1. พี่เอก จตุพร รับประกันความพอใจครับพี่น้อง :) 2. รูปเยอะ มาก ม๊ากกก :)

สวัดีครับทุกคน มาตามคำมั่นที่เดย์บอกไว้ว่าจะเอาเรื่องราวที่ไปเที่ยวอัมพวา มาเล่าสู่กันฟัง บัดนี้พร้อมแล้วนะครับ :)

โดยบันทึกนี้จะแนะนำให้รู้จักที่พักคืนแรกที่เดย์ไปอาศัยนอน คือ บ้านริมคลองโฮมสเตย์ ที่พี่เอก จตุพร พระเอกสุดคนึงของเราได้แนะนำเดย์ไว้ดังนี้

ความคิดเห็น

P

1. จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
เมื่อ ส. 07 มี.ค. 2552 @ 17:13
1169409 [ลบ] [แจ้งลบ]

ที่อัมพวา ผมแนะนำที่ บ้านริมคลองโฮมสเตย์ ครับ ผมเจอพี่ถิรดา (เจ้าของและนักพัฒนาด้านการท่องเที่ยว) บ่อยๆในเวที งานวิจัยท่องเที่ยว

อ่านได้จาก เวป http://banrimklong.9nha.com/homestay1.html

บ้านริมคลอง
www.banrimklong.9nha.com
43/1 ม.6 ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม
โทรศัพท์ 08-9170-2904 , 0-3475-2755
โครงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน

ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

....................................................................................................................................

พี่เอกชี้นำไปทางนั้น ผมก็เปิดเว็ปลิงค์ไปดูก็รู้สึกว่าน่าสนใจมากๆครับ :พอไปมาแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ...ฟันธง!!

บ้านริมคลองโฮมสเตย์นั้น หาไม่ยากครับ ก่อนเข้าอัมพวา 4 กิโลเมตร จะมีป้ายชี้บอกทาง

               

จากนั้นก็ไปยูเทิร์นข้างหน้า เลี้ยวเข้าซอยร้านอาหารชาวเล และกนกรัตน์รีสอร์ท ขี่เข้าไปจะมีแผนที่เป็นป้ายใหญ่ๆเต็มตาบอกทางเลี้ยว ไปตามนั้นแล้วเลี้ยวตามลูกศร ไม่เกิน 1 กิโลเมตรก็ถึงที่หมายเราแล้ว :)

เดย์ขอเล่าด้วยภาพละกันนะครับเพราะ ภาพเยอะมากๆ

พยายามคัดแล้วก็ยังเสียดายน่ะครับ เลยเอามาลงทั้งครึ่งร้อยเลย แฮะๆ

              

บ้านริมคลองโฮมสเตย์

เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนะครับ นำโดยพี่เล็ก ถิรดา ซึ่งเป็นเจ้าของที่พักของผมคืนนั้น โดยสมาชิกบ้านริมคลองก็จะมีโฮมสเตย์ของตน อยู่ตลอดริมแม่น้ำ ประมาณ 4-5 แห่ง

กลุ่มนี้รวมตัวกันเพื่อร่วมกันอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนริมคลองไว้ ไม่ให้ถูกกลืนไปกับความเจริญที่ไหลมากับน้ำ 

พี่เล็กเปิดบ้านริมคลองมา 7 ปีแล้วครับ และใช้เวลาอันมีค่านี้ ออกเดินสายพูดคุยทำความเข้าใจกับคนในชุมชน ให้ตระหนักถึงความจริงที่มนุษย์เรานั้นต้องการธรรมชาติ ฉะนั้น นักท่องเที่ยวที่เค้ามาอัมพวา ก็เพราะเค้าอยากอยู่กับธรรมชาติ แล้วทำไมเราจึงต้องไปแปรเปลี่ยนของดีที่เรามี ไปสร้างรีสอร์ทแพงๆ เหมือนๆกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ซึ่งที่อื่นอาจจะเหมาะ แต่มันไม่เหมาะกับอัมพวาของเรา (ผมนั่งฟังพี่เล็กพูดจนบรรลุเลยครับ 555)

ที่พักของบ้านพี่เล็กนั้นมี 4 แบบ เท่าที่ผมเห็นน่ะนะครับ

ผมพักแบบประหยัดที่สุด คืนละ 500 เอง เป็นแบบข้างล่างนี้

เป็นห้องเล็กๆพอดีนอน 2 คน ทีวี+พัดลม กับธรรมชาติติดคลองก็แจ๋วแล้วครับ

ไม่มียุง และไม่ต้องการแอร์ครับ ฝาบ้านทุกทิศเปิด-ปิดได้ เท่มากๆ :)

ที่พักอื่นๆก็จะเป็น บ้านหลังขนาด 2 คน, 4 คน, 7-8 คนก็มีครับ ค่าบริการแตกต่างกันไป (ไม่น่าจะเกิน 1,500 นะครับสำหรับหลังใหญ่สุด เพราะหลัง 4 คนนั้นราคาแค่ 1,200 เอง)

รวมอาหารเช้าด้วยนะครับ มีปัญญากิน กินเลย สำหรับ ชา กาแฟ โอวัลติน ปาท่องโก๋ และข้าวต้มอร่อยๆ  :)

ราคาห้องนั้นรวมกับความประทับใจเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ที่คิดเป็นเงินไม่ได้ด้วย เดี๋ยวลองชมจากภาพของผมละกันครับ

พี่เล็กใจดีมากๆจริงอย่างที่พี่เอกบอกครับ แกจะพูดง่ายๆ ช้าๆ เย็นๆ และอ่อนน้อมเป็นทีสุด อยากได้อะไรบอกเลยครับ มีน้ำเปล่า น้ำอ้อย น้ำอัญชัญหวานๆ เย็นๆ อยู่ในถังน้ำแข็ง รอให้เราเดินไปเปิด รินแล้วรินอีกเรื่อยๆ

ไปชมภาพประทับใจกันเลยดีกว่าจ๊า.................

เชิญชมคร๊าบ......

ภาพวันที่ 14 มีนาคม 2552 บ่ายๆ

นักท่องเที่ยวฝรั่งบ้ามะพร้าวครับ สอยอยู่นั่นล่ะ 555

เช้าวันต่อมา..... 15 มีนาคม 2552

ออกไปหาอะไรกินดีกว่า

อิ่มแล้วออกไปสูดอากาศที่ริมน้ำดีกว่า รอใส่บาตรด้วย

นั่นแน่...มีเพื่อนบ้านผมมารอใส่บาตรอยู่ด้วย :)

อิ่มบุญแล้วกลับเข้าไปเดินเล่นบริเวณบ้านดีกว่า อิอิ

นี่เป็นทางข้ามไปสวนผลไม้ครับ มีทั้งกล้วย มะพร้าว ลิ้นจี่ มีแม้กระทั่ง บลูเบอรี่!!

เช้าๆ น้ำขึ้น ไหลเข้าสวนหล่อเลี้ยงต้นไม้ ไม่ต้องรดน้ำเอง :)

อ๊ะๆๆ เห็นสัตว์เลี้ยงริมคลองด้วย!

เจ้าโอเลี้ยงตัวดำนี้น่ารักและแสนรู้มากๆเลยนะครับ

เวลามีแขกมันจะมารอรับพร้อมพี่เล็ก หรือมาก่อน พอพาไปดูห้อง มันก็ตามไปด้วย

แล้วพอรู้แล้วว่าแขกคนนี้อยู่ห้องไหนมันก็จะจำ พอเรากลับมาจากข้างนอก เจ้าโอเลี้ยงก็จะเดินไปส่งถึงห้องเลย

คืนนั้นมันก็เดินไปส่งผมด้วยน๊า พอส่งเสร็จก็ยังไม่กลับไม่รู้ยืนรออะไร ผมเลยยื่นหมูสะเต๊ะให้มันไม้นึง โอเลี้ยงถึงกลับบ้าน !!!

ดูสิครับคุณ หมาบ้านพี่เล็ก 555

กระต่ายแลบลิ้นครับ อิอิ

ปูก้ามดาบนะครับพี่ๆ พอสายๆ น้ำลดแล้ว มันจะผุดตัวออกมาอาบแดด เดินเล่นกันยั่วเยี่ยเยอะมากๆ มันจะอยู่ข้างทางเดินนั่นแหละ เวลาเราเดินไปไหนมาไหน ก็หยุดแวะห้อยขาดูมัน ลูบหัวมันเล่นก็เพลินดีนะครับ :)

นกอะไรไม่ทราบ โฉบลงมาและกำลังจิกกินกบครับ :)

พี่เล็กมีอาชีพหลักคือ รับส่งเถ้าอังคารสู่ปากแม่น้ำครับ :)

เมื่อมีการฌาปนกิจ แล้วจะลอยอังคาร คนกรุงเทพฯและแถบนี้มักจะคิดถึงพี่เล็กครับ พี่เล็กบริการครบวงจร เตรียมของไหว้ พานดอกไม้ พราห์ม และเรือใหญ่ไว้ให้ลูกค้าล่องไปลอยอัฐิญาติ ที่ปากแม่น้ำตรงอ่าวไทย

วันที่ผมไปพักพี่เล็กก็เตรียมของจนดึกเลยครับ แวะไปคุยด้วยมือพี่เล็กก็ยังประดิษฐ์ดอกไม้ เย็บใบตอง จัดเป็นพานอย่างสวยงาม รอวันรุ่งขึ้นที่ลูกค้าจะมา

พี่เล็กงานเข้าตลอดเลยครับ จะมีเว้นก็วันพฤหัส ศุกร์ที่ลูกค้าไม่นิยมทำพิธีในวันนั้น แกเปิดสมุดรายชื่อแขกให้ดู เยอะมากๆครับ :)

พี่เล็กบอกว่าดีใจเหลือเกินที่พี่เล็กได้มีส่วนส่งเพื่อนมนุษย์ขึ้นสู่สวรรค์

ก่อนหน้านี้พี่เล็กทำงานที่เมืองกรุง ลำบากกับแฟนมามาก พอมีลูกจึงตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านกับธรรมชาติที่เคยอยู่มาตั้งแต่เด็กที่อัมพวานี้

พี่เล็กบอกว่าตั้งแต่ทำอาชีพนี้มา ชีวิตพี่เล็กมีแต่ความสุข(ผมเชื่อมากครับ ดูจากหน้าตา อิอิ) ทำมาค้าขึ้นตลอด มีมิตรที่ดีแวะเวียนมาหาเรื่อยๆไม่ขาด ผมฟังพี่เล็กเล่าแล้วก็เชื่ออย่างนั้นครับ เพราะพี่เล็กแกดูมีความสุขมากๆจริงๆกับปัจจุบันที่เป็นอยู่

เดย์ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

พี่เอก จตุพรP ที่กรุณาแนะนำบ้านริมคลองให้เดย์มาพัก

เดย์ได้ประสบการณ์ชีวิตที่ดีมากๆจากพี่และที่แห่งนี้ ขอบคุณมากๆครับพี่ :)

พี่เล็กฝากจดหมายน้อยมาถึงพี่เอกด้วยนะครับ

พี่เล็กจำพี่เอกได้ด้วยนะครับ แกอ๋อเลยล่ะ :) แต่คาดว่าจะจำชื่อไม่แม่น เลยนึกว่าพี่เอกชื่อเอ๋  (แต่ตอนคุยกันผมก็บอกว่าพี่เอก จากแม่ฮ่องสอนอยู่น๊า อิอิ)

ขอบคุณพี่เล็ก ถิรดา ที่เชื่อในวิถีชีวิตธรรมชาติและอยู่เคียงอัมพวามาตลอด

และขอบคุณ นายพุทธิพรและคุณสุวิมลที่พาตัวเองไปพบประสบการณ์ดีๆเช่นนี้

ขอบคุณพื้นที่G2Kอันอบอุ่นนี้ ขอบคุณทุกคนที่ทำให้เดย์หลงเสน่ห์การบันทึกครับ :)

และขอบคุณน้องเอ๋ที่เพิ่มพูนความรู้เรื่องต้นจากจ๊า ^^ น่ารักมากๆ เชิญอ่านได้ข้างล่างนี้ครับผ๊ม

P

27. เสี่ยวอวิ๋น
เมื่อ ศ. 31 ก.ค. 2552 @ 22:37
1447312 [ลบ] [แจ้งลบ]

พี่เดย์

เท่าที่รู้มานะคะ เจ้าต้นที่หน้าตาคล้ายต้นมะพร้าวติดเรือนนอนพี่เดย์เค้าเรียกต้นจากค่ะ

ต้นจากผูกพันกับวิถีชีวิตคนริมน้ำมาตั้งแต่สมัยกระโน้นละ ทุกส่วนสามารถใช้ประโยชน์ได้หมดค่ะ อาทิเช่นใบ หลังคาที่พี่เดย์นอนนั่นคือใบจากค่ะ เค้าเอามาสานเป็นหลังคา

ที่เรียกว่าหลังคามุงจากไงคะ ข้อดีก็คือ กันน้ำฝนได้ดีไม่รั่วเพราะมีความมันเหมือนใบลาน ใบตาล แต่เบาและบางกว่า เค้าบอกเวลาฝนตกจะหอมใบจากมากเลย

ส่วนลูกจาก จะเหมือนลูกปาล์ม เอามาทำลูกจาก แต่อย่าสับสนระหว่างลูกจากกะลูกชิดนะคะ คนละเรื่องกันเลย แต่มันหน้าตาคล้ายกันคนเลยเรียกกันสับสน ลูกจากจะอยู่ในน้ำจืด พบได้ที่แม่น้ำลำคลองตั้งแต่นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร แต่ลูกชิดเป็นไม้ยืนต้น มีลูกเป็นพวง อยู่ในน้ำกร่อยแถวๆ จันทบุรี ตราด ชลบุรี ดูง่ายๆ คือลูกจากจะแบนกว่า บางกว่า เนื้อนุ่มกว่า แต่ลูกชิด เนื้อจะหนา แข็งกว่า มีมิติเหมือนจะรีๆ ไม่แบน แถมต้นจากยังช่วยป้องกันการกัดเซาะของตลิ่งๆได้ด้วย ต้นไม้ที่สำคัญอีกชนิดแถวโซนนี้ก็คือ ต้นลำพู ดังที่พี่โกโบริบอกกับอังศุมาลินว่า จะรออยู่ใต้ต้นลำพูรอคู่กัน

ต้นลำพูเป็นไม้ริมนำ ที่มีลักษณะพิเศษคือมี รากดิน เป็นรากที่โผล่ขึ้นมาหายใจ แต่พี่พิเศษสุดคือเป็นที่อนุบาล และแพร่พันธุ์ของหิ่งห้อย แสงระยิบระยับแห่งราตรีกาลไงคะ

แม้ว่าจะเป็นนักฟิสิกส์ แต่ เคยเรียนวิชาเลือกพฤกษศาสตร์ค่ะ ไม่ต้องแปลกใจนะคะ

เป็นความชอบส่วนตัว ส่วนเรื่องเมฆเนี่ย มันอยู่ในสายเลือดค่ะ อิ อิ

..............................................................................................................

ป้ายต่อไป ไป ไป ไป.......

พาล่องเรือพาย เที่ยวชมชีวิตริมแม่น้ำ และ go to ตลาดน้ำอัมพวาสุดคลาสสิค โดยพี่วันชัย ไกล์จอมพูดเก่ง  (พูดเก่งมาก ม๊ากกก)

พี่วันชัย กับน้องตู่

รอชมอีกภายใน วัน สองวันนี้นะคร๊าบ

และที่สำคัญเป็นบันทึกที่รูปที่เยอะที่สุดในโลก G2K !!! (เวอร์จริงๆ อิอิ)

ขอบคุณทุกคนมากๆเลยครับ ที่ติดตามชม :)

P

พี่ถิรดาใจดีมากครับ อย่างน้อยการเที่ยวอัมพวาครั้งนี้ของน้อง ต้องคุ้มค่า และประทับใจเเน่ๆครับ

....................................................................................................................................