ไม่มีสิ่งใดที่ไร้ค่าบนโลกใบนี้..และโลกจะงดงามน่าอยู่ขึ้นมากหากเรารู้จักการแบ่งปัน

        ในทุกวันจันทร์..เด็กๆห้องป.1/2 จะได้ฝึกกิจกรรมเพิ่มความละมุนละไมให้แก่จิตใจ..เพื่อให้จิตใจเด็กอ่อนโยนและละเอียดอ่อนมากขึ้น ใช้เวลาประมาณ 50 นาที บูรณาการกับสาระภาษาไทย(เขียนอิสระ)ค่ะ

.....

       กิจกรรมของเราก็ไม่มีอะไรซับซ้อน..พอดีมีต้นไม้สองต้นที่อยู่ในห้องเรียนคือต้นพลูด่างและต้นตะบองเพชร ที่มันค่อนข้างอาการหนักก็เลยคิดกิจกรรมให้นักเรียนช่วยกันแสดงความใส่ใจและให้กำลังใจกับทุกชีวิตแม้แต่ต้นไม้ต้นเล็กเด็กๆก็ไม่ควรจะมองข้าม ครูจึงให้นักเรียนล้อมวงในห้องเรียนแล้วให้นักเรียนดูต้นไม้เล็กๆในกระถางสองต้นนี้..ซึ่งเป็นต้นไม้ของพวกเราที่นำมาตกแต่งห้องเรียนให้เป็นสีเขียวสดชื่น..

       เด็กๆ..ตั้งใจมองต้นไม้สองต้นนี้อย่างเห็นใจและครูก็ให้เวลาในการคิดคำอธิษฐานเพื่อให้กำลังใจกับต้นไม้น้อยๆ..สองต้นนี้..
เด็กๆนั่งกันเงียบแล้วหลับตาตั้งใจคิดคำอธิษฐานให้กำลังใจแก่ต้นไม้น้อยๆ...


       ฉันเริ่มกิจกรรมโดยเป็นผู้แรกที่ตั้งจิตอธิษฐานให้ต้นไม้..เจริญเติบโตงดงาม..แข็งแรงและสดใส..อยู่เป็นเพื่อนกับพวกเราไปนานๆ...
ส่วนเด็กๆ..ก็ส่งต่อต้นไม้..บ้างก็สัมผัสต้นไม้ด้วยความแผ่วเบาแล้วก็อธิษฐานให้ต้นไม้หายป่วยไวๆ..หลายๆคนเขียนคำอธิษฐานได้งดงามมากๆ...ลองอ่านดูนะคะ..
• ขอให้เธอออกกิ่งก้านใบ ออกลูกออกหลานอยู่กับเราตลอดไป
• ขอให้น้องตะบองเพชรหายป่วยไวๆและมาอยู่กับพวกเรานานๆนะและกลับมาสดชื่นกับพวกเรานานๆนะ ลาก่อนนะน้องตะบองเพชร
• ขอให้น้องพลูด่างออกยอดเป็นกลีบดอกแล้วโตเต็มวัย และขอให้น้องพลูด่างมีความสุขตลอดไปนะน้องพลูด่าง และขอให้น้องตะบองเพชรหายป่วยไวๆนะ ไม่งั้นเธอตายนะครับผม
• ขอให้น้องพลูด่างเติบโตให้ยอดของพลูด่างเติบโตขึ้นเร็วๆแล้วให้ต้นพลูด่างเติบโตทุกวันทุกปี
บางคนเขียนด้วยคำสั้นๆง่ายๆ..แต่กินใจว่า..
• ขอให้เธออยู่อย่างมีความสุขเหมือนกับฉัน
ส่วนเด็กหญิงญาณิศาหัวหน้าห้องคนเก่งเขียนว่า..
• ขอให้น้องพลูด่างเติบโตเร็วๆเพราะยังมีเพื่อนกำลังรอให้มาหาอยู่ถ้าน้องพลูด่างเติบโตจนมีลูกแล้วขอให้มีความสุขก็แล้วกันนะ..

           ฉันรู้สึกอิ่มเอิบใจมากที่เด็กๆมีความใส่ใจและแบ่งปันความปรารถนาดีให้แก่ต้นไม้น้อยด้วยความรู้สึกเป็นมิตรเหมือนหนึ่งเพื่อนที่อยู่ร่วมกันมาจวนจะครบหนึ่งปีด้วยกัน

...............................
         ..ความรู้สึกอ่อนโยน..ไม่ได้สอนง่ายๆหรือบอกอธิบายแล้วจะทำให้เด็กเป็นอย่างที่เราวาดหวังได้เหมือนกับสอนหนังสือเพียงสองสามเที่ยว..แต่การสอนให้เด็กมีจิตใจที่อ่อนโยนและเอื้ออารีต่อทุกสรรพสิ่งจะต้องสอนให้เด็กเรียนรู้ถึงการพิจารณาในแง่ของการเกื้อกูลซึ่งกันและกันของทุกสรรพสิ่งและความเท่าเทียมกันของคุณค่าทุกชีวิตบนโลกใบนี้โดยผนวกให้เป็นส่วนเดียวกันไปในชีวิตประจำวัน..ทุกวัน ทุกวัน..เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ว่า..ไม่มีสิ่งใดที่ไร้ค่าบนโลกใบนี้..และโลกจะงดงามน่าอยู่ขึ้นมากหากเรารู้จักการแบ่งปัน
....................

    วันนี้ฉันได้เพาะเมล็ดพันธ์แห่งจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ลงไปในหัวใจของเด็กๆแล้ว ต่อไปฉันจะตั้งใจดูแล รดน้ำพรวนดินให้เมล็ดพันธ์เหล่านี้เติบโตอย่างงดงาม ให้ร่มเงาแก่ทุกชีวิตอย่างเท่าเทียม..นั่นคือสิ่งที่ฉันวาดฝันไว้..และอิ่มเอมใจกับทุกๆวันที่ได้เฝ้ามอง..

..............................................................................