งานส่งเสริมการเกษตร เป็นการศึกษานอกระบบ ระบบส่งเสริมการเกษตร

           สวัสดีครับ ช่วงหลายวันที่ผ่านมาออกไปติดตามตรวจเยี่ยมศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล  ในพื้นที่ อำเภอต่างๆ มาเกือบครบทุกอำเภอ อำเภอๆละ2-3 ศูนย์  การปฏิบัติงานส่งเสริมการเกษตรในระดับพื้นที่ตำบลให้ใช้ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลเป็นกลไกหลักในการปฏิบัติงาน  ศูนย์บริการฯ จัดตั้งเมื่อปี 2542 ตามมติครม. มีองค์ประกอบ หลัก 5 ประการคือ

1) ที่ทำการศูนย์ ประกอบด้วย สถานที่ และข้อมูลพื้นฐานการเกษตร และข้อมูลอืนๆ

2) คณะกรรมการ ศูนย์ฯ ประกอบด้วยตัวแทนเกษตรกร 14 คน จนท 2 คน คือเกษตรตำบล และจนท.อบต

3) แนวทางพัฒนาการเกษตร หรือ แผนพัฒนาการเกษตร ได้มาจากการจัดเวที่ประชาคม หรือเวทีชุมชน ใน 2 มิติ คือด้านคน ประกอบด้วยกลุ่มส่งเสริมอาชีพ และมิติด้านพืช จากข้อมูลด้านการเกษตรเอาพืชเป็นคัวตั้งในการหาปัญหาความคฃต้องการในการแก้ไขปัญหา

4)จุดสาธิตถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร คัดเลือกจุดสาธิตเพื่อเป็นสถานที่ศึกษาเรียนรู้ของเกษตรกรในพื้นที่และใกล้เคียง

5)การให้บริการด้านการเกษตร เข่นแจ้งการเตือนภัยต่างๆ ราคาผลผลิต

        บทบาทในการบริหารงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ตำบลให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ  ที่จะด้องดำเนินการในทุกด้านทุกเรื่องโดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ 2 คนเนพี่เลี้ยงหรือที่ปรึกษา ศูนญ์บริการฯเป็นศูนยกลางในการพบปะของเจ้าหน้าที่ เป็นแหล่งข้อมูล เป็นสถานที่ประชุม เป็นสถานที่ให้บิการอื่นๆ ครับเกรินให้ได้รับทราบ ว่าที่มาและหน้าที่ของศูนย์บริการฯมีอะไรบ้าง

            ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ทำให้สถานการณ์ การดำเนินงานของศูนย์บริกรฯหยุดชะงักลงไป เกือบจะไม่เหลือร่องรอยความรุ่งเรื่อง กลุ่ม องค์กรเครือข่ายต่างๆขาดการช่วยเหลือสนับสนุน กรรมการถูกข่มขุ่ ถูกลอบทำร้าย หลายท่านต้องเสียชีวิตกับเหตุการณ์ความไม่สงบเจ้าหน้าที่เองก็ออกปฏิบัติงานไม่สะดวก มีข้อจำกัด และอีกประเด็นความไม่ชัดเจนในนโยบายการปฏิบัติงานจากส่วนกลาง ในขณะที่กำหนดให้ใช้ศูนย์บริการฯเป็นกลไกหลัก ในการปฏิบัติงาน แต่สั่งการกำชับเรื่องการถ่ายโอนภาระกิจ ศูนย์บริการให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งไม่มีการชี้งแจงทำความเข้าเรื่องการถ่ายโอนภารกิจให้เจ้าหน้าที่เข้าใจว่าที่ถ่ายโอนไปนั้นเป็นลักษณะต้องร่วมกันทำ หรืออีกกรณี ในขณะที่ยังมีคณะกรรมการศูนย์บริหารงานอยู่กลับ ออกระเบียบกระทรวงเรื่องอาสาสมัครเกษตรตำบลขึ้นมาทับซ้อนกับศูนย์บริการขึ้นมา  แล้วศูนย์จะเหลืออะไรครับท่านมีแต่ซื่อ ที่ทำการก็หาไม่เจอ ข้อมูลไม่ต้องถามถึง

            วันดีคืนดีกรมส่งเสริมการเกษตรกลับมาพูดเรื่องศูนย์บริการอีกแล้ว ให้ศูนย์บริการฯเป็นกลไกหลักอีกแล้ว จังหวัดไม่นิ่งนอนใจออกติดตามสำรวจความพร้อม อย่างที่บออกว่าออกติดตาม ไป 7 อำเภอ พอสรุปได้ว่า ศูนย์บริการฯส่วนใหญ่อยู่ร่วมกับ อบต.  50% กลายเป็นโกดัง 30% มีที่ทำการ มีข้อมูลอยู่บ้าง    20 %  ยังไม่รู้ว่าศูนย์อยู่ที่ไหน  นั้นหมายถึงที่ทำการ........แต่ในส่วนของคณะกรรมการยังคงมีความพร้อมและพร้อมที่จะมากู้ชื่อเสียงของศูนย์บริการฯคืนมา

         งานในพื้นที่เกษตรคนเดียวดูแลไม่ทัน จึงตั้งศูนย์บริการฯขึ้นมาเพื่อให้เกษตรกรได้บริหารจัดการแก้ไขปัญหาและหาความต้องการในอาชีพของตนเอง ภายใต้เหตุผลที่ว่าปัญหาของเกษตรกรไม่มีใครรู้เท่าตัวเขาเอง  นอกจากที่กล่าวแล้ววันนี้กรมส่งเสริมการเกษตรประกาศให้มีการคัดเลือกเกษตรหมู่บ้านขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของเกษตรกรในการ ประสานงานด้านการเกษตรในหมู่บ้านนั้นเพิ่มขึ้นมาหมู่บ้านละ 1 คน  ครับก็นำมาบอกเล่า ระบบการทำงาน ปัญหา และความไม่ชัดเจน.................ขอบคุณมากสวัสดีครับ