ตั้งใจไว้ว่าจะเป็นอาจารย์ที่ดี สอนอย่างต่อเนื่องไม่ขาด ปรากฏว่า แค่วันแรกของการสอนภาคฤดูร้อน ก็ต้องขาดสอนเสียแล้วครับ อันเนื่องจากต้องไปร่วมงานสัมมนารับน้องใหม่ ป.เอก อันที่จริง จะไม่ไปแล้วครับ กะว่าจะหายไปเสียเงียบๆ ปรากฏเมื่อคืน โดนโทรมาย้ำ แถมบอกว่า อุตสาห์สั่งอาหารจากร้านอาหารมุสลิมให้แล้ว ถ้าไม่มาอีกโกรธจริงๆ ฮา เล่นงี้เลยต้องไปครับ แต่ก็ขอตัวว่า ไปเฉพาะช่วงบ่ายได้มัย สรุปว่าไม่ได้ครับ แต่ช่วงบ่ายกลับมาก่อนก็ได้
วันนี้ช่วงเช้านักศึกษาเลยต้องเจอกับใบงานก่อนที่จะได้เจออาจารย์ตัวเป็นๆ จำเป็นครับสำหรับใบงาน ใบกิจกรรม เพราะช่วงฤดูร้อน หาเวลาสอนชดเชยลำบาก
การไปสัมมนารอบนี้ โดนย้ำผ่านทางโทรศัพท์เมื่อคืนว่า ต้องใส่สูท ผูกไทด์ครับ อันเนื่องจากโดยผู้บริหารคณะสบประมาทว่า สาขาวิชานี้เปิดมาสองรุ่นแล้ว ยังไม่เห็นใครมีมาร์ทผู้นำเลย ฮิฮิ ผมก็แย้งว่า แหม่ ผู้นำต้องใส่สูท ผูกไทด์หรือ? แล้วมันก็เปิดประเด็นจริงๆ ครับ ที่ผู้บริหารคณะที่ไปเปิดพิธีพูดขึ้นว่า นี่เพราะผมมาเปิดงานสาขาภาวะผู้นำฯ น่ะเลยใส่สูทมา ให้รู้ว่า ผู้นำต้องมีบุคลิกภาพอย่างนี้ (ฮือ คนละนิยามกับผมเลยครับ) ฟังการให้โอวาสของประธานเปิดแล้ว เกือบเข้าใจผิดว่าเป็นการปฐมนิเทศผู้บริหารหลักสูตร ฮิฮิ (ไอ้แบบนี้แหละครับ ที่ผมไม่อยากเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยรัฐ)
ด้วยความเคารพครับ ไม่รู้สิครับ วันนี้ผมค่อนข้างมองต่างมุมกับประธานเปิดงานหลายเรื่องเลยครับ สงสัยอาจจะเริ่มมาจากอคติส่วนตัวที่มองว่า ผู้นำต้องใส่สูทผูกไทด์ก็ได้ครับ ผมว่า คำว่า ผู้นำ น่าจะมีจุดขายอื่นที่ไม่ใช่เรื่องการแต่งกายที่ดูดี เพราะผมเจอว่า คนที่แต่งตัวเรียบง่าย อยู่อย่างสมถะ สามารถนำคนได้ดีกว่า คนตามก็มั่นใจมากกว่า คำว่าผู้นำมันน่าจะอยู่ที่การนำเสนอวิสัยทัศน์ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ตาม และสามารถกระตุ้น ให้กำลังใจให้กับผู้ตามได้มากกว่า
ผู้นำต้องอยู่ ต้องเรียนในห้องเรียนที่ทันสมัย ไฮเทค สวยหรูงามสง่า หรือ? ประเด็นนี้ ผศ.ดร.วิชัย นภาพงศ์ หยิบมาคุยชี้แจงใหม่อีกครั้งในช่วงบ่าย ซึ่งผมก็เห็นกับอาจารย์ครับว่า ไม่จำเป็น มันอยู่ที่คุณค่า ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการใช้งานมากครับ
ที่สำคัญ ผมว่า ผู้นำกับผู้บริหาร มันคนละคำ คนละความหมายกันครับ (จำได้ว่า เขียนเป็นบทความไว้แล้ว)
ระหว่างเดินลงตึกเพื่อเดินทางกลับ ท่านอาจารย์ รศ.ดร.ชิดชนก เชิงเชาว์ เรียกสอบถามความแน่ใจเกี่ยวกับการไม่ไปดูงานที่อเมริกาของผม พอผมตอบท่านว่า ผมไม่ไปครับ ท่านยิ้มแล้วบอกว่า ผมเห็นด้วย ไม่มีประโยชน์หรอก เสียเวลาเปล่าๆ ฮิฮิ หาคนสนับสนุนแนวคิดนี้มานานแล้วครับ อาจารย์เป็นคนแรก ผมบอกเหตุผลท่านไปว่า เสียดายเงินครับ (สั้นกระชับและชัดเจนดี)
ส่วนช่วงบ่าย ผมก็กลับมาสอนครับ กลับมาเปิดบริสุทธิ์อาคารเรียนใหม่ครับ รู้สึกว่า ยังไม่มีชื่ออาคารครับ แต่ก็เป็นที่รู้กันว่า จะเป็นอาคารของคณะศึกษาศาสตร์ในอนาคต ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรคณะนี้จะเกิดสักที นึกไปก็คล้ายๆ กับอาคารคณะเศรษฐศาสตร์และการจัดการครับ อาคารมาก่อน แต่คนใช้ตึกเป็นอีกคณะหนึ่ง ฮิฮิ
ระหว่างสอนไป ก็เห็นกรรมการมูลนิธิมาที่อาคารกันหลายท่าน เลยอดถามไม่ได้ว่า เนื่องในโอกาสอะไรกันครับท่าน คำตอบคือ มารับมอบอาคารจากผู้รับเหม่า (ส่วนของการสอนในวันนี้เป็นเพียงการทดลองใช้อาคารก่อนรับมอบ ท่านผู้เล่น) ฮิฮิ แบบนี้แหละ มอย. ของแท้
อาคารใหม่ ออกแบบได้ถูกใจหลายคนครับ ผมก็หนึ่งในนั้น และคิดว่านี้ก็เป็นการนำบทเรียนจากตึกก่อนมาปรับปรุงครับ ทำให้อาคารใหม่ดีขึ้น สอดคล้องกับการใช้งานมากขึ้นครับ อัลฮัมดุลิลลาห์
อัลฮัมดุลิลละฮฺกับอาคารใหม่ครับ
เห็นด้วยกับอาจารย์อย่างยิ่งครับสำหรับคำว่า "ผู้นำ" กับ "ผู้บริหาร" มันแตกต่างกัน
ส่วนเรื่องอาคารใหม่เสร็จแล้วเข้าใจว่าสาขาวิชาชีพครูก็คงต้องย้ายไปอยู่ตึกหลังใหม่ แล้วผมจะไปอยู่ไหนครับ จะหา(คนใน)สาขาที่เข้าใจเราก็ยากแล้ว ถ้างั้นเมื่อถึงเวลาขอย้ายเองบ้างดีกว่า ย้ายไปทำงานที่อื่น อิอิ เผื่อมีคนที่อื่นเข้าใจเรามากกว่านี้ อิอิ
ดูแลสุขภาพด้วยครับ วันที่ ๓๐ มีนาประชุมคณะคงได้เจออาจารย์สักทีนะครับ อัลลอฮฺคุ้มครองครับ
แหม อาจารย์ตั้งชื่อเรื่องซะไปกันใหญ่
ขอบคุณครับอาจารย์ เสียงเล็กๆ
รอบนี้อาจารย์คงได้เพื่อนทำงานใหม่อีกรอบนะครับ หรือไม่ก็ย้ายตามวิชาชีพครูมาก็ได้ครับ
ขอบคุณครับอาจารย์ อ.อาลัม
ชื่อชวนอ่านมากมัยครับ ฮิฮิ
เหนื่อยครับ
บอกตรงๆว่าผมสอนรอบนี้เหนื่อยจริงๆ ไม่ใช่เพราะอะไร เพราะตัวผมเอง ยังหวั่นๆอยู่ว่าจะไปได้กี่วัน ..
เป็นครู.. ความสุขที่สุดคือได้สอน..
แต่..สภาพร่างกาย..ทำให้หมดสุขได้เหมือนกัน
ขอบคุณครับอาจารย์ ibm
เป็นกำลังใจให้ครับ บางทีสอนไปสักระยะหนึ่ง ร่างกายอาจจะปรับตัวได้นะครับ
ผมก็เหมือนอาจารย์ครับ มีความสุขทุกครั้งที่ได้สอน แต่มักจะเป็นทุกข์ตอนตรวจข้อสอบครับ ฮิฮิ