภาพของบุคคลในชุมชน
3. มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพของบุคคลในชุมชน
สาระที่ 4 ความปลอดภัยในชีวิต
มาตรฐาน พ 5.1 ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัย พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยาสารเสพติด และความรุนแรง
ป.1 ระบุสิ่งที่ทำให้เกิดอันตรายที่บ้าน โรงเรียนและการป้องกัน
ป.2 ปฏิบัติตนตามสัญลักษณ์และป้ายเตือนของสิ่งของหรือสถานที่ที่เป็นอันตราย
ป.3 ปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากอุบัติเหตุในบ้าน สถานศึกษาและการเดินทาง
ม.3 วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพและแนวทางป้องกัน
ม.4-6
1. วางแผน กำหนดแนวทางลดอุบัติเหตุและสร้างเสริมความปลอดภัยในชุมชน
2. มีส่วนร่วมในการสร้างเสริมความปลอดภัยในชุมชน
ตอนที่ 3 สาระที่ควรรู้เกี่ยวกับบทเรียนเรื่องส้วมมีอะไรบ้าง
3.1 ความหมายของส้วม
ส้วม คือ สถานที่ที่สร้างไว้สำหรับถ่ายอุจจาระปัสสาวะโดยเฉพาะ มักทำเป็นห้อง(พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542)
ส้วมสาธารณะหมายถึง สถานที่ที่ประชาชนสามารถเข้าไปใช้บริการถ่ายอุจจาระและปัสสาวะได้ตลอดเวลาที่เปิดให้บริการ โดยอาจเสียค่าบริการหรือไม่เสียค่าบริการก็ได้
3.2 เกณฑ์มาตรฐานส้วม
เกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะระดับประเทศ จะเน้นให้ส้วมสาธารณะมีความสะอาด เพียงพอ ปลอดภัย หรือ Healthy Accessibility Safety(HAS) มีรายละเอียดดังนี้
1. สะอาด (Healthy) หมายถึง ส้วมจะต้องได้รับการดำเนินการให้ถูกหลักสุขาภิบาล(Sanitation Conditions) เช่น ห้องส้วมและสุขภัณฑ์ทั้งหมดจะต้องสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น มีวัสดุ อุปกรณ์ บริการ เช่น น้ำสะอาด สบู่ล้างมือ กระดาษชำระ เพียงพอ การเก็บกักหรือบำบัดสิ่งปฏิกูลถูกต้องและมีสภาพแวดล้อมสวยงามซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้ใช้ส้วม
2.เพียงพอ (Accessibility) หมายถึง ต้องมีส้วมให้เพียงพอแก่ความต้องการของผู้ใช้รวมถึงผู้พิการหรือผู้ด้อยโอกาส
3. ปลอดภัย(Safety) หมายถึง ผู้ใช้บริการจะต้องปลอดภัยขณะใช้ส้วม เช่นสถานที่ตั้งส้วมไม่เปลี่ยว แยกเพศชาย หญิง มีแสงสว่างพอเพียง เป็นต้น

นักเรียนกำลังทำความสะอาด

จัดบอร์ดนิทรรศการ การทำความสะอาดห้องน้ำ โรคชิคุนกุนย่า
และโรคหวัดพันธุ์ใหม่

มีของแถมจากสถานีอนามัยตำบลดอนรักแถมมาให้ค่ะ ไม่เพียงแต่โครงการส้วมสุขสันต์เท่านั้น วันนี้ครูจิ๋วได้ไปติดต่อประสานงานกับ สถานีอนามัย ตำบลดอนรัก อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ได้ข้อมูลดีๆเกี่ยวกับ การกำจัดยุงลายเพื่อป้องกันไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนย่า ด้วยการทำดี 4 ประการ
1. ปิดฝาโอ่ง 2. เปลี่ยนน้ำในแจกัน 3. ปล่อยปลากินลูกน้ำ
4. ปรับปรุงสิ่งแวดล้อม
และทางอนามัยดอนรักยังให้แผ่นโปสเตอร์ ระวังโรคชิคุนกุนย่า
และยุทธศาสตร์ 5 ป. เพื่อพิชิตยุงลาย ป้องกันไข้เลือดออก และโรคชิคุนกุนย่า


สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ ครูพี่คิม
ขอบคุณที่เข้ามาเม้นค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่จิ่ว
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ พี่เก่งจังเลย
ขอชื่นชมค่ะ
ระวังยุงลายนะครับคุณครู
กลับมาคอน มากินกาแฟกันมั่งนะครับคุณครู
สวัสดีค่ะ คุณหนุ่มร้อยเกาะ
ขอบคุณค่ะ ที่เตือน
รักษาสุขภาพนะคะ
โชคดี มีสุขค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุจรินทร์ วรรณมาศ
ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ
เป็นหน้าที่ที่จะต้องทำนะค่ะ
โชคดี มีสุขค่ะ
สวัสดีค่ะ นาย ธัญศักดิ์ ณ นคร
ขอบคุณค่ะที่เตือน
บุญสัมพันธ์ แล้วก็จะได้เจอค่ะ
โชคดี มีสุขค่ะ