เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไปการทำงานส่งเสริมการเกษตรก็ต้องปรับตัว

          เหตุมาจากบันทึกนี้ครับ  ตามรอยการเรียนรู้ :ไปดูชาวบ้านปลูกพริกเป็นอาชีพเสริม

          เมื่อวันจันทร์ที่  2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  ผมได้รับการติดต่อจาก คุณสุทัศน์  ตาคำ  อตีดข้าราชการครูจากอำเภอเถิน  จังหวัดลำปาง   ขอพบปะเพื่อหารือแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการใช้พลาสติกคลุมแปลงปลูกพืช  ณ ที่ทำงานของผมที่สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร 

          ผมตอบรับ พร้อมยินดีที่จะได้พบปะเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ อ.สุทัศน์ อย่างเต็มใจยิ่ง  พร้อมทั้งสอบถามว่ารู้จัก หรือรู้ข้อมูลจากแหล่งใด  อ.สุทัศน์ ตอบว่า  หลังจากเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดจากอาชีพครู  ก็ทำการเกษตรเป็นอาชีพเสริม  พอดีมีที่ว่างคิดจะปลูกพืชเสริมโดยใช้เทคโลยีเข้าช่วย และสนใจที่จะใช้พลาสติกคลุมแปลงปลูก  แต่ยังไม่มีรายละเอียดและข้อมูล  บังเอิญไปค้นเน็ตเจอบล็อกที่ผมเขียนเล่าไว้ ในบันทึก ตามรอยการเรียนรู้ :ไปดูชาวบ้านปลูกพริกเป็นอาชีพเสริม  จึงหาข้อมูลและได้เบอร์ของผมจึงติดต่อมาถูก

         เมื่อทบทวนที่มาที่ไปก็พอจะเข้าใจ เพราะในบันทึกผมมีภาพการใช้พลาสติกคลุมแปลงปลูกพริกของเกษตรกรที่อำเภอพรานกระต่าย  ดังตัวอย่างภาพต่อไปนี้

        

       จนเวลาเกือบเที่ยงวัน  อ.สุทัศน์  จึงเดินทางมาถึงสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร  เป็นการแวะผ่านมาเพราะกำลังจะเดินทางต่อไปธุระที่ กทม. พอดี     ผมก็เลยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งในส่วนของการใช้พลาสติกคลุมแปลงปลูก  และเรื่องการเกษตรอื่นๆ เท่าที่จะพอมีความรู้  เนื่องจาก อ.สุทัศน์ จะรีบเดินทางต่อ  จึงไม่ได้พาไปดูแปลงของเกษตรกร ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลเจ้าหน้าที่ในสนามพบว่ายังพอหาดูและ ลปรร.ได้

       ก่อนที่ อ.สุทัศน์  จะเดินทางต่อไปที่ กทม.  ยังได้มอบส้มเกลี้ยง จากสวนของอาจารย์  ซึ่งเป็นผลไม้ประจำถิ่นของอำเภอเถิน จังหวัดลำปางไว้ให้ผมตั้งหลายลูก  พร้อมทั้งจะขอติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อปรึกษา และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันทางโทรศัพท์ต่อไปในอนาคต  หากมีประเด็นใดที่ยังอยากเรียนรู้     ผมก็ตอบตกลง และยินดีเสมอหากสนใจและอยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในโอกาสต่อไป


อ.สุทัศน์  ตาคำ กำลังบันทึกข้อมูล-ความรู้ /และส้มเกลี้ยงของดีเมืองเถิน

          เป็นอีกประสบการณ์หนึ่ง  ของการทำอาชีพนักส่งเสริมการเกษตรที่ได้ให้บริการประชาชน-เกษตรกร   แม้จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่เราทำงานอยู่  แต่นั่นไม่ใช่เงื่อนไข หรือขีดจำกัดในการทำงานนะครับ  เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไปการทำงานส่งเสริมการเกษตรก็ต้องปรับตัว  หรือแม้จะไม่เป็นงาน(ผลงาน)ที่ต้องนำเสนอเจ้านายเพื่อบอกให้รู้ว่าเราได้ทำงานอะไรไปบ้าง  ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอีกนั่นแหละ   เพราะเจ้านายที่แท้จริงของเราคือชาวบ้าน-เกษตรกร  ที่เราจะต้องให้คำปรึกษา  เป็นคู่คิด ประสานให้เกิดการ ลปรร. สู่การพัฒนาอาชีพการเกษตรไปในทางที่ดีขึ้น   สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เป็นประเด็นสำคัญ และต้องตระหนักอยู่เสมอ

     วันนี้ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่ผมได้ให้คำปรึกษาหารือเกี่ยวกับอาชีพการเกษตร ได้ทำงาน และทำอย่างมีความสุขครับ

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

สิงห์...ป่าสัก  6  ก.พ. 52