การผลิตครู 5 ปีของสถาบันการผลิตครูนั้น เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2547 เป็นไปตามนโยบายและแนวคิดของรัฐบาลที่ผ่านแล้วที่มีอิทธิพลต่อระบบความคิดของประเทศนี้มาหลายปี จนมีปัญหาความชอบใจและไม่ชอบใจจนถึงปัจจุบัน

การผลิตครู 5 ปีมีความหวังอยู่ที่ "ใบประกอบวิชาชีพครู" ที่เหมือน "ใบประกอบโรคศิลป์" ของคุณหมอ หรือสาขาวิชาชีพอื่น ๆ ที่เขามีกันมานานแสนนาน

ดังนั้น ครู 5 ปีที่สถาบันผลิตครูออกไป จึงเน้นไปที่สาระการเรียนรู้ทั้ง 8 ส่วนวิชาชีพที่อยู่นอกเหนือไปจากนี้ ถือเป็นสายเทคนิคการศึกษา อาทิเช่น เทคโนโลยีการศึกษา จิตวิทยาและการแนะแนว วัดผลประเมินผล เป็นต้น ซึ่งการรับครูเทคนิคฯ น้อยเต็มที เรียกว่า เรียนจบไป จะไปคาดหวังมีตำแหน่งให้สอบบรรจุจึงเป็นเรื่องยากพอสมควร ต้องผันตัวเองไปทำงานในสายอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ครูก็เยอะแยะมากมาย

ปีนี้ คือ ปี 2551 เป็นการฝึกสอนเต็มรูปแบบ 1 ปี ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของครู 5 ปี เริ่มมีการทบทวนและประเมินหลักสูตรกันแล้วว่า มีข้อบกพร่องหรือจุดใดที่จะแก้ไขบ้าง ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้กลั่นกรองต่อไป

 

อาจารย์สุรชัย เที่ยนขาว แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ลพบุรี ได้เขียนบทความ เรื่อง "ทบทวนแนวทางการผลิตครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ไว้ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ประจำวันที่ 8 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา มีประเด็นเกี่ยวกับวิธีคิดของการผลิตครู 5 ปีที่น่าสนใจหลายประเด็น จึงอยากนำเสนอ ดังนี้

 

**************************************************************************

 

ทบทวนแนวทางการผลิตครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

โครงการผลิตครูการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับปริญญาตรี (หลักสูตร 5 ปี) ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ตั้งแต่ปี 2547 ที่มีสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมโครงการจำนวน 50 แห่ง และมีจำนวนนักศึกษาที่รับทุน 2,051 คน จากเป้าหมาย 2,500 คน ซึ่งมีเพียง 1 รุ่นเท่านั้น

โดยบัณฑิตเหล่านี้จะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำหรับโครงการผลิตครู 5 ปี ในระยะที่ 2 (พ.ศ.2553 - 2562) กำลังดำเนินการเพื่อรับนักศึกษาทุนรุ่นต่อไป

ในขณะเดียวกันโครงการ สควค. ที่ดำเนินการภายใต้ความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เพื่อผลิตครูวิทยาศาสตร์ที่มีความสามารถพิเศษ และมีความศรัทธาในอาชีพครู เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์

โดยรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ผ่านการสอบคัดเลือกตามเกณฑ์ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกำหนด) เข้าเรียนหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต ในคณะวิทยาศาสตร์/วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาวิชาเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์ เป็นเวลา 4 ปี เมื่อจบการศึกษาแล้ว ต้องศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู อีก 1 ปี หลังจากนั้นจะต้องชดใช้ทุนโดยปฏิบัติงานในโรงเรียนเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่รับทุน

การผลิตครูการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับปริญญาตรี ทั้ง 2 รูปแบบในปัจจุบันจะเห็นว่า ใช้เวลาในการเรียน 5 ปีเท่ากัน

โดยรูปแบบที่ 1 เรียนระดับปริญญาตรี 5 ปี ตลอดหลักสูตร

ส่วนรูปแบบที่ 2 ใช้รูปแบบ 4 + 1 ปี โดยเรียนหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี (หลักสูตร วท.บ.) ในสาขาวิชาชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ และเข้าศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูอีก 1 ปี ทั้ง 2 รูปแบบของการผลิตครูการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ดำเนินการโดยรัฐบาลชุดต่าง ๆ ที่ผ่านมา

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาควรนำผลการประเมินโครงการทั้ง 2 โครงการเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐบาลชุดปัจจุบันเพื่อปรับปรุง/พัฒนารูปแบบการผลิตครูให้มีความเหมาะสมกับบริบทของไทย

 

สำหรับหน่วยงานหลักที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการผลิตครูทั้ง 2 โครงการ ควรมีการทบทวนการผลิตครูการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีความชัดเจนและต่อเนื่อง โดยนำมาจัดระบบการผลิตครูภายใต้โครงการหลัก คือ โครงการคุรุทายาทและอาจกำหนดทางเลือกในการผลิตครู ดังนี้

ทางเลือกที่ 1 : หลักสูตรครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน 5 ปี (ระดับปริญญาตรี) โดยรับนักเรียนที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 (คัดเลือกตามเกณฑ์ที่กำหนด) เข้าเรียนหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตหรือศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาที่ขาดแคลนตามที่ต้นสังกัดต้องการ นอกเหนือจากสาขาวิชาคณิตศาสตร์ ชีววิทยา ฟิสิกส์ เคมี และคอมพิวเตอร์ เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับทางเลือกที่ 2 (ครูตามโครงการ สควค.)

ทางเลือกที่ 2 : หลักสูตรครูการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับปริญญาตรี (4+1 ปี) โดยรับนักเรียนที่จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (เน้นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี) เข้าเรียนหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) และประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูเป็นเวลา 1 ปี ที่ตรงกับความต้องการของต้นสังกัด

สำหรับการผลิตครูตามทางเลือกที่ 2 ควรปรับทิศทางการผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการของหน่วยผู้ใช้ครูในมิติด้านเวลาของการผลิตให้เร็วขึ้น

โดยการรับบัณฑิตสาขาวิชาเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ (วุฒิ วท.บ.) ให้เข้าเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู การสอน และฝึกปฏิบัติงานในสถานศึกษาเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

โดยหน่วยผลิต และหน่วยใช้จะต้องมีความตกลงร่วมมือในการผลิตครูให้ได้ตามเป้าหมายที่ขาดแคลนจริง ๆ แต่ละปี มีทุนการศึกษาให้นักศึกษาเข้าเรียน 1 ปี และประกันการมีงานทำ (สำเร็จการศึกษาแล้วจะได้รับการบรรจุเข้าเป็นข้าราชการครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน)

ส่วนการคัดเลือกนักศึกษา เพื่อรับทุนของโครงการผลิตครูระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต (ในระบบ 4 + 1 ปี) ควรกำหนดคะแนนเฉลี่ยสะสม ระดับเกียรตินิยมขึ้นไป และผ่านสอบวิชาความถนัดทางวิชาชีพครู เมื่อสำเร็จการศึกษาจะต้องชดใช้ทุนตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนด

 

การผลิตครูตามแนวนี้จะได้ครูสาขาวิชาขาดแคลนที่มีคุณภาพสูงและมีจำนวนที่เพียงพอให้กับการศึกษาขั้นพื้นฐานในเวลาที่รวดเร็วทันกับความต้องการของหน่วยงาน ใช้ครูสำหรับหน่วยงาน ใช้ครูที่เป็นหน่วยงานต้นสังกัดของครู ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร สำนักงานบริหารการศึกษาท้องถิ่น

การผลิตครูการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่ว่าในโครงการผลิตครูหลักสูตร 5 ปี/การผลิตครูตามโครงการ สควค. หรือแนวทางการผลิตครูในระบบ 4 +1 ปี (รับบัณฑิต ป.ตรี สาขาอื่นนอกเหนือจากครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์) เข้าศึกษาหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู/การสอน) ผู้รับผิดชอบหลักสูตร

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ควรทบทวนรูปแบบ/ทางเลือกการผลิตครูให้สามารถตอบสนองความต้องการของหน่วยใช้ครู โดยเน้นการผลิตบัณฑิตครูที่มีคุณภาพสูง และมีปริมาณตรงตามที่ขาดแคลนจริง ๆ

ซึ่งอาจใช้ รูปแบบผสม (Hybrid Model) ได้แก่ หลักสูตรครู 5 ปี ในบางสาขาวิชา หลักสูตรครูวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ตามโครงการ สควค. ที่ผลิตเฉพาะครูสาขาวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และหลักสูตรครูในระบบ 4 + 1 ปี (รับบัณฑิตสาขาอื่น ๆ นอกจากครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์) เข้าศึกษา ป.บัณฑิตการสอน

ส่วนสถาบันการผลิตครูนั้น รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษอาจหันกลับไปใช้แนวคิดการผลิตครูในอดีตที่มีสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางในการผลิตครู คือ วิทยาลัยวิชาการศึกษา (College of education) โดยจัดตั้งตามภาคภูมิศาสตร์ ภาคละ 1 แห่ง

สถาบันดังกล่าวนี้ควรจัดตั้งเป็นองค์การมหาชนตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ.2542 เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก

ประเด็นนี้คณะทำงานจัดทำโครงการพัฒนาสถาบันฝึกหัดครู สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาอาจนำไปพิจารณาศึกษาวิเคราะห์ เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา เฉพาะทางเพื่อเป็นแหล่งผลิตครูที่มีคุณภาพสูงที่ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ

การสร้างครูที่มีคุณภาพสูงควรจะเป็นภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล หากต้องการประชากรของประเทศที่มีคุณภาพสามารถแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ในเวทีโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้ นโยบายด้านการผลิตครูการศึกษาขั้นพื้นฐานและการสร้างสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทาง

เพื่อการผลิตครูควรมีความแน่ชัดยั่งยืนและต่อเนื่อง รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการจะต้องมีความมุ่งมั่นสูงในการสร้างครูที่มีคุณภาพสูงสำหรับเป็นเสาหลักของแผ่นดิน

 

**************************************************************************

การผลิตครูทั้ง 4 ปี และ 5 ปี มีปัญหาอยู่ตลอดเวลา สังคมมักสะท้อนให้สถาบันผู้ผลิตครูว่า ผลิตครูจนล้นตลาด อีกทั้งยังขาดคุณภาพ หรือครูผู้มีภูมิความรู้จริง ๆ ออกไปสู่สังคม ทำให้ "วิกฤตศรัทธา" จึงเกิดกันมาอย่างต่อเนื่อง

สาเหตุเกิดจากหลายประเด็นใหญ่ ๆ เช่น

  • ระบบไม่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง,
  • มหาวิทยาลัยกลายเป็น "ธุรกิจศึกษา" สำหรับผู้บริหารบางคน,
  • มาตรฐานวิชาชีพลดต่ำ บางครั้งเปรียบเทียบได้ว่า เป็นการปั้นขี้โคลนขี้เลนให้เป็นดาว มันเหนื่อยยากมาก,
  • การมีรัฐบาลที่ไม่สนใจงานด้านการศึกษา ส่งนักธุรกิจมาเป็น รมต. ติดต่อกันหลายสิบปี
  • คุณภาพของผู้สอนที่รับเข้ามาเป็นอาจารย์ผลิตครู คุณภาพไม่ถึงเกณฑ์ เรียกว่า หลายคนใช้ระบบอุปถัมภ์เดินทางเข้ามา หรือไม่ก็โอนมาจากระดับสอนเด็กเล็กกว่า ไม่ได้พัฒนาตนเองให้พร้อมสอนเด็กโต
  • ฯลฯ

ดังนั้น การคิดทบทวนระบบการผลิตครูดังกล่าว จึงเป็นประเด็นที่สามารถนำไปลองคิด เพื่อดูสภาพความเป็นจริงของสังคมไทยได้ว่า เหมาะสมหรือไม่ ต้องปรับปรุงหรือเปล่า หรือปล่อยให้เป็นไปแบบนี้อีก 20 ปี จึงจะค่อยคิดหาหนทางแก้ไข

ขอบคุณแนวความคิดใหม่ ๆ ที่น่าสนใจนี้ ... ช่วยคิดกันได้ครับ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในสายการศึกษาก็น่ารับฟัง

บุญรักษา ประเทศไทย และการศึกษาไทย ครับ :)

 

***************************************************************************


แหล่งอ้างอิง

สุรชัย เทียนขาว.  "ทบทวนแนวทางการผลิตครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน" , หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ประจำวันที่ 8 ธันวาคม 2551, หน้า 10.