ผมว่าการแก้ความเหลื่อมล้ำที่ง่ายที่สุดอันดับแรกคือเริ่มต้นที่ตัวเรานะครับ...

              ปัญหาอีกอย่างที่เกิดขึ้นกับหลาย ๆ คนโดยเฉพาะผู้ที่ค่อนข้างมีอายุมากคือการ "ปิดกั้น" ที่จะเรียนรู้กับเทคโนโลยี่ใหม่ ๆ ครับ เนื่องจากเทคโนโลยี่สมัยใหม่เกิดขึ้นมาทีหลัง ผิดกับเด็กสมัยใหม่นะครับ ที่เกิดมาก็มีเทคโนโลยี่ใหม่ ๆ ให้พร้อมที่จะเรียนรู้...  

 

             เหมือนพี่สาวคนโตของผมนะครับที่เมื่อก่อนก็ใช้คอมพิวเตอร์ไม่ค่อยได้ แต่ด้วยอาชีพครูและการที่ต้องทำผลงานทางวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นสื่อการสอนในรูปแบบ e-Book หรือการเรียนการสอนโดยใช้สื่อผสม สื่อประสม ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยี่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น...

              ด้วยความที่พี่สาวผมเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดรับและพร้อมที่จะเรียนรู้ ทำให้เดี๋ยวนี้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้คล่อง และสามารถหาความรู้เพิ่มเติมใหม่ ๆ มาสอนเด็ก ๆ ได้จากอินเตอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตครับ ซึ่งผมมองว่ามีความจำเป็นมาก ๆ สำหรับอาชีพครูครับ...

              ยิ่งเป็นครูที่ต่างจังหวัดด้วยแล้วยิ่งจำเป็นมาก ๆ นะครับ เพราะเด็ก ๆ ในต่างจังหวัดยิ่งขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว หากครูผู้สอนยังปิดกั้นตัวเองที่จะเรียนรู้ด้วยแล้ว ผมว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำทางความรู้ระหว่างเด็กชนบทกับเด็กในเมืองคงยิ่งเพิ่มมากขึ้นนะครับ...

            ผมเห็นคนรุ่นเก่าหลาย ๆ คนยังกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะใช้เทคโนโลยี่ใหม่ ๆ นะครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นอุปสรรคที่สำคัญในการลดความเหลี่ยมล้ำทางความรู้ที่เกิดขึ้นครับ ผมว่าการแก้ความเหลื่อมล้ำที่ง่ายที่สุดอันดับแรกคือเริ่มต้นที่ตัวเรานะครับ...

             ... ยอมเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เพื่อเป็นการเปิดช่องทางการเรียนรู้ใหม่ ๆ ให้กับตัวเราเองครับผม...