เห็นจริงดังอาจารย์ อนงค์ศิริ ว่าครับ ... แนวคิดทุกแนวคิดที่ออกมาจากผู้กำนโยบายหน่วยงาน ออกมาโดยไม่ศึกษาผลกระทบเสียก่อนให้ดี อยากได้สิ่งใดตอนนี้ ก็สั่งทำเลย ... ผลที่ออกมาจึงเหมือนน้ำที่ถูกก้อนหินโยนใส่ น้ำกระเพื่อมไปไกล เกินกว่าจะใช้เวลาในการแก้ปัญหาปีหรือสองปี คงเป็นอีกหลายสิบปีทีเดียวครับ ...

อีกอย่าง "วัฒนธรรมองค์กร" ที่แตกต่างกัน มุมมองของผู้ร่วมงานจึงมีแนวความคิดที่แตกต่าง ต่างฝ่ายต่างหันหน้าเข้าหากัน ทำความเข้าใจวิธีคิดซึ่งกันและกัน แต่ไม่ใช่เป็นอย่างแดง-เหลือง ... ที่รักบุคคลมากกว่ารักประเทศชาติ แบบนี้ไม่เอาครับ ... หากบุคคลทั้งสองฝ่าย ยอมรับและปรับตัว เปิดวิสัยทัศน์และมุมมองร่วมกันได้เป็นอย่างดี ใช้เหตุผลมาซักค้านกัน ใช้หลักจิตวิทยาอย่างมีศิลป์ องค์กรจะเดินหน้าไปอย่างไกล ครับ

เสียดายที่ ... คนที่ไม่ปล่อยวางหัวโขน ไม่ยอมคุยกัน ต่างคิดว่าตัวเองถูก ตัวเองดี คิดว่า บทบาทตัวเองถูก ... ดังนั้น การแย่งชิงอำนาจให้ได้กับฝ่ายตัวเองจึงเป็นเรื่องที่เขาคิดว่า จำเป็น

องค์กรการผลิตครูคงพังพินาศ ... เด็ก 5 ปี เป็นแค่หนูทดลอง ... จบแล้วจะได้เป็นครูในฝันหรือไม่ก็ไม่รู้

น่าเศร้าครับ :)