แม่คะ

 

หนูกลับมาถึงเชียงใหม่แล้วค่ะ หลังจากที่ต้องนั่งเครื่องบินถึงสองต่อ จากอุดรเข้ากรุงเทพ จากกรุงเทพสู่เชียงใหม่  นับว่าโชคดีที่ได้ตั๋วฟรีมา ไม่งั้นปานนี้หนูคงกำลังนั่งปวดก้นกบบนรถทัวร์อุดร-เชียงใหม่ พรุ่งนี้สายๆจึงจะถึงเชียงใหม่ เครื่องบินก็ช่วยให้มาถึงเชียงใหม่ได้เร็วขึ้น แต่หากต้องจ่ายเงินเองราคาก็คงหลายเท่าของราคาค่ารถทัวร์ แต่ช่างเถอะค่ะ อยากเล่าเรื่อง สนามบินสุวรรณภูมิให้แม่ฟังมากกว่า

หนูไม่ได้มาสุวรรณภูมินานมาก จนจำอะไรไม่ได้ แล้วก็ไม่ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับสนามบินมาก่อน ทำให้หนูเดินหลงสุวรรณภูมิอยู่เป็นนาน วันนี้หนูต่อเครื่องที่สุวรรณภูมิ โชคดีที่เผื่อเวลาเอาไว้ ไม่งั้นมีหวังตกเครื่องบินมาเชียงใหม่เป็นแน่ค่ะ

วันนี้จากตัวเครื่องบินต้องต่อรถบัสเข้ามายังอาคาร ไม่ได้เดินในทางเดินภายใต้โดมอันสวยงาม ผู้โดนสารจากอุดร เต็มลำ หนูได้นั่งแถวสุดท้ายพอดี แถวที่ 26 ที่นั่ง D ชอบค่ะ ที่ได้ดี เดี๋ยวนี้แอร์เอเชียมีการระบุหมายเลขที่นั่งให้ด้วยหลังจากเมื่อก่อนต้องแย่งกันนั่ง ลูกชายตัวเล็กของคนผิวดำคนหนึ่ง ชวนหนูคุยใหญ่เลยค่ะ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง หนูก็คุยบ้างหลับตาบ้างเพราะรู้สึกเวียนหัว พ่อเด็กจึงหอบเอาลูกไปให้แม่ของเขา ลืมตาอีกที ก็ได้ยินเด็กร้องอยู่แถวอื่นเสียแล้ว

ผู้โดนสารขาเข้า ต้องมารับกระเป๋าที่ชั้นสอง ซึ่งชั้นสองเป็นประตูขาออกด้วย หนูไม่ได้ฝากกระเป๋าจึงเดินเลยไปที่ประตูทางออกไปขึ้นเครื่อง หนูคิดว่าเป็นทางออกที่สามารถไปเช็คอินเที่ยวบินต่อไปได้ แต่ไม่มีทางออก จึงต้องเดินย้อนกลับมาที่รับกระเป๋า

ทางออกที่ไปไหนๆ ไม่ว่าจะเช็คอิน กินข้าว เข้าเมืองอยู่ที่นี่..........นี่เอง คราวนี้หนูเลยเดินตามป้าย แล้วนึกขึ้นมาได้ว่าเชคอินอยู่ชั้น4  เลยขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นไปชั้น4 ที่เชคอินอยู่ที่นี่ ใช่ละ แต่ตอนนี้รู้สึกหิวยังไม่ถึงเวลาเชคอิน ขอไปกินอะไรก่อนดีกว่า จึงลงมาที่ชั้น3 เพราะที่นี่มีร้านอาหาร ถึงแม้ว่าผู้โดนสารดูไม่มากและคึกคักนัก แต่ว่าร้านอาหารโต๊ะเต็มเกือบทุกร้าน คงเพราะนั่งกันนานไปหน่อย อยากกินข้าวร้าน S&P เลยอด ต้องไปซื้อข้าวกล่องที่ food village ก็ถูกเงินดีอร่อยพอใช้ได้ ในราคา 40 บาท แต่น้ำเก็กฮวยแก้วละ 20 บาท คิดว่าแพงไปน่าจะสนับสนุนให้คนกินน้ำสมุนไพรกันเยอะๆ

 

หลังจากทานข้าวหนูขึ้นเป็นเชคอินที่ชั้น 4 แล้วถูกชี้ให้ลงไปที่ชั้น 2 อีกทางหนึ่ง ที่นี่หนูถูกเอกซเรย์กระเป๋า แล้วก็ลงไปที่เดิมที่หนูเดินหลงเข้าไป แต่ตอนนั้นทำไมเข้ามาได้ หากหนูเช็คอินออนไลน์มาจากบ้าน แล้วถามประชาสัมพันธ์ถึงประตูทางออก หนูก็คงไม่ต้องเอกซเรย์ ความปลอดภัยจะเพียงพอหรือเปล่าคะ.......เนี่ย

 

เครื่องบินลำที่หนูนั่งมาเชียงใหม่ ไม่เต็มลำ หนูได้แถวที่ 17 ที่นั่ง D อีกแล้ว หนูแอบดีใจที่หนูได้ดีทั้งสองเที่ยว หนูรู้สึกเวียนหัวมากกว่าเดิม ลำนี้นั่งไม่สบายด้วย 

อยู่บนเครื่องเขามีอาหารและของที่ระลึกขายด้วย เพราะเขาไม่มีอาหารแจกให้เหมือนเครื่องบินอื่นที่ไม่เรียกว่าต้นทุนต่ำ หนูซื้อ tag ห้อยกระเป๋ามาอีกแล้วค่ะ สีแดงสดเชียวค่ะ

สนามบินเชียงใหม่ สวยดีค่ะ มีแท๊กซี่บริการเยอะด้วย ซึ่งหนูกังวลในครั้งแรกว่าจะเข้าเมืองอย่างไร แต่หนูไม่นั่งแท๊กซี่หรอกค่ะ รอรถเมล์หรือไม่ก็รถแดง ไม่นานก็มีรถแดงสองแถวก็แวะเข้ามา จ่ายค่าบริการ 30 บาท หากแท๊กซี่คงเป็นร้อย

เชียงใหม่ดูไม่คึกคักเลยค่ะ ไม่รู้ว่าช่วงสงกรานต์นักท่องเที่ยวเยอะหรือเปล่า แต่เมื่อหนูเข้าเขตคูเมืองก็เงียบเหงาอย่างไรก็ไม่รู้

 

แค่นี้ก่อนนะคะ เวียนหัวค่ะแม่

ลูก

18 เมษายน 2552 : 22.25 น.

ปล. ข้อมูลสุวรรณภูมิ http://www2.airportthai.co.th/airportnew/sun/index.asp?lang=th