ในแต่ละวัน ชีวิตย่อมมีเรื่องให้คิดคำนึงถึงอย่างมากมาย
เฉกเช่นกับวันนี้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ผมกลับรู้สึกคิดถึงน้อง ๆ นิสิต “กลุ่มไหล” ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะในช่วงระยะหลังผมมีภารกิจสัญจรไปโน่นไปนี่บ่อยมาก - บ่อยจนไม่อาจพบปะกับน้อง ๆ ได้ดังที่ผ่านมา พอกลับมาถึงก็ยังไม่สมโอกาสพบหน้าเสวนากันเหมือนครั้งเก่าก่อน เลยพลอยให้รู้สึกว่า มีอะไรขาด ๆ หาย ๆ ไปจากชีวิต –
และที่สำคัญก็คือ ส่วนหนึ่งอันเป็นแกนนำของกลุ่มไหล ต่างก็แยกย้ายกันไปฝึกงาน เลยยิ่งพลอยให้คิดถึงพวกเขามากขึ้นเป็นพิเศษ
เป็นความคิดถึงแบบไม่มีสิ่งเจือปน คิดถึงแบบไม่จำเป็นต้องค้นหามูลเหตุ และหากมีคนถามว่าทำไมต้องคิด ทำไมต้องทำ เราก็มักตอบคำถามเหล่านั้นแบบขัน ๆ ร่วมกันจนเป็นที่เรียกติดปากในกลุ่มเราว่า "เก๋ ๆ "

ตลอดระยะเวลาการถอนตัวออกมาจากการบริหารกลุ่มงานกิจกรรมนิสิตร่วม 8 เดือน ผมมีงานต้องทำมากมายเหลือหลาย ทั้งงานใหม่และงานเก่าที่ต้องบุกสร้าง ภายใต้กรอบอันจำกัดด้วยเวลาและกำลังคน
ห้วงเหล่านี้ต้องถือว่าหนักหน่วงมาก งานของผมไม่ได้เล็กไปกว่าเดิม แต่กลับหนักหนาไปกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะเป็นงานใหม่และกำลังคนในสังกัดก็น้อยนิด อีกซ้ำผมก็ไม่มีองค์กรนิสิตอยู่ในกำกับของตัวเองเลย จะทำอะไรสักอย่าง จึงดูยากเย็นแสนเข็ญมิใช่ย่อย
แต่จนแล้วจนรอด ผมก็ค้นพบนิสิตกลุ่มหนึ่งที่ซัดเซตามกันมา และรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมแบบทางเลือกใหม่ ด้วยบรรยากาศใหม่ ๆ สนุก ๆ แต่ไม่ไร้สาระ ... ซึ่งพวกเขาเรียกกันเองว่า “กลุ่มไหล” และเรียกผมจนติดปากฮิตทั่วมอไปแล้วว่า “บอส” ...

งานการของผมได้รับการขับเคลื่อนไปอย่างมีพลัง มีผู้คนทยอยเข้ามาช่วยอย่างล้นหลาม ส่วนหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นความผูกพัน หรือความศรัทธาของน้องนิสิตที่มีต่อผมและทีมงาน ส่วนหนึ่งก็หมายถึง “สาระ” ของกิจกรรมนั้นที่ปลุกเร้าชวนเรียนรู้ และสำคัญเอามาก ๆ เลยก็คือ พลังของกลุ่มไหลนั่นเอง เพราะหลายคนบอกชัดเจนว่า ต้องการมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มไหล ..
ผมทำงานกับพวกเขาอย่างใกล้ชิด ชวนคิดแต่ไม่ถึงกับติดยึด หรือก้าวเข้าไปบงการอะไรมาก แต่พอถึงเวลาต้องตะลุยงาน ผมและคนในครอบครัว หรือแม้แต่ทีมงานเพียงไม่กี่ชีวิตของผม ก็จะกรูกันไปฝังตัวอยู่ร่วมในชะตาชีวิตเดียวกับพวกเขาอย่างเต็มกำลัง จนมีคนทักแบบแซว ๆ ว่า "พวกเขาคือส่วนหนึ่งในครอบครัวของผม" และผมเองก็ได้ยกให้พวกเขาเป็นพี่เลี้ยงกิตติมศักดิ์ของน้องดินและน้องแดนไปแล้วอย่างไม่เกี่ยงงอน


ทุกครั้งที่เรานัดประชุมกัน เราจะตั้งเก้าอี้ล้อมวงรอบ ๆ โต๊ะทำงานของผม หรือไม่ก็ปูเสื่อนั่งข้าง ๆ โต๊ะทำงานของผม พอคุยกันได้ระยะหนึ่ง ผมก็จะขอตัวกลับ เพื่อให้พวกเขาได้คุย ได้คิดและตัดสินใจด้วยวิธีของเขาเอง
ในทุก ๆ กิจกรรมของกลุ่มไหล ผมแทบจะเรียกได้ว่า มีเขาที่ไหนมีผมและครอบครัวอยู่ที่นั่นเสมอ ยกเว้นสองครั้งเท่านั้น คือการที่พวกเขาออกไปรับงานภายนอกเพื่อหาทุนมาจัดกิจกรรม และล่าสุด ณ วัดเกาะเกิ้งเท่านั้นที่ผมไม่ได้ติดตามไปด้วย -
ล่าสุดที่ว่านั้นก็คือการข้ามน้ำไปช่วยสร้างศาลา หรือโรงครัวให้กับวัดป่าเกาะเกิ้ง ต.เกิ่ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม อันเป็นสถานที่สำคัญของการจัดกฐินโบราณที่ผมเพิ่งกล่าวถึงในบันทึกที่แล้ว





ครั้งนั้น ผมติดราชการยาวเป็นหางว่าว ได้แต่ฝากกำลังใจให้พวกเขาได้มุ่งมั่นกับภารกิจนั้นอย่างเต็มที่ โดยที่บอกกันตรง ๆ ว่า เงินค่าอาหารนั้นแทบจะไม่มีให้ เพราะเงินเกือบทั้งหมดเราทุ่มลงเป็นค่าวัสดุก่อสร้างเสียทั้งหมด และครั้งนั้น คุณแดนไท, เพื่อนชีวิตของผมก็ทำหน้าที่ประสานรถรารับส่งพวกเขาอย่างเต็มกำลัง
และนั่นคือเรื่องราวที่เพิ่งผ่านพ้นมาเมื่อวันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2551

วันนี้, ผมกำลังจะกลับเข้าไปรับหน้าที่ด้านการบริหารงานในจุดเดิมที่เคยจากมา เป็นการกลับไปแบบไม่มีทางเลือก .. มันเหมือนกลับว่าที่ผ่านมานั้น ระบบได้อนุมัติให้ผมผมไปพักร้อนชั่วคราวดี ๆ นั่นเอง เมื่อถึงเวลาก็เรียกตัวกลับมาสะสาง, หรือแม้แต่สานต่อภารกิจต่าง ๆ อีกรอบ -
และในช่วงแห่งการพักร้อนนั้น ผมก็ถือว่าโชคดีมหาศาลที่ในทุกวิถีก้าวนั้น ผมไม่เคยรู้สึกเดียวดาย และการเป็นคนธรรมดา ๆ นั้นก็หาใช่จะไร้ซึ่งพลังเลยเสียทั้งหมด อย่างน้อยก็หมายถึงพลังของการรวมพลคนอาสานี่แหละ เพราะหลายต่อหลายงาน มีนิสิตก้าวเข้ามาร่วมเรียงเคียงใจกับผมอยู่อย่างไม่ขาดสาย ... และที่สำคัญก็คือ “กลุ่มไหล” นั่นเอง


วันนี้ ไม่รู้เป็นอะไร ผมคิดถึงพวกเขามากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นความคิดถึงอย่างอบอุ่น, ไม่ใช่ความคิดถึงในทำนองอ้างว้าง หรือเปลี่ยวเหงา
ทุกวันนี้ พวกเขากลายเป็นคนที่ใคร ๆ ก็รู้จักในมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันในระบบทีวีช่องต่าง ๆ ก็เคยนำเสนอภาพของพวกเขาไปบ้างแล้วเหมือนกัน ยิ่งทีวีในท้องถิ่นนั้น ยิ่งเห็นได้ชัดว่า เรื่องราวอันเป็นกิจกรรมของพวกเขาถูกนำเสนอออกสู่สาธารณะอยู่บ่อยครั้งอย่างน่ายกย่อง ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังเฉย ๆ ไม่ระริกระรี้ลอยตัว อวดเบ่งให้ผมรำคาญใจเลยแม้แต่น้อย

ผมชอบบุคลิกภาพของพวกเขา, เขามีในสิ่งที่ผมไม่ค่อยมี หรือมีแต่ก็แสดงออกไม่เก่ง นั่นคือ รอยยิ้มอันง่ายงาม ร่าเริง ร้องเพลงเก่ง เต้นได้ไม่หยุด ทะลึ่งได้แสบ จับไมค์ไม่วาง กว้างขวางแบบไม่อาย เท่ได้แบบไม่มีฟอร์ม ไม่จำยอมกับขนบเดิม ๆ แต่พร้อมแต่งเติมถ้าคิดว่าดี ..มีประโยชน์ และที่สำคัญเลยก็คือ มีจิตอาสาอย่างแรงกล้า ติดดิน และเป็นมิตรกับเพื่อนทุกองค์กร


ผมไม่รู้หรอกว่า วันพรุ่งนี้ พวกเขาจะมีวิถีที่เปลี่ยนไปกี่มากน้อย รู้แต่เพียงว่า ผมโชคดีที่มีพวกเขาอยู่เคียงข้าง และวันนี้ก็คิดถึงเขาเหลือเกิน ..
ครับ, คิดถึงในแบบฉบับของพวกเรา นั่นคือ คิดถึงแบบเก๋ ๆ
หมายเหตุ . กิจกรรมล่าสุด เป็นการทำงานร่วมกันของกลุ่มไหลและชาว "วงแคน" ...
หายไปนานจัง
คิดถึงครับพี่
สบายดีนะครับ
สวัสดีครับ... ครูโย่ง หัวหน้า~ natadee
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ
ช่วงนี้ทำงานดึกกันทุกวัน เน็ตก็ใช้ไม่ได้ ติดขัดไปซะทุกอย่าง ...
จึงได้แต่ภาวนาว่า ขอให้อะไรต่อมิอะไรดีวันดีคืนในเร็ววันนี้
มีความสุขเสมอไป, นะครับ
สวัสดึค่ะ -หายไปนานมาก
-วันนี้โชคดีได้มาดูน้องๆ อนาคตของชาติที่ดูแล้วสบายใจว่า อย่างน้อยชาติก็ยังมีคนดีค่ะ
มาเยี่ยมคะ
มาทักทาย
สบายดีไหมคะ
เดินทางบ่อยมาก
ขอให้สุขภาพดีและแข็งแรงคะ
นิสิตนักศึกษา มีผู้ใหญ่ที่ดีนำทาง อนาคตของชาติน่าจะรุ่งเรืองนะคะ
ดีใจกับนักศึกษาด้วยค่ะ ที่มีคนดูแล..
สวัสดีค่ะ
เท่ได้แบบไม่มีฟอร์ม ไม่จำยอมกับขนบเดิม ๆ แต่พร้อมแต่งเติมถ้าคิดว่าดี ..มีประโยชน์ และที่สำคัญเลยก็คือ มีจิตอาสาอย่างแรงกล้า ติดดิน และเป็นมิตรกับเพื่อนทุกองค์กร
ขออภัยค่ะสะกดผิด
เคยรู้เกี่ยวกับคำว่า..ไหล..
แวะมาดูกิจกรรมดีที่สร้างสรรค์สังคม
มีความสุขในการทำงาน นะคะ
สวัสดีครับ พี่ขจิต ขจิต ฝอยทองที่ปรึกษา~natadee,~natachoei(หน้าตาเฉย),~ natamaidee - - But narak...
สวัสดีครับ.. krutoi
กลุ่มไหล เป็นภาพสะท้อนหนึ่งที่ผมอยากให้นิสิตในมหาวิทยาลัยได้เห็นทางเลือกของการทำกิจกรรมในแบบที่ไม่สังกัดองค์กร และไม่ติดยึดกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอย่างตายตัว สามารถเลื่อนไหลไปกับบริบทต่าง ๆ ได้อย่างง่าย - งาม
เด็กกลุ่มนี้ออกแนว "บ้า ๆ บวม ๆ " (ผมตั้งข้อสังเกตเอง) แต่พวกเขามีพลังอย่างเหลือเชื่อ และที่สำคัญคือ เวลาจะทำอะไรก็ง่าย ๆ เข้าถึงทุกกลุ่มเสมอ ถึงแม้จะดูติดยึดอยู่กับผม (ความสนิท) บ้าง แต่ในทางความคิด พวกเขาก็มีอิสระ และเป็นตัวของตัวเองอยู่มากเช่นกัน
ขอบคุณครับ
ดีค้าท่านอาจารย์..
แบบว่า..ไหลแบบดีดีก็มีไงคะ
แบบนี้แหละที่ว่า..ถ้าเมื่อโตขึ้นจะได้เป็นคนดีของบ้านเมือง
มาชม
คิดถึงกันวันละนิดจิตชื่นบาน อิ อิ อิ
สวัสดีค่ะ...อาจารย์
สนุกและไม่ไร้สาระ..จริงๆด้วยค่ะ..
ขอบคุณและขอชื่นชม..ผู้เสียสละ..ทุกท่านค่ะ..
^^
สวัสดีครับบอส พี่ชายที่แสนดีของผม...ต้องขอโทษแทนกลุ่มไหลทุกๆคนด้วยน่ะครับ...สำหรับการ ร่วมกิจกรรมต่างที่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก การแยกย้ายของไหลทั้งสองทำเอากลุ่มเงียบเหงามากเลยครับ...ตัวผมเองก็เรียน หนักมากขึ้นมีภารกิจที่ต้องรับผิดชอบ จากทางหมู่บ้าน เวลาที่เราคุยกันก็น้อยลง การรวมกลุ่มทำกิจกรรมพวกเราก็น้อยลง แม้แต่การเขียนบันทึกของผมเองก็แทบไม่ได้ทำ แต่ละคนก็ต่างมีภาระกิจที่ต่างกันออกไป แต่ผมเองก็ยังยืนยันว่าจะรักษากลุ่มไหลนี้ให้มีตลอดไป..แม้ว่าอาจไม่ดีดัง ที่ผ่านมา...ขาดตกบกพร่องเรื่องใดโปรดชี้แนะด้วยน่ะครับ....จะขอร่วมเคียง ข้างบอสทำกิจกรรมเพื่อสังคมต่อไป..ด้วยรักและศรัทธา ดูแลสุขภาพด้วยน่ะครับ...
สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน
คิดถึงพี่ๆเค้าจริงๆด้วยค่ะ พี่พนัส
พี่เค้าเป็นคนที่เสียสละตนเองเพื่อสังคมด้วยใจจริงค่ะ นับถือพวกเขาจริงๆเลย
อาจจะไร้สาระไปบ้างในบางที แต่ในความไร้สาระกับแฝงสาระสำคัญไว้ทั้งนั้น
มีความสุขและมีรอยยิ้มเสมอที่ได้เจอกลุ่มไหล
ดีใจและรู้สึกเป็นเกีรติอย่างยิ่งที่ได้เจอได้รู้จักกับกลุ่มไหลค่ะ
แต่กาลเวลาผ่านไป เส้นทางเราคนเราก็ต้องเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
ถึงแม้ไม่อยากให้จากไป แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องไป
แต่เชื่อเหลือเกินว่าไม่ว่าพวกเขาจะไปอยู่ที่ไหน พวกเขาก็จะคงความดี และเอกลักษณ์ในแบบของพวกเค้าไว้เสมอ อวยพรให้พวกเขามีความสุขค่ะ
ทำไมถึงชื่อ กลุ่มไหล ค่ะ มีความหมายไหมค่ะ
จากรูป สังเกตจากแววตา รอยยิ้มของพวกเขา ซึ่งดูไม่รู้สึกเหนื่อยเลย และดูเต็มใจทำกับมัน
ขอบคุณที่นำมาถ่ายทอดให้คนอื่นได้รับรู้ ว่ายังมีคนดีๆที่คิดจะทำอะไรดี ขึ้นมา ถึงแม้จะไม่ยิ่งใหญ่ แต่สิ่งที่ทำมันคือคุณค่าทางจิตใจมากๆ