“อาหารสดเท่านั้น ที่จะให้พลังชีวิต และความสดชื่น แจ่มใสแก่มนุษย์ได้อย่างเต็มที่” ................. ปิธากอรัส...

Pa060008

“อาหารสดเท่านั้นที่จะให้พลังชีวิต และความสดชื่น

แจ่มใสแก่มนุษย์ได้อย่างเต็มที่”

                                                             ....ปิธากอรัส....

 

       จากประสบการณ์ส่วนตัวของคนไม่มีราก ชอบรับประทานผัก ผลไม้สดต่าง ๆ ด้วยเหตุผลส่วนตัวคือ...ชอบ...ไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าของผักสดผลไม้ ต่อมาเมื่อได้รับทราบถึงคุณค่าของผักผลไม้ถั่วและธัญพืชต่าง ๆ นมและผลิตภัณฑ์จากนม และโยเกิร์ต ซึ่งกล่าวกันว่า มี พลังชีวิต (Life force) สูงจึงทำให้เห็นความสำคัญมากยิ่งขึ้น ประกอบกับมีโอกาสได้เป็นผู้สอนใน วิชา100108 การดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ ที่วิทยาลัยพยาบาลเซ็นต์หลุยส์ด้วยแล้ว ทำให้ต้องค้นคว้าหาความรู้ด้านนี้มากยิ่งขึ้น จึงพบสิ่งที่น่าสนใจมากมาย  ต้องบอกว่าคนไม่มีรากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติแต่มีความสนใจโดยส่วนตัว  วันนี้จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ตรงของตัวเองในการดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ ซึ่งมีองค์ประกอบหลายองค์ประกอบ บันทึกนี้ขอบอกเล่าเรื่อง คุณค่าและประโยชน์ในการรับประทาน โยเกิร์ต ก่อนนะคะ

โยเกิร์ต หรือที่เรามักเรียกว่า “นมเปรี้ยว” ที่ดีนั้น ต้องมีแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตจำนวนมาก (ประมาณ หมื่นล้านต้ว/กรัม)  แบคทีเรียที่ดีในโยเกิร์ต ได้แก่

-         แลคโตบาซิลัส เอซิโดฟิลลัส( Lactobacillus acidophillus)

-         แลคโตบาซิลัส  บัลการิคัส ( Lactobacillus bulgaricus)  และ

-         สเตรปโตคอคคัส เทอร์โมฟิลลัส  (Streptococcus thermophillus)

 

   โยเกิร์ตที่ดีควรทำจากนมชนิดต่าง ๆ และแบคทีเรียที่ดีเท่านั้น ไม่ควรมีส่วนผสมอย่างอื่นเข้าไปเจือปน ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล สี  สารเจลาติน รสสังเคราะห์ ส่วนผสมเหล่านี้ล้วนทำให้คุณค่าของโยเกิร์ตด้อยลง 

 

คุณุค่าของโยเกิร์ต 

* โยเกิร์ตย่อยง่าย เพราะน้ำตาลแลคโตสเป็นตัวหลักที่ทำให้เกิดการแพ้นมหรือท้องเสียถูกเปลี่ยนเป็นกรดแลคติกที่ย่อยง่าย  นอกจากนี้แบคทีเรียในโยเกิร์ตยังมีเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีนนมเคซีน ซึ่งเป็นโปรตีนย่อยยาก ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายขึ้น ลดปัญหาภูมิแพ้ต่อน้ำตาลแลคโตสและโปรตีนเคซีน

* เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี  ในโยเกิร์ตจะมีโปรตีน มากกว่าในนมถึง 20% และยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ร่างกายสามารถดูดซึมไปได้ดี

* เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยยับยั้งจุลชีพที่ไม่เป็นมิตรในลำไส้   กรดแลคติค ในโยเกิร์ตจะช่วยต่อต้านจุลชีพที่ให้โทษต่อร่างกาย เช่น เชื้อซัลโมเนลา (Salmonella typhidie) อี โคไล (E.Coli)  โคลินแบคทีเรีย( Corynebacteria diphtheriae)  ทำให้เชื้อเหล่านี้ไม่สามารถทำอันตรายต่อร่างกายได้ 

 * ช่วยรักษาโรค ท้องเสีย ท้องเดิน และแผลในกระเพาะ  จากการวิจัยพบว่าผู้ป่วยเด็กหายจากอาการท้องเสียเร็วขึ้น หลังจากได้รับประทานโยเกิร์ต

* เป็นแหล่งวิตามินบี  โดยเฉพาะวิตามิน บี1(ไรโบฟลาวิน)  แบคทีเรียในโยเกิร์ตยังช่วยสังเคราะห์วิตามินบีและวิตามินเคในลำไส้

* ช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมดีขึ้น  กรดแลคติคในโยเกิร์ตช่วยทำให้การย่อยแคลเซียมในนมดีขึ้นและทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมง่ายขึ้น

* ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจแลคโตบาซิลัสช่วยควบคุมปริมาณโคเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้

* ช่วยป้องกันมะเร็ง  แลคโตบาซิลัสในโยเกิร์ตจะจับกับสารก่อมะเร็ง  โดยจับกับโลหะหนักและกรดน้ำดีซึ่งมีพิษ ช่วยยับยั้งกลุ่มแบคทีเรียในลำไส้ที่สร้างสารไนเตรทได้ (สารในเตรทเป็นสารก่อมะเร็งตัวหนึ่ง)  และแลคโตบาซิลัสยังช่วยเปลี่ยนสารฟลาโวนอยด์จากพืชให้เป็นสารต้านมะเร็งได้ 

  

    

     เราได้รู้จักโยเกิร์ต (yoghurt) ทั้งด้านสรรพคุณและคุณค่ามากมายแล้ว กล่าวกันว่า โยเกิร์ตคืออาหารของพระเจ้า คนไม่มีรากเป็นคนหนึ่งที่รับประทานโยเกิร์ตทุกวัน และเนื่องจากเป็นลูกศิษย์ก้นกุฎิของ รศ.ดร.เกียรติวรรณ อมาตยกุล ซึ่งเป็นผู้นำแนวคิดนีโอฮิว แมนนิส มาเผยแพร่ในประเทศไทย  ซึ่งแนวคิดนีโอฮิวแมนนิสนี้ เน้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย งดเว้นเนื้อสัตว์ทุกชนิด ได้แก่ ผัก ผลไม้สด ถั่วและธัญพืชต่าง ๆ นมและผลิตภัณฑ์จากนมและโยเกิร์ต และเพื่อให้ได้โยเกิร์ตที่มีคุณค่า สดใหม่ ไม่มีสารสังเคราะห์ปรุงแต่งเกินจำเป็น จึงนำวิธีทำโยเกิร์ตจากน้ำนมถั่วเหลือง ซึ่งเคยได้แนะนำวิธีการนี้ให้คุณกะปุ๋ม ในบันทึกชื่อ โยเกิร์ตนมถั่วเหลือง...จาก "คนไม่มีราก" มาแล้ว  วันนี้นำมารวบรวมไว้ในบันทึกนี้อีกครั้งหนึ่งค่ะ

 

ขั้นตอนการทำโยเกิร์ตจากน้ำนมถั่วเหลือง 

        สูตรทำโยเกิร์ตจากนมถั่วเหลืองนี้ เป็นแนวคิดของกลุ่มนีโอฮิวแมนนิส ซึ่งพยายามที่จะรับประทานเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ให้น้อยที่สุด จึงใช้น้ำนมถั่วเหลืองแทนใช้น้ำนมวัวค่ะ 

1. ใช้น้ำนมถั่วเหลือง 1 กล่อง โดยมากคนไม่มีรากใช้ แลคตาซอยกล่องสีฟ้าขนาด 300 มล.ค่ะ (เคยลองใช้น้ำเต้าหู้สด ก็พอใช้ได้แต่เพราะอะไรไม่ทราบ โยเกิร์ตจากน้ำเต้าหู้สดไม่ค่อยเกาะเป็น curd ทำให้ทานยากค่ะ)

 

2. เทนมถั่วเหลืองใส่ภาชนะ แล้วอุ่นให้ร้อน ราว 40 องศา (ไม่ควรเกิน 40 องศา เพราะจะทำให้คุณค่าของนมถั่วเหลืองเสียไป) ในขั้นตอนนี้จะไม่นำนมถั่วเหลืองไปอุ่นให้ร้อนก็ได้แต่โยเกิร์ตที่ได้จะไม่ค่อยจับตัวกัน ทำให้ทานยาก ควรใช้ภาชนะที่เป็นกระเบื้องในการอุ่นน้ำนมถั่วเหลือง ซึ่งต้องอุ่นโดยใช้ไมโครเวฟ ป้องกันสารพิษจากพลาสติกค่ะ

ถ้าไม่มีเทอร์โมมิเตอร์สำหรับวัดอุณหภูมิ ก็ใช้วิธีการสังเกตค่ะ อุ่นด้วยไฟปานกลาง ใช้เวลา 2 นาที หรือ กะประมาณให้ร้อนพอมีควันขึ้นกรุ่น ๆ ....(ต้องทดลอง ทดสอบด้วยตนเอง)

 

 

 

 

3. ตักโยเกิร์ตเปล่าๆ (Plain yoghurt) ที่ไม่มีส่วนผสมของผลไม้หรืออื่น ๆ ใส่ในนมถั่วเหลืองที่อุ่นแล้ว 2-3 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน (เพื่อเป็นหัวเชื้อ)

 

 

 

 

4. นำนมถั่วเหลืองที่ผสมกับหัวเชื้อโยเกิร์ตแล้ว ใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิท ตั้งไว้ในที่ร่มไม่มีแสง อาจใช้ผ้าคลุมไว้กันแสง ประมาณ 8-12 ชั่วโมง ก่อนจะทานนำไปใส่เก็บไว้ในตู้เย็น จะทำให้ทานได้ง่ายขึ้น โยเกิร์ตนี้เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 3-5 วันค่ะ

 

5.  โดยมากสำหรับคนที่ทานใหม่ ๆ และยังติดรสชาติ ก็ต้องใช้วิธีการอื่น ๆ เช่น เติมงาดำปั่น บางคนเติมน้ำผึ้ง เติมแยมชนิดต่าง ๆ ทำให้มีรสชาติคุ้นเคยและอร่อยตามที่เราเคยชิน

6.  ในการทำโยเกิร์ตครั้งต่อไป สามารถใช้โยเกิร์ตจากที่เราทำเองนั้น เป็นหัวเชื้อในการทำโยเกิร์ตใหม่ได้เลยค่ะ

      ประสบการณ์จากการรับประทานโยเกิร์ตนี้ สำหรับคนไม่มีรากได้ผลมากเรื่อง ภูมิแพ้ เนื่องจากเป็นคนที่แพ้อากาศ มักจะมีน้ำมูกและจามตอนเช้าเสมอ นอกจากนี้ยังเป็นผื่นแพ้ง่าย แพ้ทั้งฝุ่น ละอองเกสรพืชต่าง ๆ น้ำลายเด็ก ฯลฯ หลังทานโยเกิร์ต 2 สัปดาห์ ต้องแปลกใจที่พบว่าตอนเช้าไม่มีน้ำมูกใส ๆ และไม่จามอีกเลย รวมทั้งอาการผื่นแพ้สารต่าง ๆ ก็ลดน้อยลงด้วยอย่างน่าแปลกใจ

    ส่วนการทำโยเกิร์ตทั่วไปจากน้ำนมวัวนั้น ก็สามารถศึกษาได้จากที่นี่นะคะ วิธีทำโยเกิร์ต  

 

            ลองทำรับประทานดูนะคะ มีคุณค่าและประโยชน์มากมายเลยค่ะ และถ้ามีข้อเสนอแนะอะไรเพิ่มเติม ก็บอกกล่าวเพื่อช่วยกันเติมเต็ม เพื่อประโยชน์ร่วมกันด้วยนะคะ

......................(^__^).........................

อ้างอิง

* อาหารสู่ชีวิตใหม่ เอนไซม์มหัศจรรย์ (2548) ของ รศ.ดร.เกียรติวรรณ อมาตยกุล

* โยเกิร์ต  นมเปรี้ยวมหัศจรรย์  ทพ. จักรชัย  สมพลพงษ์ จาก http://www.goodhealth.co.th/new_page_47

* วิธีทำโยเกิร์ตhttp://guru.sanook.com/pedia/topic/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95/

* อ่านเพิ่มเติมจากบันทึกของคุณสี่ซี่ ได้ ที่นี่ ค่ะ