จึงใคร่ขอเสนอจังหวัดที่มีประวัติเรื่อง"ข้าว"เปิดถนนข้าวในวันสงกรานต์ เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นเกียรติแก่ข้าวไทย

       วันสงกรานต์ผูกพันธ์กันมากับผู้คนในชุมชนที่มีวัฒนธรรมสองศาสนา คือพุทธ และอิสลาม  ตอนเด็กๆก็แอบไปสนุกสนานสาดน้ำด้วยกัน กลับมาบ้านก็โดนว่าห้ามไม่ให้ไปเล่นสงกรานต์ เพราะเป็นประเพณีทางพุทธ  อิสลามห้ามไปยุ่งเกี่ยว

    โตขึ้นมาหน่อยไปเลี้ยงวัวพวกผู้ใหญ่ หิ้ววิทยุไปนาด้วย  ช่วงวันที่ 10  เมษายนจะได้ยินเพลง"สงกรานต์บ้านนา" เปิดให้ฟังทุกสถานี ติดใจในเนื้อร้อง  ทำนองเพลงที่  รุ่งเพชร  แหลมสิงห์ร้องเอาไว้  เนื้อเพลงมีดังนี้  

ประเพณีไทย  เมื่อสมัยครั้งเก่าก่อน

แล่นแอบซ่อน  รูปหลวงพวงมาลัย  

 ตรุษสงกรานต์  สนานสนุกกันพอใจ  

 พี่วิ่งไล่  น้องก็หลบเมื่อพบหน้า 

 พี่เข้ากอด น้องยังออด   ทำเอียงอาย  

 คืนเดือนหงาย พอพี่จูบน้องทุบพลาง 

นอนหนุนตัก   สัญญารักริมกองฟาง 

จนแสงเดือนจางพี่ไม่ห่างน้องไปไกล  

 ลืมน้ำคำของพี่เสียหมด 

 พี่คงอด  เที่ยวงานสงกรานต์เดือนอ้าย 

 ย่างเข้าเดือนยี่ แล้วน้องหนีพี่ไปใหน  

หรือเจ้าไปมีแฟนใหม่  ลืมเราวิ่งไล่ในวันสงกรานต์  

รักกันมาตั้งแต่เมษาวันที่เก้า 

เศร้าปีนี้เศร้า ขาดคู่เคล้าเศ้ราซมซาน 

 คืนเดือนเพ็ญ แสงเดือนเด่นเป็นพยาน 

กลับเถิด   นงคราญมาเล่นสงกรานต์ที่บ้านนาเรา ......

     ตอนเฒ่า เห็นหลายจังหวัดจัดงานวันสงกรานต์ ด้วยการเปิดตัวถนนชื่อ  "ข้าว" เช่น ถนนข้าวสาร  กรุงเทหมหานคร   ถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น  ถนนข้าวปุ้น จังหวัดนครพนม จึงไคร่เสนอจังหวัดที่มีประวัติเรื่อง  ข้าว เปิดถนน"ข้าว"ในวันสงกรานต์เพิ่มเพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นเกียรติแก่ข้าวไทย  

    ถนน  ข้าว และประเพณีสงกรานต์ดังจังหวัดต่อไปนี้ 

 ถนนข้าวหลามจังหวัดนครปฐม

ถนนข้าวจี่ จังหวัดในภาคอิสาน  

 ถนนข้าวยำ จังหวัดในภาคใต้ ส่วนว่าจังหวัดไหน มีข้าวอะไรที่เด่นๆก็ใช้ชื่อข้าวนั้นไปเลย 

เช่นว่าจังหวัดพัทลุง  ถนนข้าวสังข์หยด  หรือถนนข้าวเม่า ก็แล้วแต่เพราะที่พัทลุงเรามีการจัดงานวันข้าวเม่าอยู่ด้วยถนนข้าวเม่าหรือถนนข้าวสังข์หยด พัทลุงขอจองไว้ก่อน  มีโอกาสเสนอท่านผู้ว่าพิจารนาอย่างเป็นทางการต่อไป