ตรวจพิเศษทางรังสีวินิจฉัย

บันทึกนี้ขอทบทวนถึงการ ตรวจพิเศษทางรังสีวินิจฉัยของระบบทางเดินปัสสาวะ หรือศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า Urinary System โดยการตรวจในระบบนี้แบ่งการตรวจออกเป็นหลายชนิดแต่ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงการตรวจที่เรียกว่า IVU or Intra-Venous Urography หรือเรียกอีกอย่างว่า IVP (Intra-Venous Pyelography )

ในการตรวจชนิดนี้ต้องเตรียมตัวในคืนวันก่อนทำการตรวจ โดยทานอาหารอ่อน เช่น ข้าวต้มตอนเย็น และ ทานยาระบายก่อนนอน และงดน้ำและอาหารจนถึงเช้าวันนัดตรวจ

ข้อห้ามในการตรวจชนิดนี้คือ

  • ผู้ที่แพ้สารไอโอดีน

  • หรือแพ้อาหารทะเล

  • ผู้ที่กลั้นปัสสาวะไม่ได้

  • ผู้ที่เป็นเบาหวาน

  • ผู้ที่เป็นโรคหัวใจมาแต่กำเนิด

  • และผู้ที่เป็นโรคไต

การตรวจต้องฉีดสารทึบรังสี หรือ ทางการแพทย์เรียกว่า contrast media เข้าทางเส้นเลือดดำเพื่อให้สารทึบรังสีเข้าไปตามเส้นเลือดและไปที่จุดเป้าหมาย คือ ไต กรวยไต ท่อไต และลงมาสู่ท่อปัสสาวะ-กระเพาะปัสสาวะตามลำดับ

ก่อนทำการฉีดสารทึบรังสี ต้อง ทำการ ถ่ายฟิล์ม(scout film) เพื่อดูภายในช่องท้องโดยการถ่ายภาพที่เรียกว่า KUB:(Kidney-Ureter-Bladder)

สิ่งที่บอกเป็นพื้นฐานจากการตรวจท่านี้คือ

1.บอกรูปร่างและตำแหน่งของไต

2. บอกขอบเขตเงาของกระเพาะปัสสาวะ

3. บอกข้อมูลเบื้องต้น เช่น นิ่วบริเวณไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และความผิดปกติอื่นๆ

4. เห็นเงาของแนวกล้ามเนื้อที่เรียกว่า Psoas muscle

ภาพล่าง ขณะทำการฉีดสารทึบรังสี(สัดส่วนของยาที่ฉีด คือ 1ซีซี ต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม )ต้องให้ผู้ป่วยหายใจลึกๆยาวๆไม่กลืนน้ำลายจะมีอาการร้อนวูบวาบที่ลำคอแล้วจะค่อยๆหายไปภายใน3-5 นาที ........

อาการที่อาจจะเกิดขี้นหลังฉีดสารทึบรังสี คือ

1.Vasomotor effect:Mild Reaction ( Anxiety or Fear) อาจเกิดจาก การกลัวและวิตกกังวลที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย

2.Anaphylactic Reaction :Moderate:true allergic ผู้ป่วยจะแพ้จริง

low BP<80mm Hg, rapid heart>100 bpm

3.Vasovagal Reaction:Sevear Reaction

BP<80mm Hg ,heart rate<50 beats/minute

4. Acute renal failure :Sevear Reaction

the kidney shut down

ข้อควรระวัง.......หลังฉีดสารทึบรังสีต้องสังเกตุอาการอย่างใกล้ชิดแม้การซักถามประวัติการแพ้อาหารทะเลไม่พบก้อาจจะเกิดการแพ้ได้

Basic Imaging Routine จากภาพล่าง

รังสีเทคนิคเป็นผู้ทำการถ่ายภาพหลังฉีดทันที

  • ช่วงเวลา 1-5 นาที เพื่อดูเฉพาะที่ไต(kidney) 2 ข้าง

  • จากภาพล่าง 2 ภาพแรก1-5 นาทีเห็นไตที่มีหินปูนและ ภาพที่แสดงการ ทำงานของไตทั้งสองข้างที่ไม่มีหินปูนจึงมองเห็นการ excret ของสารทึบรังสี

  • หลังจากนั้นถ่ายรูป 10-15 นาทีนอนคว่ำและนอนหงาย (KUB)

  • จากภาพล่างเพื่อดูสารทึบรังสีที่ท่อไต(ureter)

  • และถ่ายภาพเวลา 20-25 นาที ดูสารทึบรังสีที่ท่อไตและในกระเพาะปัสสาวะ เมื่อสารทึบรังสีเข้าไปอยู่จนเต็มในกระเพาะปัสสาวะผู้ป่วยจะรู้สึกปวดปัสสาวะ (บางรายอาจจะต้องดื่มน้ำเพิ่มเพื่อให้กระเพราะปัสสาวะมีน้ำเต็มสามารถเห็นรูปร่างชัดเจน)เมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะต้องให้ไปห้องน้ำและกลับมาถ่ายภาพหลังจากปัสสาวะ ซึ่งเรียกท่านี้ว่า post voiding

  • ภาพล่าง อาจมีการ สั่งถ่ายฟิล์มเพิ่มหลังจากรังสีแพทย์ได้ตรวจดูฟิล์ม เมื่อสงสัย.....เป็นการถ่ายท่าเอียงอาจจะถ่ายเอียงข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างก็ได้

  • ในบางกรณีอาจมีการสั่งถ่ายท่า up right เพื่อดูความผิดปกติที่กระเพาะปัสสาวะ ดังแสดงในภาพล่าง

  • สิ่งที่สำคัญที่ลืมไม่ได้คือการติด marker บอกเวลาบอกตำแหน่งทั้งด้านซ้ายและขวา.....หลังฉีดต้องจับเวลาเพื่อทำการถ่ายให้ถูกต้องเพราะยาที่ฉีดจะไปตามเส้นเลือดจะแสดงให้เห็นชัดเจนที่จุดต่างๆตามเวลาที่กำหนด ขอให้รังสีเทคนิคโปรด ระมัดระวังเพื่อประโยชน์ของผู้มารับการตรวจ

    ภาพการตรวจและรายละเอียดบางส่วนที่นำมาทบทวนครั้งนี้ได้จาก หนังสือ Radiographic Positioning and Related Anatomy;Six Edition / Radiology and Imaging; Seventh Edition Volum1 และ Diagnostic Radiology ของคณาจารย์สาขารังสีวินิจฉัย คณะแพทย์รพ.ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล หรือค้นได้ที่ห้องสมุดคณะแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น