เราคงไม่สมหวังกับสิ่งที่ต้องการไปซะทุกเรื่องดั่งเนรมิต เราจึงต้องเลือกระหว่างแวะเที่ยวรายทางก่อน หรือมุ่งหน้าเดินทางต่อและเข้าที่พักเพื่อพักผ่อนออมแรงไว้เที่ยวกันต่ออีกหลายวัน.....เราเลือกอย่างหลังครับ

 

 

บันทึกการเดินทางเว้นระยะไปหลายวัน วันนี้ขอชวนท่านออกเดินทางไปด้วยกันต่อ หลังจากผ่านมาแล้วสองบันทึก.. ขับรถเที่ยวไปกับแม่นกขมิ้นเหลืองอ่อนค่ำไหนนอนนั่น 8 วัน 3 พันโค้ง @ ปาย และ ขับรถเที่ยวไปกับแม่นกขมิ้นเหลืองอ่อนค่ำไหนนอนนั่น "8 วัน 3 พันโค้ง"

 

เคยได้ยินคนรอบข้างเตือนกันด้วยความห่วงใยว่า อย่าไปเที่ยวปายคนเดียวน๊า เพราะอาจจะมีอาการหลงใหลปายจนออกอาการละเมอเพ้อพกถึงคลั่งได้ง่ายๆ แต่อาการแบบนั้นคงไม่เกิดกับผมแน่ๆ เพราะว่าผมหนีบ (อ๊ะ..หรือว่าผมถูกหนีบ..!!!) เพื่อนร่วมทางไปด้วยสองคน ไม่อย่างนั้นละก็คงมีใครสักคนได้ตกร่องปล่องชิ้นกับปายไม่ยอมกลับบ้านก็ได้..ฮ่ะๆๆ

 

กางแผนที่ทบทวนเส้นทางและวางแผนการเดินทางต่อดีกว่าครับ

เริ่มต้นที่เชียงใหม่ (ไม่แวะ) ออกถนนเลี่ยงเมืองขึ้นเหนือไปตามเส้นทางหมายเลข 107 แยกซ้ายเข้า 1095 เพื่อไปปาย เส้นทางเดียวกันนี้จะพาเราไปจังหวัดแม่ฮ่องสอนนะครับ

 

 

หลังจากเติมพลังด้วยอาหารเช้าแบบง่ายๆ เรามุ่งหน้าไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน ใช้เส้นทางสาย 1095 (ปาย-แม่ฮ่องสอน) ผ่านอำเภอปางมะผ้า อากาศเช้าวันนี้ท้องฟ้าเปิดปลอดโปร่งโล่งสบาย ระหว่างเดินทางคนข้างๆ ต้องคอยสะกิดให้คนขับรถใช้สติให้มาก เพราะว่าวิวสองข้างทางดึงดูดความสนใจไปจนแทบลืมทำหน้าที่

 

 

ถึงจุดชมวิว “กิ่วลม” เราก็ได้ตื่นเต้นกับสายหมอกหนาทึบอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนและรีบมองหาที่จอดรถเพื่อลงไปสัมผัสกับความหนาวเย็น จนหาเสื้อกันหนาวซึ่งซุกอยู่ในลังท้ายรถมาใส่แทบไม่ทัน

 

สูดโอโซนจากจุดชมวิวกิ่วลมกันฉ่ำปอดแล้วก็ได้เวลาเดินทางมุ่งหน้าไปแม่ฮ่องสอนต่อ

 

มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งกวักมือเรียกเราให้แวะก่อนเข้าเมือง  ทั้งความมหัศจรรย์ของถ้ำน้ำลอด แหล่งท่องเที่ยว unseen หรือแวะชมฝูงปลาพลวงในถ้ำใต้ภูเขาที่ถ้ำปลา หรือไปนอนพอกโคลนแหล่งท่องเที่ยว unseen อีกแห่ง (บริเวณ กม.ที่ 191) แต่ว่าเราคงไม่สมหวังกับสิ่งที่ต้องการไปซะทุกเรื่องดั่งเนรมิต เราจึงต้องเลือกระหว่างแวะเที่ยวรายทางก่อน หรือมุ่งหน้าเดินทางต่อและเข้าที่พักเพื่อพักผ่อนออมแรงไว้เที่ยวกันต่ออีกหลายวัน.....เราเลือกอย่างหลังครับ เพราะดูอาการผู้โดยสารทั้งสองคนแล้วระโหยโรยแรง (ด้วยพิษไข้หวัด) กันเหลือเกิน

 

 

หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงาม ลืมนามถิ่นบัวตอง

เราเดินทางไม่รีบเร่งนัก หลังเวลาเที่ยงไม่นานก็ได้เช็คอินเข้าที่พักในเมืองแม่ฮ่องสอน (ประวัติศาสตร์ไม่ซ้ำรอย “ปาย” เพราะที่นี่หาที่พักไม่ยากนัก) ได้ที่พักแถวๆ สี่แยกไฟแดงที่สองในเมือง จากห้องพักมองเห็นยอดพระธาตุดอยกองมูชัดเจน แต่เราหมดแรงแล้ว รอพรุ่งนี้เช้าจะไปไหว้พระกัน ตอนนี้ของีบซักแป๊บสองแป๊บ...(อิอิ)

 

คนข้างกายกับพี่สาวยังคงหลับสนิทด้วยความเหน็ดเหนื่อย จุ๊ๆๆ!!!..ไม่รบกวนดีกว่า..ผมลงมาเดินเตร็ดเตร่ที่ล็อบบี้จนกระทั่งมาจ๊ะเอ๋กับมะเขือสาแหรกหน้าโรงแรม อะไรนะ!...มะเขือ..?

 

 

ใกล้ค่ำ ผมเอาตัววิ่งผ่านน้ำเรียกความสดชื่น แวะสักการะอนุสาวรีย์พญาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก บนถนนขุนลุมประพาส มีการตกแต่งภูมิทัศน์สวยงามเหมาะแก่การแวะพักผ่อน  เตรียมตัวไปย่ำที่ถนนคนเดิน (ข้างที่ทำการไปรษณีย์)  เดินผ่านตลาดไปชมโบราณวัตถุ ตุ๊กตาไม้แกะสลักและเวียนเทียนไหว้พระที่วัดจองคำจองกลาง ตอนกลางคืนประดับไฟสวยงามดี

 

 

รุ่งขึ้นเติมพลังด้วยกาแฟและโจ๊กใส่ไข่คนละชามที่ร้านอร่อยฯ ตรงสี่แยกไฟแดง เสร็จแล้วเที่ยวในตัวเมือง ไปไหว้พระธาตุดอยกองมูหรือชื่อเดิมว่าวัดปลายดอย ขับรถขึ้นเขาไปประมาณ 2 กิโลเมตร จากพระธาตุมองเห็นภูมิประเทศตัวเมืองได้ชัดเจน

 

แวะเติมพลังรถที่ปั๊ม ปอตอทอ เตรียมตัวล่องใต้กันต่อได้แล้วครับ บนทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าอำเภอขุนยวม ระยะทางประมาณ 67 กิโลเมตร ระหว่างทางจะพบว่าถนนราดยางพังบางช่วงเป็นผลพวงจากฤดูฝนที่ผ่านมา เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1263 ประมาณ 27 กิโลเมตรไปชมทุ่งบัวตองบนดอยแม่อูคอ ก่อนวันเปิดงานทุ่งบัวตองบานเพียง 3 วัน (ถนนค่อนข้างแคบ ผ่านหมู่บ้านต้องขับอย่างระมัดระวัง และเส้นทาง 1263 นี้สามารถทะลุออกไปอำเภอแม่แจ่ม-อำเภอจอมทองได้ด้วย)

 

 

ย้อนกลับออกมาเส้นทางเดิม มุ่งหน้าไปอำเภอแม่ลาน้อย (ทางหลวงหมายเลข 108) แยกซ้ายเข้าไปชมวนอุทยานถ้ำแก้วโกมล แหล่งท่องเที่ยว unseen เป็นถ้ำน้ำแข็งผลึกแคลไซด์ (Calcite) สีขาว เป็นชั้นๆ มี 5 ห้อง ได้แก่ ห้องพระทัยธาร วิมานเมฆ เฉกหิมพานต์ ม่านผาแก้ว และเพริศแพร้วมณีบุปผา ซึ่งมีเพียง 3 แห่งในโลก คือ จีน ออสเตรเลียและไทย แต่ต้องจอดรถที่ลานจอดแล้วนั่งรถสองแถวขึ้นไป ค่าบริการคนละ 40 บาท

 

เที่ยว (หลายแห่ง) เหนื่อยกันหรือยังครับ

ขอต่อตอนหน้าอีกซักตอน ออมแรงไว้ไปขึ้นดอยอินทนนท์...กับน้องกะเหรี่ยงตัวกลม