ขอนำข้อความที่คุณหมอวิจารณ์ พานิช เขียนชี้แนะถึงวิทยานิพนธ์ของผู้เขียนต่อนะคะ

ตอนที่แล้วข้อความอาจยาวมาก มาไม่หมดค่ะ

เนื่องจากวิทยานิพนธ์นี้เป็นเรื่อง Knowledge Creation เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนคุณยุวนุชจึงนำเสนอส่วนที่เป็นพลวัตของความรู้เพื่อการพัฒนาในสังคมไทยปัจจุบันอีก 102 หน้าจบลงด้วยการเอา SECI Model และแนวคิดเรื่อง ba ของโนนากะมีตีความ

ตัวข้อมูลของวิทยานิพนธ์คือกรณีศึกษา 9 กรณีได้แก่
-
กลุ่มที่ 1 : เกษตรกรรมและอาหาร มี 4 กรณี
1)
การพัฒนาพันธุ์ข้าวจ.พิจิตรเป็นเรื่องราวของคุณสินชัยบุญอาจที่ขวนขวายเรียนรู้ทั้งจากผู้อื่นและจากการทดลองด้วยตนเองและชักชวนเพื่อน ๆเกษตรกรร่วมกันทดลองและเรียนรู้
2)
ผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวจ.ปทุมธานีเป็นเรื่องราวของหม่อมหลวง Sirin Rongson (ผมเขียนทับศัพท์ภาษาอังกฤษเพราะไม่ทราบชื่อภาษาไทยไม่มีโอกาสสอบถาม)กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์เนม Lady Sirin ของบริษัท P. Green Herb (2001)
3)
สมุนไพรไร้สารพิษจ.ระยองเป็นเรื่องราวการเรียนรู้และสร้างความรู้ด้านสมุนไพรและการรักษาโรคของคุณดำรงศักดิ์ชุมแสงพันธ์หรือหมอกุ
4)
การปรับปรุงดินในโครงการฟ้าสู่ดินจ.บุรีรัมย์เป็นเรื่องราวการทดลองและสร้างความรู้เพื่อการบำรุงดินของกลุ่มชาวบ้านประมาณ 100 ครัวเรือนที่อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ภายใต้การนำของครูบาสุทธินันท์ปรัชญพฤทธิ์

-
กลุ่มที่ 2 : การแพทย์แผนไทยมี 2 กรณี
5)
หมอเมืองล้านนาจ.เชียงรายเป็นการฟื้นฟูความรู้และการปฏิบัติขึ้นมาใหม่โดยดร. ยิ่งยง เทาประเสริฐ แห่ง มรภ.เชียงราย
6)
การพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์จ.ปราจีนบุรีจากการริเริ่มสร้างสรรค์ของเภสัชกรหญิงสุภาภรณ์ปิติพร

-
กลุ่มที่ 3 : หัตถกรรมมี 2 กรณี
7)
ผ้าหม้อฮ่อมแม่ธีตาจ.สกลนครเป็นเรื่องราวของการเรียนรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายย้อมสีหม้อฮ่อมของนางธีตาแดงใจและ นส.ประไพพรรณ แดงใจ ผู้เป็นลูกสาว(ผู้เขียนขอแก้จากผ้าหม้อฮ่อม เป็น ผ้าย้อมคราม นะคะ นี่เป็นผ้าคนละชนิดกัน)

8)
เฟอร์นิเจอร์ผักตบชวาจ.ปทุมธานีเป็นเรื่องราวการเรียนรู้และพัฒนาความรู้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ทำด้วยเส้นใยผักตบชวาเป็นสินค้าส่งออกของมล. ภาวิณี สันติศิริ และนายสุวรรณ คงขุนเทียน บริษัท โยธกาอินเตอร์เนชั่นแนล

-
กลุ่มที่ 4 : ธุรกิจชุมชนจุลภาคมี 1 กรณี
9)
โรงงานแป้งขนมจีนอ.นพพิตำจ.นครศรีธรรมราชเป็นการเรียนรู้และสร้างความรู้ของคนในชุมชน

แต่ละกรณีศึกษามีเรื่องราวละเอียดมากผมจะไม่กล่าวถึง จะเลยไปที่บทตีความกรณีศึกษา
ทั้ง 9 เมื่อมองหาปฏิสัมพันธ์ระหว่าง LW กับ MST ในการสร้างความรู้ซึ่งคุณยุวนุชได้ตีความในหลายมิติ
มิติที่ 1 ผู้ริเริ่มคุณยุวนุชแบ่งเป็น 3 กลุ่ม
1)
ชุมชนชนบทเป็นผู้ริเริ่ม มี 5 กรณีได้แก่กรณีที่1, 3, 4, 7 และ 9
2)
นักวิชาการเป็นผู้ริเริ่ม ได้แก่ กรณีที่ 5 และ 6
3)
ภาคธุรกิจเป็นผู้ริเริ่ม ได้แก่กรณีที่ 2 และ 8
มิติที่ 2การวิเคราะห์โดยใช้ SECI และ ba model
มิติที่ 3พลังทวีคูณที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่าง LW กับ MST
มิติที่ 4การมองปฏิสัมพันธ์ระหว่าง LW กับ MST ไปสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงสังคม
(transformation)
ไปเป็นสังคมเรียนรู้และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

มาถึงความเห็นของผมต่อวิทยานิพนธ์นี้เสียที

ข้อชื่นชม
1. วิทยานิพนธ์นี้สะท้อนความวิริยะอุตสาหะทำงานหนักและความมีความรู้และประสบการณ์กว้างขวางของคุณยุวนุช ทินนะลักษณ์ อย่างชัดเจน
2.
ภาษาอังกฤษดีมาก แม้จะเขียนเรื่อง LW ซึ่งกลิ่นไอสาระเป็นกลิ่นปลาร้า กะปิแต่กลิ่นไอภาษาอังกฤษเป็นกลิ่นนมเนย
3.
รูปแบบการนำเสนอกรณีศึกษาความร่วมมือระหว่าง LW กับ MST ในการสร้างความรู้และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยนำเสนอผู้ริเริ่ม (initiator), เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและริเริ่มการใช้ LW กับ MST เพื่อการสร้างสรรค์ ที่คุณยุวนุชเรียกว่า Disruptive moment หรืออาจเรียกว่า Tipping point, และผู้ช่วยเหลืออำนวยความสะดวก (Facilitator) ผมเห็นด้วยว่าองค์ประกอบทั้ง 3 นี้ม