เปิดบ้าน

ความสุขที่เกิดจากการ   สร้าง   เสพ   สืบสาน   สร้างสรรค์   ก่อให้เกิดองค์ความศิวิไล

ของวัฒนธรรมที่หลากลายทั้งด้านศิลปะ  วัฒนธรรม  ศาสนา  ประเพณี   วรรณกรรม  ฯลฯ  สิ่งเหล่านี้

ย่อมส่งผลให้สังคมนั้น ๆ  เป็นสังคมที่มีความร่ำรวยทางอารยธรรม

                ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ที่เรียกกันอย่างสามัญว่า  ภาคอีสาน  เป็นภูมิภาคที่มีความเป็น

อารยธรรมสูง  เพราะมีความร่ำรวยของศิลปะ  วัฒนธรรม  ศาสนา  ประเพณี  วรรณกรรม  ฯลฯ ชาวอีสานประกอบด้วยชนเผ่าที่หลากหลาย  เช่น  ญ้อ  ผู้ไท  แสก  กระโซ่  กวย  เขมร  บลู   พวน  ไทดำ  เป็นต้น  ชาวอีสานจึงมีวัฒนธรรมที่หลากหลายควรค่าแก่การศึกษาและบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์

                ปัจจุบันมีนักวิชาการสนใจที่จะเก็บเกี่ยวเอาความรู้จากความร่ำรวยทางอารยธรรมของ

ชาวอีสานเพื่อบันทึกเรื่องราวและเผยแพร่ความรู้ไปสู่ชนหมู่มาก  แต่ความรู้ที่เผยแพร่นั้นก็มีเพียง

น้อยนิดและผิวเผินเท่านั้น  ความจริงแล้ววัฒนธรรมของชาวอีสานยังนอนรอให้ผู้คนทั้งหลายปลุก

ให้เกิดมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง

                ผญา  คือ ถ้อยคำที่มีลักษณะสัมผัสคล้องจองกัน  เป็นหนึ่งในเครื่องมือถ่ายทอดความรู้  อารมณ์

และความเชื่อ  ที่แสดงถึงอารยธรรมของชาวอีสาน   นอกจากนี้ผญายังเป็นเครื่องมือที่ชาวอีสาน

โดยทั่วไปใช้บันทึกเหตุการต่าง ๆ ตามวาระที่เกิดขึ้นเพื่อง่ายแก่การจดจำ

               

                                                “ เดือนสามค้อย    ลมวอยวอยงัวอีแดงออกลูกด่อน

                                                   เดือนสี่ค้อย        ควายบักตู้ป่งเขา”

                                                                                                ( สุภณ  สมจิตรศรีปัญญา, ๒๕๕๐)

                บทผญาที่ถ่ายทอดโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภณ   สมจิตรสรีปัญญา  ผู้เป็นปราชญ์ท้องถิ่น

อีสานแห่งเมืองมหาสารคาม  เป็นบทผญาที่ท่องจำจากผู้เฒ่าผู้แก่สืบต่อมา  ในบทผญาบทนี้หากมอง

เพียงผิวเผินเราจะเห็นว่า  ผู้พูดกล่าวถึงลม  ความเปลี่ยนแปลงของวัวควายว่า  วัวที่มีสีแดงออกลูก

เป็นสีขาว(ด่อน)  และควายตู้(ควายที่เขาสั้นหรือไม่มีเขา)จะมีเขางอก  แต่ความจริงแล้วบทผญาบทนี้

เป็นการบันทึกลักษณะการทำมาหากินของท้องถิ่นอีสาน  กล่าวคือเมื่อถึงเดือนสามนั้น   มดแดง

(ซึ่งใช้วัวสีแดงเป็นสัญลักษณ์แทนตัว)จะออกไข่(ใช้ลักษณะสีของลูกวัวเป็นสัญลักษณ์แทน)

และเมื่อถึงเดือนสี่  ต้นไผ่จะแตกหน่องอกขึ้นมาเป็นหน่อไม้(ใช้ลักษณะควายบักตู้แทนหน่อไม้) 

                เพียงแค่ตัวอย่างของบทผญาเท่านี้ก็บ่งบอกถึงความชาญฉลาดของชาวอีสานโดยองค์รวม

หากแต่ถ้าใครสนใจจะศึกษาอย่างละเอียดจะพบว่า ทำไมคนอีสานจึงอยู่และยิ้มได้ในดินแดนที่หลายคน

มองว่า แห้งแล้ง